ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 
ประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกฤษฎีกา
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
กฎกระทรวง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำสั่งกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำชี้แจงกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ข่าวการปรับปรุง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
Download
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนฯ
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อหารือภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
คำพิพากษาฏีกา
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
กฎหมายออกใหม่
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
สรุปสิทธิประโยชน์กฎหมายภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อมูลการพัฒนากฏหมายของกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง


คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ท.ป. 140/2547

เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม บางกรณี

 

---------------------------------------------

 

                       เพื่อให้การสั่งงดเบี้ยปรับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม บางกรณี เป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38(7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 11 และข้อ 13 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 และข้อ 2(4) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 121/2545 เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับ การพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมสรรพากรจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

 

                       ข้อ   1   มอบหมายให้สรรพากรพื้นที่ สำหรับเขตท้องที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่นั้น สั่งงด เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่จำกัดจำนวนเบี้ยปรับ ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีบุคคลที่จะต้องเสียเบี้ยปรับได้กระทำความผิด ดังนี้

                                   (1) ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) โดยเข้าใจว่าได้จดทะเบียนแล้ว

                                   (2) ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เข้าใจว่าต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) ไปแล้ว

                                   (3) กรอกแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยนำยอดขายหรือยอดซื้อของสถานประกอบการสาขามารวมคำนวณกับสถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ โดยยังไม่ได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีรวมกัน

                                   (4) ได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรวมที่สำนักงานใหญ่แล้วแต่ยังกรอกแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม แยกยื่นเป็นรายสถานประกอบการ

                                   (5) นำภาษีซื้อมาใช้หักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนเดือนที่ระบุใน ใบกำกับภาษีในกรณี

                                          (ก) นำภาษีซื้อตามใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรส่วนที่เป็นภาษี มูลค่าเพิ่มมาใช้หักจากภาษีขายในเดือนที่มีการนำเข้า ไม่ตรงตามเดือนภาษีที่ความรับผิดเกิดขึ้น

                                          (ข) นำภาษีซื้อตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรส่วนที่เป็นภาษี มูลค่าเพิ่ม ในการชำระภาษีตามแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) มาใช้หักจากภาษีขายในเดือนที่มีการส่งเงินไป ต่างประเทศ

 

                       ข้อ   2   มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภาษีกลาง สำหรับเขตท้องที่ ทั่วราชอาณาจักร ผู้อำนวยการสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ตามที่กรมสรรพากรกำหนด และสรรพากรภาค สำหรับเขตท้องที่สำนักงานสรรพากรภาคนั้น สั่งงดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับคำร้องที่มีจำนวนเบี้ยปรับเต็มอัตราตามกฎหมายไม่เกิน 5,000,000 บาท ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีบุคคลที่จะต้องเสียเบี้ยปรับได้กระทำความผิด ดังนี้

                                   (1) ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา

                                  “(2) ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากไม่ทราบว่าเมื่อรายรับต่อปีเกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.149/2549 ใช้บังคับ 1 เมษายน 2548 เป็นต้นไป)

                                  (3) นำภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อใช้หรือจะ ใช้ในกิจการหลักประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาได้ขายหรือให้เช่าหรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายในสามปีนับแต่เดือนที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

                                  (4) การกระทำความผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ในกรณี

                                          (ก) มิได้เฉลี่ยภาษีซื้อหรือเฉลี่ยภาษีซื้อไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535

                                          (ข) นำภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือนำภาษีที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

                                          (ค) นำภาษีซื้อตามมาตรา 82/5(2) ถึง (4) แห่งประมวลรัษฎากร มาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

                                          (ง) ออกใบเพิ่มหนี้และนำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบเพิ่มหนี้ไปหักออกจากภาษีซื้อแทนที่จะนำไปรวมเป็นภาษีขาย ทำให้ภาษีขายแจ้งขาด

