ทั่วโลก
 
 
 
เกี่ยวกับสท.ลำพูน
ลำพูนเมืองน่าอยู่
ประวัติจังหวัดลำพูน  
วัฒนธรรมและประเพณี  
สถานที่ท่องเที่ยว  
ลำใยพีชเศษฐกิจ  
ผลการจัดเก็บภาษีอากร
ภาพกิจกรรม
กระดานถามตอบ
แผนผังเว็บไซต์
 

วัดจามเทวี

     วัดจามเทวี เป็นวัดที่มีความสำคัญทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี  มีความเก่าแก่มากวัดหนึ่งในจังหวัดลำพูนตั้งอยู่ถนนจามเทวี  ตำบลในเมือง  อำเภอเมืองลำพูน  มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๑๒ ไร่  ๑ งาน  ๕ ตารางวา โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัดกู่กุด  ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าสร้างตั้งแต่สมัยใด  ส่วนใหญ่เป็นการสันนิษฐานจากเอกสารชั้นหลัง  ประกอบกับตำนานและนิยาย ซึ่งกล่าวกันว่า พระราชโอรสของพระนางจามเทวี คือ พระเจ้ามหันตยศ และพระเจ้าอนันตยศ โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิง แล้วโปรดให้สร้างเจดีย์เหลี่ยมมียอดหุ้มด้วยทอง เรียกชื่อว่า สุวรรณจังโกฏิ  แต่จากการที่ได้พบศิลาจารึกวัดกู่กุด  บริเวณเชิงพระธาตุเจดีย์กู่กุด (ศิลาจารึกลำพูนหลักที่สอง ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย  จังหวัดลำพูน)  ศิลาจารึกหลักนี้กล่าวถึงการปฏิสังขรณ์รัตนเจดีย์กู่กุด  ที่ได้หักพังลงเนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ได้เกิดขึ้นในสมัยนั้น  ฉะนั้นลักษณะทางศิลปกรรมของพระเจดีย์ที่วัดกู่กุดนี้ น่าจะอยู่ในสมัยของพระเจ้าสรรพสิทธิ์  คือ  พุทธศตวรรษที่ ๑๗   และน่าจะไม่เก่าเกินรัชกาลพระเจ้าสววาธิสิทธิ์ หลังจากนั้นวัดนี้ก็คงถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๗๙   เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ได้อาราธนาครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา มาช่วยก่อสร้างโบสถ์  วิหาร  กุฏิ   ตลอดจนบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานที่สำคัญภายในวัด แล้วสถาปนาวัดจามเทวีขึ้นใหม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๐  มีชื่อว่า วัดจามเทวี จนกระทั่งทุกวันนี้

       โบราณสถานที่สำคัญในวัดจามเทวี

       ๑. พระเจดีย์กู่กุด  ลักษณะรูปแบบทางสถาปัตยกรรมเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลง  ฐานนล่างทำเป็นหน้ากระดานสามชั้น องค์เจดีย์มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปห้าชั้น แต่ละชั้นจะมีซุ้มจระนำ ด้านละสามซุ้ม ภายในซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางประธานอภัย  เป็นพระพุทธรูปปั้นหุ้มศิลาแลงแบบนูนสูง  รวมทั้งหมด  ๖๐  องค์  ซุ้มจระนำทำเป็นซุ้มโค้งแบบสองหยัก ซึ่งเป็นลักษณะซุ้มสมัยทราวดีตอนปลาย  กระหนกปั้นเป็นกระหนกผักกูด  ตัวเหงาที่ปลายซุ้มเป็นแบบทราวดี  บริเวณมุมทั้งสี่ของแต่ละชั้นยกเว้นชั้นบัวกลุ่ม และปล้องไฉน  ส่วนยอดบนสุดได้หักหายไปจึงมีการเรียกเจดีย์องค์นี้ว่า เจดีย์กู่กุด พระเจดีย์องค์นี้ ถือเป็นแบบถาปัตยกรรม

ที่มีความสำคัญในศิลปกรรมหริภุญชัย ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๘  มีรูปแบบคล้ายกับสัตตมหาปราสาทที่เมืองโบลนนาลุวะ ประเทศศรีลังกา และเป็นแบบที่แพร่หลาย เคยพบร่องรอยเจดีย์แบบนี้ที่  เวียงท่ากาน  เวียงมโน  และนิยมสร้างกันในสมัยต่อมา ในแคว้นล้านนาและสุโขทัยเช่น  วัดเจดีย์เหลี่ยม จังหวัดเชียงใหม่   วัดพญาวัด จังหวัดน่าน   วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย

       ๒. เจดีย์แปดเหลี่ยม  ลักษณะทางสถาปัตยกรรมมีแผนผังเป็นรูปแปดเหลี่ยมซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป สามารถแบ่งได้เป็นสามส่วนคือ ส่วนฐานประกอบด้วยฐานแปดเหลี่ยมซ้อนกันสองชั้น  ถัดขึ้นไปเป็นชั้นบัวถลารองรับองค์เรือนธาตุ โดยส่วนล่างของเรือนธาตุทำเป็นฐานลดท้องไม้ลงเล็กน้อยจากระดับผนังของเรือนธาตุ ส่วนเรือนธาตุมีผังเป็นรูปแปดเหลี่ยมทรงสูง ประดับซุ้มจระนำภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน ซุ้มมีลักษณะเป็นวงโค้งสามวง ภายนอกประกอบด้วยทรงฟักเพกา หรือเรียกว่า ซุ้มเคล็กส่วนสันมุมทั้งแปดจะก่อเรียงอิฐยื่นออกมาจากผนังได้ระดับเดียวกับกรอบซุ้ม เป็นการแบ่งขอบเขตของแต่ละด้าน  ส่วนยอดถัดจากตัวเรือนธาตุขึ้นไป เป็นบัวถลาลดท้องไม้สองชั้น ขนาดเล็กลดหลั่นกันขึ้นไปเล็กน้อย รองรับฐานแปดเหลี่ยมเตี้ยๆ  มีลักษณะลดท้องไม้เช่นกันแต่ที่บริเวณท้องไม้แต่ละด้านจะมีซุ้มทรงสามเหลี่ยม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิ   ถัดขึ้นไปเป็นชั้นลวดบัวรองรับองค์ระฆังทรงกลม  ส่วนยอดบนสุดหักหายไปแล้ว  เทคนิคการก่อสร้าง เจดีย์แปดเหลี่ยมนี้ ก่อด้วยอิฐทั้งหลัง ภายนอกฉาบปูนและปั้นปูนประดับ มีการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง ส่วนโครงสร้างมีการซ่อมเสริมจนเต็มรูปเจดีย์ทั้งสององค์ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๒  ตอนที่ ๗๕   ลงวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘  และ เล่มที่ ๙๖ ตอนที่ ๑๖๗ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๒

 

********************************************************

ที่มา : หนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญา จังหวัดลำพูน พ.ศ.2544


Navigator :  สท.ลำพูน > ลำพูนเมืองน่าอยู่ > สถานที่ท่องเที่ยว > วัดจามเทวี