Untitled Document

คำขวัญเมืองแพร่

หม้อฮ่อมไม้สัก..ถิ่นรักพระลอ..
ช่อแฮศรีเมือง...ลือเลื่องแพะเมืองผี...
คนแพร่นี้ใจงาม...

 

ประวัติเมืองแพร่
     จังหวัดแพร่จะเป็นเมืองที่เก่าแก่เมืองหนึ่งในล้านนา  แต่ก็ไม่ปรากฎ
  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แน่ชัด  เรื่องของเมืองแพร่ก็มีปรากฎอยู่ใน
  ตำนานต่างๆ

 คุ้มเจ้าหลวง ( จวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ )

เมื่อปีพ.ศ.1387ขุนหลวงพล เป็นเจ้าหลวงผู้ครองเมืองแพร่ซึ่งมีชื่อว่า เมืองพล หรือ  พลรัฐนคร เป็นชื่อดั้งเดิมของเมืองแพร่    ในสมัยที่ก่อสร้าง  เมืองขึ้นคร้งแรก  บางครั้งเรียกว่า  พลนคร  ชื่อพลนครปัจจุบันมีปรากฎเป็นชื่อ

  วิหารในวัดหลวง  ตำบลในเวียง  อำเภอเมืองแพร่  ซึ่งวัดหลวงเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างมาพร้อมกับการสร้างเมืองแพร่  เป็นวัดที่เจ้าเมืองแพร่ให้ความอุปถัมภ์มาโดยตลอดจนหมดยุคเจ้าเมืองตำนานเมืองเหนือฉบับใบลาน

     ต่อมา พ.ศ.1559 พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนเรียกเมืองแพร่ว่า เมืองโกศัย หรือ โกสิยนคร เมืองแพล    เป็นชื่อเรียกในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งกรุงสุโขทัยโดยศิลาจารึกด้านที่     4   ระบุว่าในสมัยพ่อขุนรามคำแหงฯ  ได้มีการขยายอาณาเขตให้กว้างยิ่งขึ้นในตำนานเมืองเหนือเรียกเมืองแพร่ว่า   เมืองพล     ขณะที่ศิลาจารึกเรียก    เมืองแพล   แต่เมื่อพิจารณาสภาพทาง  ภูมิศาสตร์สามารถกล่าวได้ว่า       เมืองพลกับเมืองแพลเป็นเมืองเดียวกัน

 เมืองแพร่   เป็นชื่อที่คนไทยในอาณาจักรสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา ใช้เรียก  เมืองแพลโดยกลายเสียงเป็นแพรหรือเมืองแป้  หมายถึงเมืองแห่งชัยชนะ(แป้  คือ  ชนะ  ) แล้วก็มาเป็น    แพร่    ตามภาษาของภาคกลางเมื่อมีพระราชบัญการปกครองท้องถิ่น  ร.ศ.116   (พ.ศ.2441)  รัฐบาลทางกรุงเทพฯ เริ่มมองเห็นความสำคัญของหัวเมืองท้องถิ่น  จึงส่งข้าหลวงต่างพระเนตรพระกรรณขึ้นไปทำหน้าที่   ประจำเพื่อเป็นที่ปรึกษาเจ้าหลวง แต่บรรดาเจ้าหลวงและเจ้านายในเมืองแพร่ไม่สามารถที่จะติดตาม  การเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ทัน ในที่สุดชุดข้าหลวงต่าง พระเนตรพระกรรณและข้าราชการจากกรุงเทพฯ  ก็เลยกลายเป็นผู้บริหารเสียเอง

จังหวัดแพร่ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น  8 อำเภอ  ดังนี้
   1.อำเภอเมืองแพร่              รหัสไปรษณีย์             54000
  2.อำเภอเด่นชัย                รหัสไปรษณีย์             54110
  3.อำเภอสอง                    รหัสไปรษณีย์             54120
  4.อำเภอสูงเม่น                 รหัสไปรษณีย์             54130
 5.อำเภอร้องกวาง                 รหัสไปรษณีย์        54140
  6.อำเภอลอง                    รหัสไปรษณีย์             54150
 7.อำเภอวังชิ้น                  รหัสไปรษณีย์             54160
    8.อำเภอหนองม่วงไข่          รหัสไปรษณีย์             54170

สถานที่ท่องเที่ยว

พระธาตุช่อแฮ
พระธาตุประจำผู้เกิดปีขาล

ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่

องค์พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็ก เป็นเหลี่ยม รับกับส่วนฐานเหลี่ยมสูง มองดูคล้ายพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งครูบาศรีวิชัยเป็นผู้้ทำการบูรณะพระธาตุเจดีย์องค์นี้ โดยขยายส่วนฐานและต่อเติมส่วนยอดให้มีขนาดสูงขึ้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนข้อศอกซ้ายบน บรรจุรวมกับพระเกศา

การบูรณะพระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีขาล ซึ่งครูบาศรีวิชัยก็ได้เกิดในปีขาลนี้เช่นกัน เชื่อกันว่าได้กลายเป็นแบบอย่างให้คนล้านนานิยมทำบุญตามพระธาตุปีเกิดของตนเองอย่างแพร่หลาย


ตำนานพระธาตุช่อแฮ

ตำนานพระธาตุช่อแฮอีกทางหนึ่ง กล่าวถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าได้เสด็จมาถึงเมืองพล (เมืองแพร่) ประทับ ณ ดอยโกสัยธชัคคะบรรพต ขณะนั้นมีเจ้าลาวนามว่าขุนลั๊วะอ้ายค้อม (อ่านว่า "ก้อม" ) ได้มากราบไหว้พระพุทธเจ้าที่บนดอยนี้ พระพุทธเจ้าได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้ขุนลั๊วะอ้ายค้อมเห็น เนื่องจากสถานที่นี้เป็นที่ร่มรื่น เหมาะสมที่จะตั้งเป็นสถานที่ไว้ในพระพุทธศาสนา พระองค์ได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุที่ระลึก

โดยเอาเส้นพระเกศาเส้นหนึ่งให้แก่ขุนลั๊วะอ้ายก้อมไว้ มีรับสั่งให้เอาเส้นพระเกศานี้ไปไว้ในถ้ำที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ พระองค์ทรงรับสั่งอีกว่าเมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ให้เอาพระบรมสารีริกธาตุพระศอกข้างซ้ายมาบรรจุไว้ ณ สถานที่นี้ และต่อไปภายหน้าจะได้ชื่อว่าเมืองแพร่ โดยเป็นเมืองใหญ่ซึ่งพระองค์เคยเสด็จประทับนั่ง ณ ใต้ต้นหมากนี้ เมื่อทรงทำนายแล้วก็เสด็จจาริกไปยังเมืองต่าง ๆ ที่ทรงเห็นว่าควรจะเป็นที่ตั้งพระธาตุได้ จากนั้นจึงเสด็จกลับไปยังพระเชตวันอารามและหลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว 218 ปี ตรงกับสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช พระเจ้าอโศกมหาราชและพระอรหันต์ทั้งปวงได้ร่วมกันอธิษฐานว่าเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น เคยเสด็จไปยังถิ่นฐานบ้านเมืองหลายแห่ง แล้วทรงหมายสถานที่ที่ควรจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้

จึงขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ได้บรรจุในโกศที่เตรียมไว้นั้นไปสถิตอยู่ในสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงหมายไว้นั้นเถิด เมื่ออธิษฐานแล้วพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายก็เสด็จออกจากโกศโดยทางอากาศไปตั้งอยู่ที่แห่งนั้น ๆ ทุกแห่ง ส่วนพระบรมสารีริกธาตุเหลืออยู่ พระอรหันต์ทั้งปวงก็อัญเชิญไปบรรจุในพระเจดีย์ 84,000 องค์นั้น แล้วประกาศแก่เทวดาทั้งหลายให้พิทักษ์รักษาตลอดไป จนกว่าจะหมดอายุแห่พระพุทธศาสนา 5,000 พระวัสสา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระธาตุช่อแฮ เป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และได้ประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถาน เล่มที่ 97 ตอนที่ 159 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2523

พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า

พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปะเชียงแสน สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองลงรักปิดทอง สำหรับชื่อพระธาตุช่อแฮนั้น บ้างว่าได้มาจากชื่อผ้าแพรชั้นดีซึ่งทอจากสิบสองปันนา และชาวบ้านนำมาผูกบูชาพระธาตุ บ้างก็ว่ามาจากผ้าแพรที่ขุนลัวะอ้ายก๊อมนำมาถวาย ทุกปีจะมีงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 9 ค่ำ- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 (ประมาณเดือนมีนาคม)

 

สิ่งสำคัญภายในวัด

  • หลวงพ่อช่อแฮ

เป็นพระประธานประดิษฐานในพระอุโบสถ ศิลปะล้านนา เชียงแสน สุโขทัย สันนิฐานว่า สร้างขึ้นหลังจากสร้างองค์พระธาตุช่อแฮแล้ว มีอายุหลายร้อยปี หน้าตักกว้าง 3.80 เมตร สูง 4.50 เมตร ก่อสร้างด้วยอิฐโบกปูน ลงรักปิดทอง