                                          (จ) ได้รับใบลดหนี้และนำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบลดหนี้ไปรวมเป็นภาษีขาย แทนที่จะนำไปหักออกจากภาษีซื้อ ทำให้ภาษีซื้อแจ้งเกิน

 

                       ข้อ   3   การพิจารณาคำร้องของดเบี้ยปรับตามข้อ 2 ให้กระทำโดยคณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับแล้วเสนอมติต่อผู้ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาสั่งการ

 

                       ข้อ   4   คณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ สำหรับสำนักตรวจสอบภาษีกลางประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการ ณ สำนักตรวจสอบภาษีกลาง ในตำแหน่งต่อไปนี้

                                   4.1  นักวิชาการภาษี 9 ชช. (ประธานกรรมการ)

                                   4.2  ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบภาษี (กรรมการ)

                                   4.3  ผู้อำนวยการส่วนสอบยันกลาง (กรรมการ)

                         ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภาษีกลางหรือผู้รักษาราชการแทน แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปของสำนักตรวจสอบภาษีกลางเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.162/2550 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป )

 

                       ข้อ   5   คณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ สำหรับสำนักบริหารภาษีธุรกิจ ขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการ ณ สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ในตำแหน่งต่อไปนี้

                                  5.1  นิติกร 9 ชช. (ประธานกรรมการ)

                                  5.2  ผู้อำนวยการส่วนกฎหมาย (กรรมการ)

                                  5.3  ผู้อำนวยการส่วนวางแผนและประเมินผล (กรรมการ)

                         ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้รักษาราชการแทน แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.162/2550 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป )

 

                       ข้อ   6   คณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ สำหรับสำนักงานสรรพากรภาค ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการ ณ สำนักงานสรรพากรภาคนั้น ในตำแหน่งต่อไปนี้

                                  6.1  นักวิชาการภาษี 9 ชช. ซึ่งกำกับดูแลสายงานกฎหมาย (ประธานกรรมการ)

                                  6.2  ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายและเร่งรัดภาษีอากรค้าง (กรรมการ)

                                  6.3  ผู้อำนวยการส่วนวางแผนและประเมินผล (กรรมการ)

                         ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สรรพากรภาคหรือผู้รักษาราชการแทน แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปของสำนักงานสรรพากรภาคเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.162/2550 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป )

 

                       ข้อ   7   การสั่งงดเบี้ยปรับตามข้อ 1 สำหรับคำร้องที่เบี้ยปรับเต็มอัตราตามกฎหมาย มีจำนวนเกิน 1,000,000 บาท ให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่รายงานผลการพิจารณาให้อธิบดีกรมสรรพากรทราบ ตามแบบที่กำหนดพร้อมแนบภาพถ่ายบันทึกการพิจารณาคำร้องของดเบี้ยปรับ เป็นรายไตรมาสภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนสุดท้ายของไตรมาสนั้น

 

                       ข้อ   8   การสั่งงดเบี้ยปรับตามข้อ 2 ให้สำนักตรวจสอบภาษีกลาง สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่และสำนักงานสรรพากรภาค แล้วแต่กรณี รายงานผลการพิจารณาให้อธิบดีกรมสรรพากรทราบทุกราย ตามแบบที่กำหนดพร้อมแนบภาพถ่ายรายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ เป็นรายไตรมาสภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนสุดท้ายของไตรมาสนั้น

 

                       ข้อ   9   คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป

 

 สั่ง ณ วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

 

 ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

 (นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล)

 อธิบดีกรมสรรพากร

 

bullet รายงานผลการพิจารณาคำร้องของดเบี้ยปรับ (ตามข้อ 7,8 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.140/2547ฯ)

 

 

clear-gif

WCAG 2.0 (Level AA)

Last update :
 Friday, August 15, 2014

 
รูปมุมซ้าย
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


 
สงวนลิขสิทธิ์โดยกรมสรรพากร : Website Policy : Privacy Policy : Website Security Policy : Disclaimer
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161