ทั่วโลก
 
 
 
เกี่ยวกับ สท.ชัยภูมิ
ผลการจัดเก็บ
ข่าวสาร
ไปเที่ยวชัยภูมิ
ประวัติความเป็นมาของจังหวัด  
แหล่งท่องเที่ยว  
ผลิตภัณฑ์ OTOP ในจังหวัด  
เว็บไซด์ในจังหวัดชัยภูมิ
กระดานถาม-ตอบ
แผนผังเว็บไซด์
 


ชุมชนหัตถกรรมสิ่งทอบ้านเขว้า

บ้านเขว้าเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงในการทอผ้าไหม     และผ้าฝ้ายคุณภาพดี ลวดลายสวยงาม โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่   ซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ผู้นิยมใช้ผ้าพื้นเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 13 กม. ตามทางหลวงหมาย เลข 225 นอกจากนั้นในบริเวณหนองน้ำใหญ่อำเภอบ้านเขว้า      ยังเป็นที่อยู่ของนกเป็ดน้ำ   ซึ่งอพยพมาอาศัย ในช่วงเดือนตุลาคม - มกราคม          ไหมมัดหมี่บ้านเขว้า ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวชัยภูมิ ด้วยคุณภาพและสีสันที่โดดเด่น


และการออกแบบที่นำสมัยตามความต้องการของตลาด สียอดนิยมของผ้าไหมบ้านเขว้า คือสีน้ำเงิน สีน้ำทะเล และสีเทา และลายผ้าที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของชาวไทย และชาวต่างประเทศ คือผ้าไหมมัดหมี่ลายขอน้อย

ชื่อเสียงของผ้าไหมมัดหมี่ มีมาหลายชั่วอายุคนกระทั่งทำให้ผ้าไหมของชัยภูมิที่ทอกันในพื้นที่อื่น ๆ    มักจะถูกเรียกรวมว่าเป็นผ้าไหมบ้านเขว้าเหมือนกันหมด   ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงนั้น คุณภาพอันโดดเด่น ทำให้ไหมมัดหมี่ของบ้านเขว้าแตกต่างและโดดเด่นกว่า



ภูพระ – สระหงษ์

ภูพระเป็นส่วนหนึ่งของภูแลนคา ซึ่งเป็นภูเขาหินทราย ขาว บริเวณที่ตั้งของภูพระนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 210 เมตร ลักษณะทั่วไปเป็นเพิงผาหิน ที่ผนัง ภูพระจำหลักเป็นพระพุทธรูปหลายองค์รวมทั้งหมดมี 9 องค์ มีองค์หนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ชาวบ้านเรียกกกันว่า "พระเจ้าองค์ตื้อ" นั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่ พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายวางพาดอยู่ที่พระชงฆ์ หน้าตัก กว้าง 5 ฟุต สูง 7 ฟุต เป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทองหรือ

เขมรตอนปลาย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 - 19 ร่วมสมัยกับกรุงศรีอยุธยาตอนต้น สันนิษฐานว่าอาจจะสร้างขึ้น ในสมัยเดียวกับปรางค์กู่ก็เป็นได้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 เป็นต้นมา ภายหลังได้กำหนดขอบเขตที่ดินเป็นเขตโบราณสถานไว้ เพื่อป้องกันมิให้มีการทำลาย โบราณสถานต่าง ๆ ที่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดด้วย

บริเวณแห่งนี้เดิมเคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ เช่น พระอาจารย์มั่น พระอาจารย์ฝั้น และหลวงปู่แหวน แต่เดิมมีสภาพเป็นป่าทึบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง ในทุก ๆ ปีจะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศขึ้นไป กราบไหว้พระเจ้าองค์ตื้อในวันขึ้น 13 - 15 ค่ำ เดือน 5 เป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้คนเลื่อมใสศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อกันว่า หากบนบานต่อพระเจ้าองค์ตื้อแล้วจะได้ในสิ่งที่ปรารถนา ทั้งยังสามารถรักษาคนป่วยให้หายได้ นอกจากนี้ยังมีการจัดงานนมัสการขึ้นทุกปีโดยเริ่มในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5 รวม 3 วัน

สระหงษ์ ตั้งอยู่ที่ ต.นาเสียว ภายในบริเวณวัดเขาสระหงษ์ ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิไปทางทิศเหนือ ประมาณ 12 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 2051ทางด้านซ้ายมือ (ทางแยกเข้าอ่างเก็บน้ำช่อระกา) เป็นสระโบราณอยู่กลางเนินเขา เตี้ย ๆ กว้างประมาณ 5 วา ห่างจากสระนี้ประมาณ 3 เมตรมีหินก้อนหนึ่งลักษณะคล้ายหงส์ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ


ใบเสมา (วัดกุดโง้ง)