พระเจ้าทันใจหรือหลวงพ่อทันใจ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิปูนปั้น ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 30 นิ้ว สูงประมาณ 2 ศอก (กว้าง 80 ซม. สูง 1.20 ซม) เป็นพระพุทธรูปองค์ใหม่ที่สร้างขี้นเมื่อปี พ.ศ. 2465 ผู้สร้างคือ ชาวไทยใหญ่ (เงี้ยว) สร้างพระพุทธรูปองค์นี้แทนพระพุทธรูปองค์เดิมที่หล่อด้วยจืน (ตะกั่ว) ที่ถูกลักไป พระเจ้าทันใจหรือหลวงพ่อทันใจ (ทางเหนืออ่านว่า พระเจ้าตันใจ๋) เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้นิยมมากราบไหว้ บนบานศาลกล่าวอยู่เสมอ เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใครมาขอพรแล้ว จะได้สิ่งนั้นอย่างสมประสงค์ ด้านหลังซุ้มพระเจ้าทันใจประดิษฐานอยู่ มีไม้เสี่ยงทายทำด้วยไม้รวก หรือไม้สัก มีความยาวเกิน 1 วา คาดว่าใช้แทนไม้เซียมซี เมื่อผู้ใดต้องการเสี่ยงทายสิ่งใด ก็จะนำไม้ดังกล่าวมาทาบกับช่วงแขนที่กางเหยียดตรงไปจนสุดแขนทั้งสองข้าง ความยาวของวาอยู่ตรงจุดใดของไม้ก็จะ ทำเครื่องหมายไว้แล้วนำไม้มาอธิษฐานเบื้องหน้าพระเจ้าทันใจว่า สิ่งที่ตนประสงค์นั้นจะสำเร็จหรือไม่ หากสำเร็จก็ขอให้ความยาวของตนเลยจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ออกไป เมื่ออธิฐานเสร็จแล้ว ก็นำไม้เสี่ยงทายขึ้นมาวาอีกครั้งหนึ่ง


  • พระเจ้าไม้สัก

สร้างด้วยไม้สักทอง หน้าตักกว้าง 33 นิ้ว สูง 87 นิ้ว เป็นศิลปสมัยลานนา

  • พระเจ้านอน

เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดแพร่เคารพนับถือ ก่อนจะขึ้นไหว้องค์พระธาตุช่อแฮ ชาวบ้านมักจะแวะไหว้พระเจ้านอนก่อนเสมอ สร้าง เมื่อขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 2459 เป็นพระเจ้านอนศิลปะพม่า ขนาดยาว 3.70 เมตร สูง 1.35 เมตร ก่อสร้างด้วยอิฐโบกปูน ลงรักปิดทอง

  • ธรรมมาสน์โบราณ

ธรรมมาสน์โบราณ มีความสวยงามวิจิตรบรรจง ลวดลายไทยผสมศิลปะทางล้านนา ซึ่งมีนางแก้ว ทองถิ่น สร้างอุทิศให้ นายคลอง ทองถิ่น เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2492 ก่อสร้างด้วยไม้สักแกะสลัก ลงรักปิดทอง

  • กรุอัฐิครูบาศรีวิชัย

บรรจุอัฐิธาตุส่วนที่ 5 จากจำนวน 7 ส่วนของครูบาศรีวิชัย สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกบุญคุณที่ท่านได้ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา

  • บันไดนาคโบราณ

ภายในวัดพระธาตุช่อแฮมีบันไดนาค อยู่ 4 ด้าน และบันไดสิงห์ 1 ด้าน รวม 5 บันได ซึ่งล้วนมีความยาวและจำนวนขั้นไม่เท่ากัน

  • เจ้ากุมภัณฑ์

มีความเชื่อว่า นาคที่เฝ้าบันไดกุมภัณฑ์ ด้านทิศตะวันออกขององค์พระธาตุช่อแฮ ชอบหนีออกไปเล่นน้ำที่ลำน้ำแม่สาย หมู่บ้านในเป็นประจำ ชาวบ้านจึงสร้างเจ้ากุมภัณฑ์ นั่งทับขดหางนาคไว้ เพื่อมิให้หนีไปเล่นน้ำอีก

  • แผ่นศิลาจารึก

ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระเจ้าทันใจ จารึกเรื่องราวการสร้างบันไดด้านทิศตะวันตก

  • สวนรุกขชาติช่อแฮ

ตั้งอยู่ที่ดินของวัด มีพื้นที่ 52 ไร่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาพันธุ์ไม้ มีต้นไม้นานาพันธุ์กว่า 1,000 ชนิด

 


Last update : Wednesday, March 17, 2010