เกี่ยวกับกรมสรรพากรห้องข่าวบริการอิเล็กทรอนิกส์ความรู้เรื่องภาษีบริการข้อมูลอ้างอิงFAQ
หน้าหลักEnglishแผนผังเว็บไซท์แนะนำเว็บไซท์ ติดต่อกรมสรรพากร
ประมวลรัษฎากร
ข้อหารือภาษีอากร
คำพิพากษาฏีกา
 
 
     
 

กฏหมายที่เกี่ยวข้อง 

:

ป.รัษฎากร  ประเมินเรียกเก็บภาษีอากรก่อนถึงกำหนด (มาตรา 18 ทวิ)

เลขที่คำพิพากษาฏีกา

:

2712/2537

เรื่อง 

:

การประเมินเรียกเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการ

ฏีกา 

:

โจทก์   บริษัท โอ.พี.เอ็น. จำกัด

จำเลย  กรมสรรพกร

    โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน

    จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า การประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาลของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

    ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

    จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

    ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่เกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเป็นการประเมินเรียกเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการหรือไม่ และการประเมินกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่เกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ยังไม่ได้รับเงินค่าดอกเบี้ยค้างรับและค่าบริการค้างรับ จึงยังไม่ถึงกำหนดเวลายื่นรายการของเงินจำนวนดังกล่าวการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินจึงเป็นการประเมินล่วงหน้าก่อนที่โจทก์จะต้องยื่นรายการนำเงินภาษีการค้าในส่วนดอกเบี้ยค้างรับและค่าบริการค้างรับมาชำระ เห็นว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา 18 ทวิ วรรคแรก บัญญัติว่า"ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจที่จะประเมินเรียกเก็บภาษีจากผู้ต้องเสียภาษีก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการได้ เมื่อได้ประเมินแล้วให้แจ้งจำนวนภาษีที่ต้องเสียไปยังผู้ต้องเสียภาษี และให้ผู้ต้องเสียภาษีชำระภาษีภายในเจ็ดวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้" การประเมินตามมาตรา 18 ทวิ ดังกล่าวจะต้องเป็นการประเมินก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการซึ่งประมวลรัษฎากร มาตรา 17 วรรคแรก บัญญัติว่า "การยื่นรายการให้ยื่นภายในเวลาที่กำหนดไว้ในหมวดว่าด้วยภาษีอากรต่าง ๆ และตามแบบแสดงรายการที่อธิบดีกำหนด" ในเรื่องภาษีการค้า ประมวลรัษฎากรบทมาตราที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น คือมาตรา 84 วรรคแรก บัญญัติว่า "ให้ผู้ประกอบการค้ายื่นแบบแสดงรายการการค้าตามแบบที่อธิบดีกำหนดเป็นรายเดือนภาษี ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนภาษีหรือไม่ก็ตาม" ซึ่งมาตรา 85 ทวิ บัญญัติว่า "เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเวลาเป็นอย่างอื่น แบบแสดงรายการการค้าที่จะต้องยื่นตามมาตรา 84 สำหรับเดือนภาษีใดให้ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป"มาตรา 86 บัญญัติว่า "ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการตามส่วน 5 ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 85 ทวิ พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการนั้น" นอกจากนั้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการต่าง ๆ ดังกล่าวอาจขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาออกไปอีก ถ้าหากอธิบดีหรือรัฐมนตรีเห็นเป็นการสมควรตามความจำเป็นแก่กรณีตามมาตรา 3 อัฏฐ จากบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว แสดงว่ากำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้านั้น กฎหมายได้กำหนดไว้แน่นอน ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ประกอบการค้าจะมีรายรับที่จะต้องเสียภาษีการค้าหรือไม่ก็จะต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้าทุกเดือนภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนภาษี โดยต้องยื่นตามแบบที่อธิบดีกำหนดและหากมีรายรับที่จะต้องเสียการค้าก็ให้ยื่นชำระพร้อมกับยื่นแบบแสดงรายการการค้าภายในกำหนดเวลาดังกล่าวเช่ากัน กำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้าอาจเปลี่ยนแปลงได้เฉพาะเมื่ออธิบดีหรือรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลานั้นออกไปตามมาตรา 3 อัฏฐ ไม่ปรากฏว่าในเดือนภาษีปี พ.ศ.2526 พ.ศ.2527 และ พ.ศ.2528 ได้มีการประกาศให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลานั้นออกไป กำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้าในเดือนใดของปี พ.ศ.2526 พ.ศ.2527 และพ.ศ.2528 ดังกล่าวจึงถึงกำหนดเวลายื่นรายการภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าจะมีรายรับเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม กำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้าสำหรับเดือนภาษีในปี พ.ศ.2526 พ.ศ.2527 และ พ.ศ.2528 นั้น จึงถึงกำหนดแล้วก่อนการประเมิน อนึ่ง ที่มาตรา 18 ทวิวรรคแรก ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินประเมินเรียกเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการนั้น มาตรา 18 ทวิ วรรคสอง ยังได้บัญญัติให้ภาษีที่ประเมินเรียกเก็บดังกล่าว ให้ถือเป็นเครดิตของผู้ต้องเสียภาษีในการคำนวณภาษีด้วย ซึ่งแสดงว่าเป็นการประเมินเรียกเก็บภาษีตั้งแต่ยังไม่ถึงกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 84และมาตรา 85 ทวิ นั่นเอง เมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานประเมนของจำเลยประเมินภาษีการค้าดอกเบี้ยค้างรับและค่าบริการค้างรับดังกล่าวเมื่อวันที่30 สิงหาคม 2531 โดยประเมินเป็นภาษีการค้าสำหรับเดือนตุลาคม 2526ถึงเดือนกันยายน 2527 และเดือนตุลาคม 2527 ถึงเดือนกันยายน 2528 จึงเป็นการประเมินหลังจากพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้าสำหรับเดือนภาษีในปี พ.ศ.2526 พ.ศ.2527 และ พ.ศ. 2528 ไปแล้วและเป็นการประเมินย้อนหลังมิใช่เป็นการประเมินล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการ จึงเป็นการประเมินที่ขัดต่อมาตรา 18 ทวิ โดยชัดแจ้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่เกี่ยวกับภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยได้มีคำวินิจฉัยเห็นชอบด้วยการประเมินดังกล่าวของเจ้าพนักงานประเมินจึงเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่เกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

    พิพากษายืน

    (ชลอ  บุณยเนตร - นิเวศน์  คำผอง - สถิตย์  สิทธิรักษ์)



NAVIGATOR:  อ้างอิง > คำพิพากษาฏีกา > 2537 > 2537/2712