ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
เกี่ยวกับกรมสรรพากรห้องข่าวบริการอิเล็กทรอนิกส์ความรู้เรื่องภาษีบริการข้อมูลอ้างอิงFAQ
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 


คำชี้แจงกรมสรรพากร

เรื่อง

การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544

เรื่อง

สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

--------------------------------

      ตามที่ได้มีการออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 229 (พ.ศ. 2544 ) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ และคำสั่ง กรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2544 กรมสรรพากรจึงขอชี้แจงการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าว ดังนี้

      ข้อ   1   การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ที่ได้กำหนดไว้ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ซึ่งไม่มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

                       การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส ก่อนที่จะได้มีการปรับปรุงให้มีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินได้ พึงประเมินบางประเภทเพิ่มเติม ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2544 ได้มีการกำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตรา ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 144 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ และตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งตามคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าว ได้กำหนดให้มีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินจากการจ่ายค่าซื้อสินค้า ที่เป็น ยางแผ่น มันสำปะหลัง ปอ ข้าวโพด อ้อย เมล็ดกาแฟ ผลปาล์มน้ำมัน ข้าว ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยตั๋วเงิน เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไรหรือประโยชน์อื่นใดตามมาตรา 40(4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ค่าเช่าหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สินตามมาตรา 40(5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้จากวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร ค่าจ้าง ทำของตามมาตรา 40(7)(8) แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นรางวัลในการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค หรือการอื่นใด อันมีลักษณะทำนองเดียวกัน ค่าแสดงของนักแสดงสาธารณะและค่าโฆษณา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตรา ตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าว ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่ง กรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 ยังคงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ต่อไป แม้จะมีการออกคำสั่ง กรมสรรพากรที่ ท.ป .101/2544ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2544

      ข้อ   2   การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป .101/2544ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2544 มีผลใช้บังคับสำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมิน ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตรา ดังนี้

                       2.1  การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่ เงินได้เนื่องจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ ให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตรา ดังนี้

                               ผู้จ่าย   เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

                               ผู้รับ   ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0

                               ผู้รับ   ที่เป็นมูลนิธิหรือสมาคมซึ่งประกอบกิจการมีรายได้ แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0

                               ตัวอย่าง   เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร

                       (1)  ค่าตอบแทนจากการเป็นนายหน้าหรือตัวแทน เช่น ค่าตอบแทนจากการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต หรือตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ค่านายหน้าในการจัดหาผู้เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้า ค่านายหน้าในการนำเรือเข้าท่าเรือ ค่านายหน้าในการหาผู้เช่าเรือ ค่านายหน้าในการติดต่อซื้อขายสินค้า ค่านายหน้าในการ ซื้อขายหลักทรัพย์ ค่านายหน้าหรือตัวแทนจากการเป็นนายหน้าตัวแทนให้บริษัทขนส่งระหว่างประเทศ

                       (2)  ค่าบำเหน็จที่จ่ายให้แก่ชิปปิ้งในการเป็นตัวแทน กระทำพิธีการศุลกากร แทนเจ้าของสินค้า

                       (3)  ค่าธรรมเนียมในการจัดหาเงินกู้ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมในการดูแลเงินกู้ (Agency Fee)

                       (4)  ค่าจ้างหรือค่าป่วยการในการดำเนินการติดต่อขอรับบัตรชดเชยค่าภาษีอากรจากกรมศุลกากร แทนผู้ส่งออก

                       2.2  การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตรา ดังนี้

                               ผู้จ่าย   เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

                               ผู้รับ   ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0

                               ผู้รับ   ที่เป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประม วลรัษฎากร ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0

