ทั่วโลก Click เพื่อ Search คำพ้องเสียง
 


 

เกี่ยวกับ สท.ชัยนาท
ข่าวประชาสัมพันธ์
กฏหมายออกใหม่
ห้องกิจกรรม
ผลการจัดเก็บปี 2549
ผลการจัดเก็บปี 2550
กระดานถาม-ตอบ
เว็บไซต์ในจังหวัดชัยนาท
ประวัติจังหวัดชัยนาท  
คำขวัญจังหวัดชัยนาท  
แผนผังเว็บไซต์



 

 

 


ประวัติความเป็นมา  

                 เมืองชัยนาทเป็นเมืองโบราณ ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ตรงทางแยกฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำเมืองสรรค์  (ปากคลองแพรกศรีราชาใต้ปากลำน้ำเก่า) เมืองนี้ตั้งขึ้นภายหลังเมืองพันธุมวดี  (สุพรรณบุรี)   เป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย  จากศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงมีแต่ชื่อเมืองแพรก ส่วนเมืองชัยนาท  เพิ่งมาปรากฏในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เมื่อ พ ..1890  ซึ่งเป็นปีที่พระเจ้าเลอไทสวรรคต  กรุงสุโขทัยเกิดการแย่ง
ชิงราชสมบัติสมเด็จ  พระรามาธิบดีที่
1 ทรงเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงยกกองทัพเข้ายึดเมืองชัยนาท   หลังจากพระยาลิไทขึ้นครองราชย์    ทางกรุงศรีอยุธยาซึ่งสมเด็จพระรามาธิบดีที่  1  ได้สถาปนาให้เป็นราชธานีมีกำลังเข้มแข็งมากจึงได้โปรดให้ขุนหลวงพะงั่ว   ซึ่งครองเมืองสุพรรณบุรียกทัพมาตีเมืองชัยนาท ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย  เมืองชัยนาทจึงตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา โดยมีขุนหลวงพะงั่วเป็นผู้รักษาเมืองเมื่อกรุงสุโขทัย สงบแล้ว  พระยาลิไท ได้ส่งทูตมากรุงศรีอยุธยา  เพื่อเจรจาขอเมืองชัยนาทคืนให้แก่กรุงสุโขทัย โดยจะยอมให้เป็นอิสระและมีสัมพันธ์ไมตรีต่อกัน กล่าวคือ ต่างฝ่ายต่างก็มีอิสระต่อกัน ในที่สุดกรุงศรีอยุธยาได้คืนเมืองชัยนาทให้แก่กรุงสุโขทัยนักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าการที่แคว้นกัมพุช (ลพบุรี) เข้าร่วมมือในการรบ ประกอบกับกรุงศรีอยุธยากำลังสถาปนาได้ไม่นาน  ถ้ามีศึกกระหนาบสองด้านจะสร้างปัญหาให้ไม่น้อย ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ กรุงศรีอยุธยาคืนเมืองชัยนาทแก่กรุงสุโขทัยโดยดี   

                  อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องเมืองชัยนาท ระหว่างกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยาก็หาได้ยุติไม่  เพราะในปี..1912 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เสด็จสวรรคตทำให้สถานการณ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับกรุงสุโขทัยกลับตึงเครียดขึ้นอีก เมื่อขุนหลวงพะงั่วขึ้นครองราชย์แล้วได้เสด็จยกทัพมาโจมตีกรุงสุโขทัยในปี พ..1914 แต่ไม่มีฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะสงครามยืดเยื้อกันมาเป็นเวลานานจนขุนหลวงพะงั่วเสด็จสวรรคต นักประวัติศาสตร์เข้าใจว่าเมืองชัยนาทกลับเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา อีกครั้ง เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พอสรุปได้ว่าเมืองชัยนาทแต่เดิมเป็นเมืองลูกหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช โอรสองค์ที่ 5 ของขุนหลวงพระงั่ว พระองค์เข้าพระทัยว่าในการข้างหน้ากรุงสุโขทัยจะต้องไม่มีเชื้อพระวงศ์สุโขทัยปกครองอีกต่อไป เพื่อที่จะให้ราชโอรสทั้ง 3 ของพระองค์ได้ครอบครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ และคุ้นเคยกับการปกครองบ้านเมือง จึงโปรดให้โอรสองค์ใหญ่ ซึ่งทรงพระนามว่าเจ้าอ้ายพระยา ไปครองเมืองสุพรรณบุรี เจ้ายี่พระยาโอรสองค์ที่ 2 ไปครองเมืองแพรก หรือตรัยตรึงษ์ (อำเภอสรรคบุรีในปัจจุบันนี้ ) เจ้าสามพระยาโอรสองค์ที่ 3ไปครองเมืองชัยนาท

