เมืองแพร่เป็นเมืองโบราณ อายุประมาณ 1,000 ปี เริ่มก่อตั้งขึ้นเป็นเมืองประมาณพุทธศตวรรษที่
12 หลังจากการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่และสุโขทัย ซึ่งตามศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชจารึกเอาไว้
เมืองแพร่เคยเป็นเมืองหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย มีชื่อว่า "เมืองแพล" ต่อมาสมัยขอมเรืองอำนาจได้เปลี่ยนชื่อเมืองแพลเป็น
"เวียงโกศัย" ซึ่งแปลว่า ผ้าแพรและต่อมาเปลี่ยนเป็นเมืองแพร่ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเปลี่ยนตั้งแต่สมัยใด
ซึ่งชาวล้านนานิยมออกเสียงเป็น "เมืองแป้" และเป็นจังหวัดแพร่ในปัจจุบัน
จากตำนานเมืองเหนือ
เมืองแพร่มีชื่อเดิมว่า "พลนคร" หรือ "เมืองพล" และเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองแพล ในสมัยขอมเรืองอำนาจราว
พ.ศ. 470-1560 พระนางจามเทวี ได้แผ่อำนาจเข้าครอบครองดินแดนในเขตล้านนา ได้เปลี่ยนชื่อเมืองแพลเป็น
"โกศัยนคร" หรือ "นครโกศัย" หรือ "เวียงโกศัย" ซึ่งแปลว่าผ้าแพร นับตั้งแต่นั้นมา
ได้มีผู้ครอบครองสืบเนื่องกันมาหลายสมัย
 |
| พระยาไชยบูรณ์
(ทองอยู่ สุวรรณบาตร) |
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เปลี่ยนจากการปกครองจากผู้เจ้าครองนครเป็นเทศาภิบาลในปี
พ.ศ. 2440 และได้โปรดเกล้าให้พระยาไชยบูรณ์ (ทองอยู่ สุวรรณบาตร) ไปเป็นข้าหลวงกำกับการปกครองเมืองแพร่เป็นคนแรก
ต่อมาในปี พ.ศ. 2445 พวกเงี้ยวที่อาศัยอยู่ในเมืองแพร่ได้ก่อความวุ่นวายขึ้น โดยได้บุกยึดสถานที่ราชการที่สำคัญ
เช่น ศาลากลางจังหวัด ไปรษณีย์ เป็นต้น และปล้นเงินคลังของจังหวัด ตลอดจนปล้นนักโทษออกจากเรือนจำซึ่งพระยาไชยบูรณ์ได้ทำการต่อสู้ปกป้องอย่างเต็มความสามารถแต่ก็ถูกพวกเงี้ยวจับตัวได้และบังคับให้ลงนามยกเมืองให้
ซึ่งพระยาไชยบูรณ์ไม่ยอม พวกดเงี้ยวจึงได้นำตัวไปตัดศีรษะที่บ้านร้องกาศ ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) นำทัพหลวงและกองทัพจากเมืองใกล้เคียงทำการปราบปรามพวกเงี้ยวได้อย่างราบคาบ
|
พระยาสุรศักดิ์มนตรี
(เจิม แสงชูโต) |
|
พวกกบฎเงี่ยว
และนักโทษก่อการจาจล |
หลังเหตุการณ์กบฎ เจ้าพิรอยะเทพวงศ์อุดร เจ้าหลวงเมืองแพร่ได้ไปพำนักอยู่ที่เมืองหลวงพระบางประเทศลาว
จึงถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งเจ้าเมือง เนื่องจากขาดราชการนานเกินกำหนด ในภาวะที่บ้านเมืองไม่สงบ
ตำแหน่งเจ้าหลวงเมืองแพร่จึงถูกยกเลิก

