ทั่วโลก
 
 
 
เกี่ยวกับสท.ลำพูน
ลำพูนเมืองน่าอยู่
ประวัติจังหวัดลำพูน  
วัฒนธรรมและประเพณี  
สถานที่ท่องเที่ยว  
ลำใยพีชเศษฐกิจ  
ผลการจัดเก็บภาษีอากร
ภาพกิจกรรม
กระดานถามตอบ
แผนผังเว็บไซต์
 

อุโมงค์รถไฟถ้ำขุนตาน

 

       อุโมงค์รถไฟถ้ำขุนตาน ชื่อนี้ไม่ค่อยแพร่หลาย แต่หลายท่านรู้จักชื่อถ้ำขุนตานเป็นอย่างดี  ถ้ำขุนตานไม่ได้เป็นถ้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่เกิดขึ้นโดยมนุษย์เพื่อใช้ในกิจการรถไฟ  ถ้ำขุนตานตั้งอยู่  ณ บ้านขุนตาน หมู่ที่ ๘ ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน  ห่างจากตัวจังหวัดลำพูนประมาณ ๔๐ กิโลเมตร  

              สมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการดำเนินกิจการรถไฟในประเทศไทย ใน พ.ศ. ๒๔๔๐ โดยเริ่มเดินรถจากกรุงเทพฯ สู่ บางประอิน พระนครศรีอยุธยาต่อมาได้ขยายเส้นทางสู่ สถานีกรุงเก่าหรือพระนครศรีอยุธยาในราว พ.ศ. ๒๔๔๑ สถานีแก่งคอยสระบุรี และต่อมาได้มีการสร้างทางแยกจากเส้นทางกรุงเทพฯ - นครราชสีมา  ที่สถานีชุมทางบ้านพาชี  สู่เส้นทางสายเหนือโดยสามารถเปิดเส้นทางถึงสถานีปากน้ำโพ นครสวรรค์ ในปีพ.ศ. ๒๔๔๘และในปีนั้นได้มีการสำรวจเพื่อเจาะอุโมงค์รถไฟทะลุผ่านเข้าไปในดอยงาช้างของเทือกเขาขุนตานที่เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ขวางกั้นเส้นทางจากลำปางสู่ลำพูน  การสำรวจใช้เวลา ๒ ปี

             การเจาะอุโมงค์ขุนตานเริ่มขึ้นในปีพ.ศ. ๒๔๕๐ โดยมีวิศวกรชาวเยอรมันชื่อ มร.อีมิล ไอเซ่น โฮเฟ่อร์ (MRMEILEISENIOFER) เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง มร.อีมิล ไอเซ่น โฮเฟ่อร์ ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่ ปีพ.ศ.๒๔๔๖  มีความผูกพันกับการเจาะและก่อสร้างอุโมงค์ขุนตานเป็นอย่างมากแม้ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ ๑ จะถูกส่งตัวกลับประเทศเยอรมนี แต่หลังสงครามสงบลง ก็กลับมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยซึ่งหลังจากเสร็จงานเจาะอุโมงค์ ขุนตาน  ก็พำนักอยู่ในเมืองไทยทั้งครอบครัว และเสียชีวิตในเมืองไทย  ดังนั้น  จึงได้มีการนำอัฐิมาบรรจุไว้เป็นอนุสรณ์ ณ บริเวณปากอุโมงค์ขุนตาน ทางด้านทิศเหนือ