                               ตัวอย่าง   เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร

                       (1)  ค่าตอบแทนเพื่อการใช้ หรือสิทธิในการใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ศิลป หรือวิทยาศาสตร์ รวมทั้งฟิล์ม ภาพยนตร์ หรือฟิล์มหรือเทป ที่ใช้สำหรับการกระจายเสียงทางวิทยุหรือโทรทัศน์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือ หุ่นจำลอง ผัง สูตรลับหรือกรรมวิธีลับ หรือเพื่อข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์

                       (2)  ค่าตอบแทนจากการถ่ายทอดความรู้ความชำนาญด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

                       (3)  ค่าตอบแทนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ค่าตอบแทนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น บริษัท ก. จำกัด ซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software) จากบริษัท ข. จำกัด โดยได้จ่ายค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ค่าบำรุงรักษาเมื่อพ้นกำหนดประกัน ค่าโทรศัพท์หรือโทรสารกรณีให้คำแนะนำกรณีมีปัญหาเร่งด่วน ค่าฝึกอบรมการใช้โปรแกรม ค่าที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาฝึกอบรม ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ให้แก่บริษัท ข. จำกัด เงินได้ที่บริษัท ข. จำกัด ได้รับทั้งหมดดังกล่าวเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร

                       (4)  ค่าตอบแทนจากการใช้สิทธิบัตร (Know-How) และความรู้ทางเทคนิคในการผลิตสินค้า การใช้เครื่องหมายการค้า

                       (5)  ค่าออกแบบสนามกอล์ฟ โดยบริษัทผู้ออกแบบตกลงที่จะทำแผนผังรายละเอียด และงานเขียนแบบ (Plan Document) สำหรับใช้ในการก่อสร้างสนามกอล์ฟ โดยบริษัทผู้ออกแบบยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในงานเขียนแบบก่อสร้าง

                       (6)  ค่าตอบแทนการใช้สิทธิตามสัญญาการค้าและบริการ พร้อมสิทธิการใช้ชื่อ รูปแบบ เครื่องหมายการค้า ค่าตอบแทนจากการให้บุคคลอื่นใช้ลิขสิทธิ์ในงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์

                       2.3  การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่ ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ฯลฯ ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตรา ดังนี้

                            (1)  ประเภทเงินได้ที่จ่าย ได้แก่ เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร

                            ผู้จ่าย   เฉพาะที่เป็นธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ และบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

                            ผู้รับ   ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่ธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจ เครดิตฟองซิเอร์ ผู้จ่าย ที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0

                            ผู้รับ   ที่เป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0

                            (2)  ประเภทเงินได้ที่จ่าย ได้แก่ เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยหุ้นกู้

                            ผู้จ่าย   เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือ นิติบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่ธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

                            ผู้รับ   ที่เป็นธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา ร้อยละ 1.0

                            (3)  ประเภทเงินได้ที่จ่าย ได้แก่ เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมาย ดังกล่าว ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก และจำหน่าย ครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน

                            ผู้จ่าย   เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือ นิติบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่ธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

                            ผู้รับ   ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบ กิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1.0

                            ผู้รับ   ที่เป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0

                       2.4  การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นเงินได้จากการให้บริการ เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 40(1) ถึง 40(7) แห่งประมวลรัษฎากร

                       การจ่ายค่าบริการดังกล่าว ไม่รวมถึงการจ่ายค่าบริการดังต่อไปนี้

                       (1)  การจ่ายค่าบริการที่มีการกำหนดให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ไว้แล้วตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 อันได้แก่ การจ่ายค่าจ้างทำของ การจ่ายค่าโฆษณา การจ่ายค่าแสดงให้นักแสดงสาธารณะ ซึ่งผู้จ่ายยังคงมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเช่นเดิมต่อไป

                       (2)  การจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ ผู้จ่ายไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                       (3)  การจ่ายค่าบริการของโรงแรมและค่าบริการของภัตตาคาร ผู้จ่ายไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                       (4)  การจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต ผู้จ่ายไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                       คำว่า "การให้บริการ" หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่การขายสินค้า