ตั้งอยู่ที่บ้านกุดโง้ง ต.กุดต้ม จากชัยภูมิ ใช้เส้นทางหลวง หมายเลข 202 ประมาณ 12 กม. ถึงบ้านกุดตุ้มเลี้ยวขวา ผ่านบ้านบุ้งคล้า ไปจนถึงบ้านกุดโง้ง เป็นสถานที่เก็บ รักษาใบเสมาที่พบในหมู่บ้าน ใบเสมาทั้งหมดทำด้วยหิน ทรายแดงลักษณะค่อนข้างใหญ่ ปลายมุมแหลม ปักอยู่ รอบ ๆ หมู่บ้าน ซึ่งแต่เดิมเป็นชุมชนโบราณในราวพุทธ ศตวรรษที่ 12 - 13 ประกอบด้วยกลุ่มใบเสมาหินทราย ทั้งที่ไม่จำหลัก และกลุ่มใบเสมาหินทราย


ที่ด้านหน้ามีจำหลักลายเป็นเรื่องราวชาดกต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา เช่น สุวรรณสามชาดก วิฑูรชาดก มโหสถชาดก เป็นต้น นอกจากนี้ ใบเสมาบางแผ่นยังปรากฏมีจารึกอักษรปัลลวะของ อินเดียใต้ และบางแผ่นสลักเป็นรูปแกนสถูปและรูปกวางหมอบ ส่วนองค์ระฆังรูปหม้อน้ำฝังอยู่ใต้ดิน นับเป็นกลุ่มเสมาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอีสาน ในบริเวณหมู่บ้านยังพบเศษภาชนะดินเผา ขวานหิน ลูกปัดหิน ภาชนะเคลือบน้ำโคลน

ปัจจุบันชาวบ้านนำเอาเสมาหินจากบริเวณต่าง ๆ มารวมไว้ภายในศาลาวัด และโรงเรียนบ้านกุดโง้งมีทั้งหมด 28 แผ่น ทั้งหมดอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร เชื่อกันว่าบริเวณบ้านกุดโง้ง ยังมีโบราณวัตถุอีกมากมายที่ ถูกฝังอยู่และยังไม่ได้รับการขุดค้น



วัดพระธาตุหนองสามหมื่น หรือ
พระธาตุบ้านแก้ง


จากชัยภูมิ เดินทางไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 201 ผ่าน อ.ภูเขียว เลยไปจนถึงบ้านธาตุสามหมื่น ระยะทาง 75 กม.เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2055 เป็น ระยะทาง 9 กม. ถึงบ้านแก้ง เลี้ยวซ้ายเข้าวัดบ้านแก้ง อีก 5 กม.องค์พระธาตุตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุหนองสามหมื่น

พระธาตุสามหมื่น เรียกชื่อตามหนองน้ำสามหมื่นซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัด เป็นพระธาตุ ที่มีลักษณะสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่ง มีลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 32 เมตร สูงถึงยอด 45 เมตร จากลักษณะทางสถาปัตยกรรม เป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21 - 22 ในสมัยพระไชยเชษฐาธิราช แห่งอาณาจักรลาว

บริเวณที่ตั้งพระธาตุหนองสามหมื่น แต่เดิมก็เคยเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่สมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 16 ปรากฏร่องรอยของคูน้ำ โบราณสถานและพบโบราณวัตถุมากมาย เช่น ใบเสมาหินทราย ประติมากรรม รูปเคารพศิลปะขอม


พระแท่นบัลลังก์

เป็นแท่นที่ตั้งประดิษฐานพระพุทธรูป มีขนาดกว้าง 1 คืบ 9 นิ้ว ยาว 1 ศอก 11 นิ้ว สูง 1 ศอก 6 นิ้ว ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ที่บ้านแท่น หมู่ 3 ต.บ้านแท่น

ทุกวันขึ้น 13 - 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ชาวบ้าน อ.บ้านแท่น จะมาบนบานขอให้พ่อปู่แท่นบัลลังก์ช่วยเหลือ




ปรางค์กู่

ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัว ต.ในเมือง ห่างจากตัวเมือง 3 กม. เป็นปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง มีประตูทางเข้าทางเดียวคือ ด้านตะวันออกมีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ มีวิหารศิลาแลงอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทางด้านทิศเหนือ มีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปรางค์กู่ถือเป็นโบราณสถานที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด ชาวชัยภูมิให้ความเคารพและจัดงานประจำปีขึ้นในช่วงกลางเดือน 5 ของทุกปี


หมู่บ้านไม้ดัดบ้านแข้

จากตัวเมืองเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 201 ก่อนถึง อำเภอภูเขียว ประมาณ 1 กม.