             บริเวณที่จะมีการสร้างทางรถไฟในยุคนั้นเป็นดินแดนทุรกันดารเต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ  อยู่ในบริเวณป่าทึบและโขดเขาสูงตระหง่าน  การก่อสร้างจึงต้องใช้ความอุตสาหะพากเพียรอย่างยิ่งจากนครลำปางที่ป็นหัวงาน  การเดินทางสู่บริเวณก่อสร้างต้องใช้วิธีเดินเท้าหรือขี่ม้าไป  การขนเครื่องมือเครื่องใช้ และวัสดุในการก่อสร้างต้องใช้ช้างและเกวียนบรรทุกไปในพื้นที่ที่มีความลาดชันไม่มาก  ส่วนที่เป็นบริเวณโขดเขาใช้วิธีชักลากด้วยรอก การขุดเจาะก็มีความลำบากยิ่ง  เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องทุ่นแรง มีไม่เพียงพอมักต้องใช้แรงคนเป็นส่วนใหญ่กรรมวิธีในการขุดเจาะเซาะดิน และหินออกมาเพื่อให้เกิดเป็นอุโมงค์นั้น เริ่มด้วยการเจาะรูเล็กๆเข้าไปก่อนโดยใช้สว่านชอนไชหรือใช้แรงคนตอกสกัดเมื่อมีรูลึกเข้าไป ตามความต้องการแล้วจึงเอาดินระเบิดไดนาไมต์ ฝังเข้าไปในรูนั้น แล้วจึงสอดใส่แก๊ปเข้าไปให้ทำหน้าที่จุดระเบิด  แก๊ปนี้มีสายชนวนต่อยาวออกไปเพื่อความปลอดภัยของคนจุดชนวนระเบิด การต่อแก๊ปเข้ากับสายชนวน ใช้วิธีเอาคีมบีบให้ติดกันซึ่งมักมีปัญหาบ่อยๆเพราะความมักง่ายของคนงานคือแทนที่จะเสียเวลารอคีมที่มีอยู่จำนวนจำกัดเพื่อใช้หนีบสายชนวนให้ติดกับแก๊ปคนงานมักจะนิยมใช้คีมธรรมชาติคือฟันในปากแทนคีมแก๊ปที่ระเบิดโป้งป้างขึ้นในปากเป็นประจำอาจจะทำให้คนงานถึงกับล้มตายเพียงไม่กี่ราย  แต่ว่ากันว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนงานสร้างอุโมงค์ขุนตานจำนวนไม่น้อยฟันหลอหมดทั้งปาก

              ในครั้งนั้น การขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานใช้วิธีทันสมัยเช่นที่การเจาะอุโมงค์ใหญ่ๆในปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ กล่าวคือ มีการเจาะเป็นสองช่องอยู่ข้างบนและข้างล่างเพื่อความสะดวกในการขนดินและหินออกจากอุโมงค์ และทำการขุดจากปลายอุโมงค์ทั้งสองข้างเข้าไปบรรจบกันตรงกลางซึ่งต้องมีการคำนวณ อย่างแม่นยำเพื่อให้บรรจบกันพอดี  สำหรับหินที่เป็นก้อนขนาดใหญ่ไม่สะดวกในการระเบิดให้แตกเป็นก้อนเล็กๆ ก็ใช้วิธีเอาไฟสุมให้ก้อนหินร้อนจัดแล้วราดน้ำลงไป ตามรอยที่ต้องการหินนั้นก็จะแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อขุดเจาะลึกๆ เข้าไปไม่มีอากาศหายใจเพียงพอก็มีการสูบอากาศจากภายนอกเข้าไปช่วย ในการหายใจภายในอุโมงค์ การขนดินและหินที่ขุดเจาะออกมานอกอุโมงค์ส่วนใหญ่ใช้แรงคนขนออกมาเพราะเป็นอุโมงค์ที่มีความลึกไม่มากนักแต่ก็เป็นภาระอันหนักมิใช้น้อยการขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานต้องใช้เวลาถึง ๘ ปี จึงทะลุถึงกันได้ในป ีพ.ศ. ๒๔๕๘ ระหว่างนั้นมีปริมาณหินที่ขุดเจาะขนออกมาทั้งสิ้นกว่า ๖๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรออกมาถมลำห้วยบริเวณปากถ้ำจนกลายเป็นที่ตั้งของตัวสถานีรถไฟขุนตานที่ราบเรียบในปัจจุบัน