                       คำว่า "ภัตตาคาร" หมายความว่า กิจการขายอาหารหรือเครื่องดื่ม ไม่ว่าชนิดใด ๆ รวมทั้งกิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม ทั้งนี้ ไม่ว่าในหรือจากสถานที่ซึ่งจัดให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้

                        คำว่า "การขนส่งสาธารณะ" หมายความว่า การรับส่งผู้โดยสาร เป็นการทั่วไปเป็นปกติธุระ เช่น ค่ารถโดยสาร วิ่งประจำเส้นทาง ค่าตั๋วเครื่องบิน

                       คำว่า "นักแสดงสาธารณะ" หมายความว่า นักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิง ใด ๆ

                       ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าบริการดังกล่าว หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราดังนี้

                       ผู้จ่าย   เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

                       ผู้รับ   ที่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้จ่ายที่จ่ายให้ผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0

                       ผู้รับ   ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0

                       ตัวอย่าง   เงินค่าบริการตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                       (1)  ค่าบริการเก็บรักษาทรัพย์สินหรือสินค้า หรือรับฝากทรัพย์สินหรือสินค้า ค่าบริการคลังสินค้า เช่น

                            (ก)  บริษัท ก จำกัด เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ ได้ขายรถยนต์ให้บริษัท ข จำกัด แต่บริษัท ข จำกัด ได้ให้บริษัท ก จำกัด ช่วยดูแลรักษารถยนต์ไว้ก่อนจนกว่า จะรับมอบ โดยให้ค่าตอบแทนในการดูแลรักษารถยนต์ กรณีดังกล่าวเป็นการให้บริการรับฝากทรัพย์

                            (ข)  บริษัท ค จำกัด มีถังเหล็กขนาดใหญ่ และโกดังเป็นสถานที่เก็บสินค้า ได้ให้บริการแก่บริษัท ง จำกัด ในการเก็บรักษาสารเคมีเหลว โดยการขนถ่ายสารเคมีเหลว ตามที่บริษัท ง จำกัด ได้แจ้งให้ทราบ โดยใช้วิธีสูบถ่ายสินค้าจากเรือมาเก็บรักษาในถังเหล็กขนาดใหญ่ ในการส่งมอบสินค้าจะสูบถ่ายสินค้าจากถังเหล็กขนาดใหญ่เข้าไปบรรจุลงในถังเหล็กขนาดเล็กบนรถบรรทุกของบริษัท ค จำกัด และนำไปส่งมอบให้แก่บริษัท ง จำกัด ณ สถานที่กำหนดโดยวิธีการสูบถ่ายสินค้าออกจากถังเหล็กขนาดเล็กเข้าไปบรรจุ ณ สถานที่ส่งสินค้า กรณีดังกล่าวเป็นการให้บริการเก็บรักษาสินค้าในส่วนของการสูบถ่ายสินค้าเข้าไปเก็บในถังเหล็กและสูบถ่ายออก และเป็นการให้บริการขนส่งในส่วนของการขนส่งไปให้บริษัท ง จำกัด

                       (2)  ค่าบริการที่จอดรถ ไม่ว่าจะกำหนดสถานที่จอดรถไว้เป็นการเฉพาะหรือไม่

                       (3)  ค่าบริการใช้สถานที่เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการวางทรัพย์สินหรือสินค้า หรือติดตั้งอุปกรณ์ของผู้ใช้บริการ โดยไม่มีการส่งมอบการครอบครอง เช่น การให้ใช้สถานที่วางตู้บรรจุเครื่องดื่มที่ขายโดยเครื่องอัตโนมัติ การให้บริการใช้สถานที่ติดตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะ การให้ใช้สถานที่ติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ การ ให้ใช้สถานที่เพื่อให้ผู้รับบริการวางท่อที่ใช้เพื่อขนส่งสินค้าผ่านที่ของผู้ให้บริการ

