เกี่ยวกับกรมสรรพากรห้องข่าวบริการอิเล็กทรอนิกส์ความรู้เรื่องภาษีบริการข้อมูลอ้างอิงFAQ
หน้าหลักEnglishแผนผังเว็บไซท์แนะนำเว็บไซท์ ติดต่อกรมสรรพากร
ประมวลรัษฎากร
ข้อหารือภาษีอากร
คำพิพากษาฏีกา
 
 
     
 

กฏหมายที่เกี่ยวข้อง 

:

พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 (ม.11)

เลขที่คำพิพากษาฏีกา

:

5/2536

เรื่อง 

:

คดีครอบครัว

ฏีกา 

:

คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกา

ที่ 5/2536     ศาลฎีกา

วันที่ 7 เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช 2536

คดีของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหมายเลขดำที่ 687/2535

ระหว่าง

นาย...................     โจทก์

นาง...................     จำเลย

    โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2529 ถึง พ.ศ. 2530 โจทก์มอบเงินสินส่วนตัวให้จำเลยที่ 1 นำไปซื้อที่ดินและลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ จำเลยที่ 1 นำเงินไปซื้อที่ดินรวม 5 แปลง แต่กลับลงชื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นเจ้าของ นอกจากนี้โจทก์ยังมอบเงินสินส่วนตัวให้จำเลยที่1 นำไปก่อสร้างบ้านพักตากอากาศบนที่ดินบางแปลง ปัจจุบันที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวมีราคารวมกัน 208,892,000 บาท บ้านพักตากอากาศเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักเมื่อปี พ.ศ. 2531 มีรายได้สุทธิเดือนละประมาณ 500,000 บาท โจทก์ไม่เคยได้รับเงินส่วนนี้ จำเลยที่ 1 กระทำผิดหน้าที่ตัวแทนและนอกเหนืออำนาจที่โจทก์มอบหมาย จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ลงชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยไม่เสียค่าตอบแทนเป็นการรับโอนโดยเสน่หาไม่ผูกพันโจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งห้าโอนที่ดินคืน จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์โดยปลอดจากภาระผูกพันใด ๆ หากไม่สามารถโอนได้ให้ใช้ราคาพร้อมดอกเบี้ย กับให้ร่วมกันชำระเงินรายได้จากกิจการบ้านพักตากอากาศแก่โจทก์เดือนละ 500,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์

    จำเลยทั้งห้าให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยรับเงินสินส่วนตัวของโจทก์เพื่อเป็นตัวแทนซื้อที่ดินและก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ โจทก์และจำเลยที่ 1 ยกที่ดินตามฟ้องให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 โดยเสน่หาตามสมควรแก่ฐานานุรูปและตามหน้าที่ธรรมจรรยาในฐานะบิดามารดา บ้านพักตากอากาศตามฟ้องก่อสร้างขึ้นด้วยเงินสมรสของโจทก์และจำเลยที่ 1 กับเงินส่วนตัวของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 กิจการดังกล่าวประสบภาวะขาดทุนตลอดมา คำฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับฟ้องแย้งในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 12097/2534 ของศาลแพ่ง ขอให้ยกฟ้อง

    ระหว่างพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเห็นชอบตามคำร้องของโจทก์ว่า กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งสำนวนให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและคราอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 12

    พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันโอนที่ดิน 5 แปลงพร้อมบ้านพักตากอากาศที่ปลูกสร้างบนที่ดินบางแปลงแก่โจทก์ กับให้ร่วมกันส่งมอบรายได้จากกิจการบ้านพักตากอากาศดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์มอบเงินสินส่วนตัวให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนไปซื้อที่ดินและทำการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศดังกล่าว ซึ่งแสดงว่าโจทก์ถือว่าที่ดิน บ้านพักตากอากาศรวมทั้งกิจการบ้านพักตากอากาศดังกล่าวต่างมีสภาพเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ด้วย เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องจึงเป็นการฟ้องเรียกสินส่วนตัวคืนจากภริยาและบุตร ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ถือได้ว่าคดีของโจทก์เป็นคดีแพ่งที่ฟ้องต่อศาลเกี่ยวกับครอบครัวซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันเป็นคดีครอบครัวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 11 (3)

    วินิจฉัยว่า คดีของโจทก์เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัว

    วินิจฉัย ณ วันที่ 7 เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช 2536

    (นายประมาณ ซันซื่อ)

    ประธานศาลฎีกา



NAVIGATOR:  อ้างอิง > คำพิพากษาฏีกา > 2536 > 2536/0005