                    ต่อมาเมื่อสมเด็จพระนครินทราชาธิราชเสด็จสวรรคต  ความทราบถึงเจ้ายี่พระยาก่อนจึงได้เตรียมการที่จะขึ้นครองกรุงศรีอยุธยาสืบแทนต่อจากพระราชบิดา  ฝ่ายเจ้าอ้ายพระยาเมื่อสืบทราบว่า พระราชอนุชายกกองทัพไปกรุงศรีอยุธยาเพื่อต้องการจะครอบครองราชย์สมบัติจึงรีบยกกองทัพไปบ้างประสงค์จะขึ้นครองราชสมบัติเช่นกันกองทัพทั้งสองพบกันที่ตำบลปาถ่านแขวงกรุงศรีอยุธยา จึงเกิดรบพุ่งกันในที่สุดก็สิ้นพระชนม์ลงทั้งสองพระองค์พร้อมกันด้วยการกระทำยุทธหัตถี   ฝ่ายเจ้าสามพระยา ซึ่งขณะนั้นครองเมืองชัยนาทอยู่ เมื่อสมเด็จพระเชษฐาสิ้นพระชนม์  ทั้งสองพระองค์แล้วจึงได้ขึ้นเสวยราชย์ครองกรุงศรีอยุธยาสืบแทนพระราชบิดาทรงพระนามว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2

                     พ.. 1994  พระเจ้าติโลกราช  ครองเมืองเชียงใหม่ยกทัพมาตีเมืองกำแพงเพชรได้แล้ว ส่งกำลังเข้ามา

กวาดต้อผู้คนถึงเมืองชัยนาท เข้าใจว่าเมืองชัยนาทจะถูกทิ้งให้เป็นเมืองร้างในคราวนั้นเอง เวลาได้ล่วงมาได้ประมาณ 100 ปีเศษ ถึงรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิครองกรุงศรีอยุธยา ทรงสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ เพื่อเตรียมต่อสู้กับพม่า จึงเสด็จขึ้นไปกระทำพระราชพิธีมัธยมกรรม ที่ตำบลชัยนาทบุรีแล้วตั้งเมืองชัยนาทขึ้นใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับตัวเมืองเดิม

                    ..2127 พระเจ้าเชียงใหม่ (มังนรธาช่อ) ได้ยกกองทัพหลวงมาตั้งที่เมืองชัยนาท ครั้นทัพหน้าที่เข้ามาตั้งที่ปากคลองบางพุทราถูกพระราชมนูตีถอยกลับไปแล้ว พระเจ้าเชียงใหม่ก็ถอยทัพไปตั้งที่กำแพงเพชร

                     ตามหลักฐานของกรมศิลปากร   จังหวัดชัยนาทเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในสมัยกรุงธนบุรี  เมื่อปี  พ..2319  ตรงกับวันเสาร์ เดือน  ขึ้น 12  ค่ำ (วันที่ 28 กรกฏาคม  2319) พระเจ้ากรุงธนบุรี ได้ยกกองทัพขึ้นมาขับไล่  ซึ่งกำลังรบติดพันกับไทยที่นครสวรรค์ เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จมาถึงเมืองชัยนาทแล้วทัพพม่าได้ข่าวก็ตกใจเกรงกลัวจึงละทิ้งค่ายที่นครสวรรค์แตกหนีไปทางเมืองอุทัยธานี  พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงยกกองทัพติดตามข้าศึก จนถึงบ้านเดิมบางนางบวช  แขวงเมืองสุพรรณบุรี  และเข้าโจมตีข้าศึกจนแตกยับเยินด้วยเหตุนี้ ทางจังหวัดชัยนาทจึงถือว่า  วันที่  28  กรกฎาคม  เป็นวัน “ สถาปนาจังหวัด ”