                       (4)  ค่าบริการท่าเทียบเรือ ค่าบริการเช่าหลักผูกเรือ ค่าธรรมเนียมผ่านท่า ค่าบริการชั่งน้ำหนัก

                       (5)  ค่าบำรุงสมาชิกในการเป็นสมาชิกเพื่อใช้บริการในสโมสรกีฬา (Sport club) สนามกอล์ฟ หรือสโมสรเพื่อการพักผ่อนหรือสันทนาการ

                       (6)  ค่าธรรมเนียมการเรียกเก็บเงินตามใบบันทึกค่าสินค้าหรือค่าบริการด้วยบัตรเครดิต ที่ธนาคารได้ให้บริการแก่ ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการในการเรียกเก็บค่าสินค้าจากธนาคารได้ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการ

                       (7)  ค่าบริการในการให้บริการแก่เจ้าของสินค้าที่ผู้จำหน่ายสินค้าได้ให้ส่วนลดแก่ลูกค้าตามที่เจ้าของสินค้ากำหนด และผู้จำหน่ายสินค้าได้เรียกเก็บเงินชดเชยส่วนลดคืนจากเจ้าของสินค้า พร้อมกับค่าบริการ

                       (8)  ค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ที่ผู้ค้ำประกันเรียกเก็บจากลูกหนี้เป็นการตอบแทนที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้

                       (9)  ค่าบริการใช้พื้นที่ในห้างสรรพสินค้า เพื่อประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการชั่วระยะเวลาอันจำกัด โดยไม่ได้มีการส่งมอบการครอบครองพื้นที่ เช่น

                             (ก) บริษัท ก จำกัด ประกอบกิจการห้างสรรพสินค้า ให้บุคคลอื่นใช้พื้นที่ในห้างสรรพสินค้า ประกอบ กิจการล้างอัดรูป หรือขายอุปกรณ์กล้องถ่ายรูป โดยมี ข้อตกลงแบ่งรายได้ให้ห้างสรรพสินค้า

                             (ข) บริษัท ข จำกัด ประกอบกิจการห้างสรรพสินค้า ได้ให้บริการหัวชั้น ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ด้านหน้า หรือพื้นที่ใช้วางสินค้าอุปโภคบริโภคที่มองเห็นเด่นชัดกว่าชั้นวางของทั่วไป เพื่อประโยชน์ในการเร่งยอดขาย

                       (10)  ค่าขนส่งที่ไม่ใช่ค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ เช่น

                             (ก)  การประกอบกิจการขนส่งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ภายในประเทศโดยใช้รถยนต์บรรทุกในการขนส่งสินค้าจากบริษัทผู้ว่าจ้าง ณ โรงงานที่ผลิตหรือสถานที่ที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไปยังสถานที่ของลูกค้า

                             (ข)  บริษัท ก จำกัด รับจ้างจัดหารถบรรทุกมาขนสินค้าของบริษัท ข จำกัด ผู้ว่าจ้าง ไปยังด่านศุลกากรจังหวัดที่ส่งสินค้าออก และลำเลียงสินค้าจากโกดังพักสินค้าไปขึ้นเรือเล็กที่ผู้ซื้อสินค้าจัดหามาเพื่อรอนำสินค้าผ่านศุลกากร และส่งมอบให้ผู้ซื้อโดยผู้ซื้อจะจัดหาเรือใหญ่มาขนถ่ายสินค้าจากเรือเล็กขึ้นเรือใหญ่

                             (ค)  การประกอบการรับขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือ โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้

                                  -  ขนสินค้าจากท่าเรือมาโกดัง และจากโกดังไปที่ท่าเรือโดยใช้สายพาน

                                  -  ขนสินค้าจากท่าเรือมาโกดัง และจากโกดังไปที่ท่าเรือโดยวิธีใช้คนขน

                                  -  ขนสินค้าจากท่าเรือมาโกดัง และจากโกดังไปที่ท่าเรือ โดยใช้รถตัก

                             (ง)  การประกอบกิจการขนส่งโดยรถบรรทุก ไม่ว่าจะจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกหรือไม่