              ในระหว่างนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ผู้พระราชทานกำเนิดรถไฟไทยได้เสด็จสวรรคต ิเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ ผู้ที่ได้รับมอบภาระในการสร้างกิจการรถไฟให้ก้าวหน้าตามพระราชปณิธานคือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าบุรฉัตร กรมหมื่นกำแพงเพชรอัครโยธิน พระบิดาแห่งการรถไฟไทยได้เสด็จมาทรงเป็นแม่งานก่อสร้างจนแล้วเสร็จในเวลาต่อมา เมื่อเสร็จการขุดเจาะแล้วงานก่อสร้างต่อจากนั้น เป็นการผูกเหล็กและเทคอนกรีตทำผนังหลังคาเพื่อความแข็งแรง และป้องกันน้ำรั่วซึม ซึ่งต้องใช้เวลาอีก ๓ ปี จนถึงวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๑ เมื่อเสร็จงานคอนกรีตแล้วจึงมีพิธีชักรอกตัวครุฑหล่อด้วยคอนกรีตขึ้นประดิษฐานเหนือปากอุโมงค์ทั้งสองด้าน ความสำเร็จในการก่อสร้างตัวอุโมงค์ ไม่ได้หมายความว่าขบวนรถไฟจะสามารถแล่นจากลำปาง อุโมงค์ขุนตาน ขึ้นไปสู่เชียงใหม่ได้ทันทีปรากฎว่า ต้องใช้เวลาอีกถึง ๓ ปี กว่าที่การเดินรถไฟสายเหนือ จะไปสุดทางที่จังหวัดเชียงใหม่ได้  เมื่อขุดเจาะอุโมงค์เสร็จเรียบร้อยนั้น ยังวางรางรถไฟจากลำปางไปได้ไม่ถึงปากอุโมงค์ขุนตานด้านทิศใต้เนื่องจากภูมิประเทศแถบปางหละมีสภาพเป็นป่าเปลี่ยว ก่อนถึงขุนตานแม้ว่าจะเป็นระยะทางเพียง ๘ กิโลเมตร แต่ก็เป็นโขดเขาสูงชันลดเลี้ยวไปตามหุบเหวชะง่อนผาและป่าทึบยากแก่การแผ้วถางวางรางรถไฟอย่างยิ่ง  นอกจากป่าเขารกชัฏยากแก่การทำทางผ่านไปแล้ว ปรากฏว่าในช่วงทางระหว่างปางหละ กับปากอุโมงค์ขุนตานต้องผ่านเหวลึกถึงสามแห่งซึ่งไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงหลบได้  จึงต้องใช้วิธีทำสะพานทอดข้ามเหวลึกสามแห่งในช่วงระยะทางราว ๘ กิโลเมตร  ตรงบริเวณที่มีชื่อว่า  ปางยางเหนือ  ปางยางใต้  และปางหละ  สะพานปางหละจึงเป็นสะพานยาวที่สุดในช่วงทางนี้

               การสร้างสะพานให้ขบวนรถไฟแล่นข้ามห้วยเหวกว้างๆไม่ใช่ของง่ายๆ แม้ในปัจจุบัน  การก่อสร้างเมื่อกว่า ๗๐ ปีก่อน จึงเป็นงานลำบากยากเย็นอย่างยิ่งทั้งสามสะพานเป็นสะพานไม้ไม่สามารถใช้เสาเป็นต้นๆ ค้ำยันจากก้นหุบเหวถึงรางรถไฟที่อยู่สูงขึ้นไปเป็นสิบๆ เมตร จึงต้องใช้ไม้ประกอบทำเป็นรูปหอสูงรองรับรางตลอดความกว้างของหุบเหว จำนวนหอที่ทำหน้าที่เสาจึงแสดงความกว้างของสะพานนั้นๆ ด้วยสะพานยาวที่สุดในเมืองไทยเริ่มงานสร้าง ตั้งแต่ ปีพ.ศ.๒๔๕๐ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ตัวอุโมงค์แล้วเสร็จในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ.๒๔๖๑ แต่เพิ่งแล้วเสร็จเปิดใช้ให้ขบวนรถไฟแล่นผ่านได้เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๔ ซึ่งอยู่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  อุโมงค์รถไฟที่ใช้เวลาสร้างถึง ๑๔ ปี ในสามรัชกาล มีความเป็นที่สุดของประเทศถึงสามประการคือ ประการแรกนับเป็นอุโมงค์รถไฟลอดภูเขาที่ยาวที่สุดในประเทศ ความยาว ๑,๓๖๒,๐๕ เมตร หรือประมาณ ๑.๓ กิโลเมตร  ปากอุโมงค์ด้านทิศเหนือสูงกว่าปากอุโมงค์ด้านทิศใต ้๑๔ เมตรประการที่สองนับเป็นจุดที่ทางผ่านรถไฟพาดผ่านสูงที่สุดในประเทศไทย คืออยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๕๗๘ เมตร  ประการที่สามนับเป็นช่วงที่ลาดชันที่สุดของทางรถไฟทั่วประเทศนับจาก สถานีแม่ตานน้อย จังหวัดลำปาง ถึงสถานีขุนตาน จังหวัดลำพูนยาว ๘ กิโลเมตร แต่มีระดับต่างกัน๒๐๐เมตร

********************************************************************

ที่มา : หนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญา จังหวัดลำพูน พ.ศ.2544


Navigator :  สท.ลำพูน > ลำพูนเมืองน่าอยู่ > สถานที่ท่องเที่ยว > อุโมงค์รถไฟถ้ำขุนตาน