เกี่ยวกับกรมสรรพากรห้องข่าวบริการอิเล็กทรอนิกส์ความรู้เรื่องภาษีบริการข้อมูลอ้างอิงFAQ
หน้าหลักEnglishแผนผังเว็บไซท์แนะนำเว็บไซท์ ติดต่อกรมสรรพากร
ประมวลรัษฎากร
ข้อหารือภาษีอากร
คำพิพากษาฏีกา
 
 
     
 

กฏหมายที่เกี่ยวข้อง 

:

แพ่ง กู้ยืมเงิน (มาตรา 653)

วิธีพิจารณาความแพ่ง  ขาดนัดพิจารณา (มาตรา 205)

ป.รัษฎากร  (มาตรา 118)

เลขที่คำพิพากษาฏีกา

:

1014/2537

เรื่อง 

:

หนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกัน

ฏีกา 

:

โจทก์   นายประสิทธิ์  จิตต์อารีย์

จำเลย  นายณัฐพงษ์  ไพรอุดม กับพวก

    โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน 20,000 บาทอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน เมื่อครบกำหนดตามสัญญา จำเลยที่ 1 ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 21,090 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

    จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ

    ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

    โจทก์อุทธรณ์

    ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

    โจทก์ฎีกา

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้ยื่นคำให้การและไม่ได้เข้าเบิกความเป็นพยานเอง ศาลจะต้องพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า ในคดีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี โดยอาศัยเหตุแต่เพียงว่า จำเลยขาดนัดไม่ได้ ศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความว่าข้ออ้างของโจทก์มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมายด้วย ข้ออ้างของโจทก์สำหรับคดีนี้คือการกู้ยืมเงินและค้ำประกัน ซึ่งศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความว่าจำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์จริงหรือไม่ การกู้ยืมเงินตามที่โจทก์อ้างเป็นการกู้ยืมเงินเกินกว่าห้าสิบบาท โจทก์จะฟ้องร้องให้บังคับคดีจำเลยที่ 1 ได้ โจทก์จะต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อจำเลยที่ 1 มาแสดงต่อศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 และถ้าหลักฐานดังกล่าวเป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงินก็จะต้องอยู่ภายใต้บังคับตามประมวลรัษฎากรว่าจะต้องปิดแสตมป์ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและขีดฆ่าแสตมป์แล้ว แต่ตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1 แม้จะปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วก็ตาม แต่ไม่ได้มีการขีดฆ่าแสตมป์เลย จึงถือว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด อันต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งห้ามมิให้ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งโจทก์จึงไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมมาฟ้องร้องบังคับจำเลยที่ 1 ได้ และเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันก็ไม่ต้องรับผิดด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

    พิพากษายืน

    (จเร  อำนวยวัฒนา - อุดม  มั่งมีดี - สุชาติ  ถาวรวงษ์)



NAVIGATOR:  อ้างอิง > คำพิพากษาฏีกา > 2537 > 2537/1014