เป็นแหล่งจำหน่ายไม้ดัดสำหรับตกแต่งสวน ซึ่งเป็น อาชีพของชาวบ้านแข้ โดยนำไม้ประเภทข่อย มะสัง ตะโก ที่มีอยู่มากในบริเวณนั้น มาดัดและตัดแต่งให้เป็น รูปทรงที่สวยงามในลักษณะต่าง ๆ และจำหน่ายให้แก่ ผู้ที่สนใจในราคาย่อมเยา




อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล)

ประดิษฐานอยู่ตรงวงเวียนศูนย์ราชการ ปากทางเข้าสู่ตัว เมืองชัยภูมิ อนุสาวรีย์แห่งนี้ชาวจังหวัดชัยภูมิได้ร่วมใจ กันสร้าง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระยา ภักดีชุมพล ผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ ซึ่งชาวชัยภูมิทั้งหลาย เรียกท่านว่า "เจ้าพ่อพญาแล"

ตามประวัติเล่าว่า ในปี 2360 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 2 นายแล ซึ่งเป็นข้าราชการสำนักเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์

ได้อพยพครอบครัวและบริวารข้ามลำน้ำโขงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านน้ำขุ่น บริเวณอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน ต่อมาจึงได้ย้ายชุมชนมาตั้งใหม่ที่โนนน้ำอ้อม บ้านชีลอง ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 6 กิโลเมตร ได้ส่งส่วยต่อเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ ต่อมาจึงย้ายชุมชนมาอยู่ที่บ้านหลวง ในเขตอำเภอเมืองปัจจุบัน และได้หันมาขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมา ส่งส่วยแก่รัชกาลที่ 3 ไม่ขึ้นแก่เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์อีกต่อไป จึงโปรดเกล้าฯ ยกบ้านหลวงเป็นเมืองชัยภูมิ และแต่งตั้ง ขุนภักดีชุมพล (แล) เป็นเจ้าเมืองคนแรกของชัยภูมิ

ครั้น พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ก่อการกบฎ ยกทัพเข้าตีเมืองนครราชสีมา ขุนภักดีชุมพลพร้อมเจ้าเมือง ใกล้เคียงยกทัพไปสมทบกับคุณหญิงโม ตีกระหนาบทัพเจ้าอนุวงศ์จนแตกพ่าย เจ้าอนุวงศ์เกิดความแค้นจึงย้อน กลับมาจับขุนภักดีชุมพลประหารชีวิตที่บริเวณใต้ต้นมะขามริมหนองปลาเฒ่า ด้วยความดีที่ขุนภักดีชุมพลมีต่อแผ่น ดินไทยจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาภักดีชุมพล (แล)


ศาลเจ้าพ่อพญาแล

อยู่บริเวณหนองปลาเฒ่า ห่างจากตัวเมือง 3 กม. ตามเส้น ทางสายชัยภูมิ - บ้านเขว้า ทางหลวงหมายเลข 225 ที่ริม น้ำมีต้นมะขามใหญ่ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งเจ้าพ่อ พญาแลเสียชีวิตในการสู้รบกับทหารเวียงจันทน์ เมื่อปี พ.ศ. 2369 เดิมมีเพียงศาลไม้ตั้งอยู่ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2511 ชาวชัยภูมิได้ร่วมใจกันสร้างศาลขึ้นใหม่ มีงานสักการะเจ้าพ่อพญาแลทุกปี โดยเริ่มจากวันพุธ แรกของเดือน 6 เป็นเวลา 7 วัน


ถือเป็นงานเทศกาลฉลองใหญ่ของชาวชัยภูมิ เรียกว่า งานเทศกาลบุญเดือนหก อันเป็นการรำลึกถึง ความดีของท่าน โดยในการจัดงานนี้ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของเจ้าพ่อพญาแล ขบวนแห่สักการะอนุสาวรีย์เจ้าพ่อ ขบวนถวายช้างแด่เจ้าพ่อ และขบวนแห่ของอำเภอต่าง ๆ รวมทั้งการออกร้าน จัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการและเอกชน การประกวดสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองและสินค้าเกษตร งานบุญเดือนหกจึงถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวชัยภูมิ ลูกเจ้าพ่อพญาแลนั่นเอง



พระใหญ่และใบเสมา (วัดคอนสวรรค์)

อยู่ที่วัดคอนสวรรค์ ห่างจากตัวอำเภอคอนสวรรค์ ไปทาง ทิศตะวันออก 5 กิโลเมตร เป็นพระพุทธรูปหินแกะสลัก องค์ใหญ่ศิลปทวารวดี สูงประมาณ 3 เมตร ชาวบ้าน เรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” ประดิษฐานในวิหารหลังเล็กๆ ให้ผู้คนได้สักการะ มีใบเสมาหินทรายขนาดใหญ่จำหลัก ภาพชาดกเก็บรักษาอยู่ด้วยหลายชิ้น รวมทั้งจารึกอักษร มอญ ศตวรรษที่ 14 ด้านนอกยังมีเสมาทั้งที่มีและไม่มี ลวดลายวางเรียงรายอยู่อีกจำนวนมาก


Navigator :  สำนักงานสรรพากรพื้นที่ชัยภูมิ > ไปเที่ยวชัยภูมิ > แหล่งท่องเที่ยว