                      โดยที่เมืองชัยนาทตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภาคกลาง ตั้งอยู่ระหว่างกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยา ในยามใดที่กรุงสุโขทัยเรืองอำนาจ  ก็ยึดเอาเมืองชัยนาทเป็นเมืองหน้าด่านแต่ยามใดที่กรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจ และกรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรืองเมืองชัยนาทก็จะเป็นเมืองสะสม อาวุธยุทธภัณฑ์ของกรุงศรีอยุธยา แม้แต่ในสมัยกรุงธนบุรี  เมืองชัยนาทก็ยังเป็นที่ตั้งทัพหลวงในการทำศึกกับพม่า   ด้วยเหตุนี้เมืองชัยนาทจึงได้รับความระทบกระเทือนจากสงครามอย่างมากเป็นเวลานับร้อยปีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้สร้างศาลากลางจังหวัดขึ้นที่ตำบลบ้านกล้วย ครั้นถึงรัชกาลที่  ได้ทรงตั้งกองทหารราบที่ 16   ขึ้นที่เมืองชัยนาท ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งศาลากลางจังหวัดปัจจุบัน  และเมื่อกองทหารราบที่ 16 ได้ย้ายไปที่นครสวรรค์จึงย้ายศาลากลางไปตั้งในบริเวณที่เป็นกองทหารราบที่  16

                        สำหรับเมืองชัยนาทนี้ จะได้นามมาแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่นอน ถ้าจะแปลความหมายของ  “ชัยนาท”  ก็น่าจะได้ความว่า เมืองที่มีชื่อเสียงในทางความมีชัย เป็นที่น่าสันนิษฐานว่าชื่อเมืองชัยนาทนี้คงจะได้ตั้งขึ้นภายหลังจาก พ..1702 แต่คงไม่ถึง พ..1946 กล่าวคือ ขุนเสือ ขวัญฟ้า หรือเจ้าคำฟ้า  กษัตริย์เมืองเมาเข้าทำสงครามกับอาณาจักรโยนกเจ้าเมืองฟังคำ ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในอาณาจักรโยนก หลังจากฟังคำแตก เจ้าเมืองฟังคำจึงอพยพผู้คนลงมาที่เมืองแปบ (กำแพงเพชร)  แล้วสร้างเมืองตรัยตรึงษ์ ที่ตำบลแพรก  ( ต.แพรกศรีราชาในปัจจุบัน ) หลังจากนั้นคงจะได้สร้างเมืองชัยนาทขึ้น  และเหตุที่ตั้งชื่อชัยนาทคงเนื่องจากการรบชนะเจ้าของท้องถิ่นเดิม ส่วนที่กล่าวว่านามชัยนาทคงจะได้มาก่อน พ..1946 นั้น เนื่องจากสมเด็จพระนครินทราธิราชได้โปรดให้เจ้าสามพระยาไปครองเมืองชัยนาท ตามความในประวัติศาสตร์ พอจะเป็นสิ่งที่สันนิษฐานกันได้ว่า คำว่าชัยนาท คงจะได้ชื่อมาก่อนปี  พ..1946

                      
อย่างไรก็ตาม คำว่า  “ชัยนาท”  ก็เป็นนามที่เป็นศิริมงคลมาแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน เพราะชัยนาท ก็ยังบันลือไปด้วย
ชัยชนะต่อความอดอยากหิวโหย  ยังความผาสุกให้แก่ชาวชัยนาทและจังหวัด
ใกล้เคียงตลอดลุ่มแม่น้ำจ้าพระยา  ท่าจีน  และแม่น้ำน้อย  จนถึงปัจจุบัน
 

ที่มา : http://www.chainat.go.th

Last update : Tuesday, March 27, 2007
Navigator :  สำนักงานสรรพากรพื้นที่ชัยนาท > เว็บไซต์ในจังหวัดชัยนาท > ประวัติจังหวัดชัยนาท