                             (จ)  การประกอบกิจการรับ-ส่งเอกสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งด้วยจักรยานยนต์ โดยคำสั่งของผู้ว่าจ้างซึ่งมีทั้งเรียกใช้ชั่วคราวและประจำเดือน

                             (ฉ)  บริษัท ช จำกัด เป็นผู้รับสิทธิในการจัดพิมพ์และโฆษณาในสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ ได้ว่าจ้างผู้ รับจ้างให้ทำการขนส่งสมุดโทรศัพท์ที่พิมพ์เสร็จจากโรงพิมพ์ไปยังสำนักงานของผู้จัดส่งในแต่ละภาคหรือเขตพื้นที่ ตามที่กำหนดไว้โดย คิดค่าขนส่งตามน้ำหนักของสมุดโทรศัพท์กรณีหนึ่ง และให้ทำการจัดส่งสมุดโทรศัพท์จาก โรงพิมพ์ไปให้แก่ผู้ใช้โทรศัพท์ตามบ้านหรือสำนักในภาคหรือเขตต่าง ๆ โดยผู้จัดส่งต้องให้ผู้รับลงชื่อรับไว้ และคิดค่าจัดส่งตามจำนวนเล่มของสมุดโทรศัพท์ที่จัดส่งได้อีกกรณีหนึ่ง

                             (ช)  บริษัท ซ จำกัด ได้จดทะเบียนประกอบกิจการขนส่งโดยรถยนต์โดยสารรับจ้างไม่ประจำทางกับกรมการขนส่งทางบก ได้ให้บริการขนส่งพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งทุกวันเว้นวันอาทิตย์ ตามวัน เวลา และเส้นทางที่กำหนดกันไว้แน่นอน โดยคิดค่าจ้างเป็นรายเดือน

                             (ซ)  การประกอบกิจการใช้รถยนต์ตู้วิ่งรับจ้างทั่วไปตามสถานที่และเส้นทางที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาพนักงานขับรถให้ และคิดค่าบริการในแต่ละครั้งที่ว่าจ้าง และการประกอบกิจการใช้รถยนต์ตู้รับ-ส่งพนักงานของบริษัทผู้ว่าจ้าง โดยรถยนต์ตู้จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นประจำ มีสถานที่รับส่งที่แน่นอน โดย ผู้รับจ้างจะคิดค่าบริการจาก ผู้ว่าจ้างเป็นรายเดือน

                             (ฌ)  การให้บริการโดยรถเครนยกตู้สินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

                             (ญ)  การประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นการขนส่งโดยอากาศยาน หรือโดย เรือเดินทะเล

                             (ฎ)  บริษัท พ จำกัด มีใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล ได้รับจ้างขนย้ายสิ่งของของลูกค้าไปอีก ที่หนึ่ง

                             (ฏ)  การประกอบกิจการรับขนสินค้าขึ้น-ลงจากเรือสินค้าต่างประเทศ พร้อมทั้งตรวจนับสินค้าว่าครบตามจำนวนหรือไม่

                             (ฐ)  ห้างฯ ได้ทำสัญญารับจ้างเหมารถรับส่งพนักงานและสิ่งของ กับบริษัท ป จำกัด โดยห้างฯ จะนำรถที่ ซื้อใหม่ พร้อมจัดให้มีพนักงานขับรถทำการรับส่งพนักงานและสิ่งของของผู้ว่าจ้าง ตามสถานที่และเส้นทางที่ผู้ว่าจ้าง หรือพนักงานของผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

                             (ฑ)  บริษัท บ จำกัด ประกอบกิจการรับขนถ่ายแป้งมัน

                             (ฒ)  บริษัท ม จำกัด ประกอบกิจการขนถ่ายสินค้าจากเรือเดินสมุทร เข้าเก็บในโรงพักสินค้า และขนถ่ายจากท่าเรือลงเรือเดินสมุทร โดยใช้เครื่องทุ่นแรง และแรงงานกรรมกร หรือโดยใช้รถเครนขนย้ายตู้บรรจุสินค้า (คอนเทนเนอร์) หรือใช้รถบรรทุกสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง

                             (ณ)  ห้างฯ ประกอบกิจการรับจ้างขนยกหรือลากจูงรถจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยห้างฯ ไม่มีอู่ซ่อมรถ เพียงแต่ขนย้ายหรือลากรถไปส่งให้ตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างเท่านั้น

                             (ด)  การให้บริการยกเคลื่อนย้ายสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยรถเครน รถเครนตีนตะขาบ และรถเทลเลอร์ ในการปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะใช้รถเครน เคลื่อนย้ายบรรดาวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ อาทิเช่น แผ่นเหล็ก เสาเข็ม ไปวางหรือกองไว้ ณ จุดที่ ผู้ว่าจ้างจะกำหนดโดยมิได้ให้บริการอย่างอื่น กรณีรถเทลเลอร์จะนำไปขนของจากสถานที่หนึ่งไปยังสถานที่หนึ่ง ตามที่ผู้ว่าจ้างจะกำหนด โดยผู้รับจ้างจะนำรถพร้อมพนักงานที่ขับรถไปยังสถานที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 1 เดือน 3 เดือน) จนกว่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งผู้รับจ้างจะคิดค่าบริการตามจำนวนวันที่ได้ไปให้บริการ พร้อมทั้งเรียกเก็บ ค่าน้ำมัน ค่าจ้างคนขับ (ในกรณีผู้รับจ้างต้องว่าจ้างคนขับจากที่อื่น) จากผู้ว่าจ้างโดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อบรรดาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอกและผู้ว่าจ้าง

                             (ต)  บริษัท ม จำกัด ประกอบกิจการรับขนส่งสินค้า โดยมีสัญญารับขนสินค้ากับโรงงานผู้ผลิตสินค้า เพื่อนำสินค้าไปส่งตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ไปส่ง โดยบริษัท ม จำกัด ได้ตกลงกับเจ้าของรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ให้นำรถยนต์มาทำการขนส่งอีก ทอดหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบในความชำรุดเสียหายในสินค้านั้น บริษัท ม จำกัด จะต้องรับ ผิดชอบตามสัญญารับจ้างขนส่งต่อเจ้าของสินค้า

                       2.5  การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่เป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าว หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราดังนี้

                               ผู้จ่าย   เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

                               ผู้รับ   ที่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0

                               ผู้รับ   ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0

                               ในกรณีที่ผู้ได้รับเงินได้พึงประเมินที่เป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายเป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภค หรือเป็นผู้ประกอบการที่นำสินค้าหรือบริการไปใช้ในการประกอบกิจการของตนเองโดยตรง โดยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ ผู้จ่ายเงินได้ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด

                               ตัวอย่าง   การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่เป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ที่อยู่ ในเกณฑ์ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                       (1)  เงินส่วนลด หรือรางวัลที่เจ้าของสินค้ากำหนดจ่ายเมื่อตัวแทนจำหน่ายสินค้า หรือผู้ซื้อสินค้าจากเจ้าของสินค้าเพื่อนำไปขายต่อ ซื้อสินค้าจากเจ้าของสินค้าได้ตามเป้า เช่น

                            (ก)  บริษัท ก จำกัด ขายสินค้าโดยขายส่งให้ตัวแทนจำหน่าย ตั้งเป้าในการขายสินค้าว่าเมื่อตัวแทนจำหน่าย สั่งซื้อสินค้าครบตามจำนวนเงินที่กำหนด บริษัทจะจ่ายรางวัลหรือค่าส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดภายหลังเป็นอัตราร้อยละของยอดซื้อ หรือตามจำนวนเงินที่กำหนด

                            (ข)  บริษัท ข จำกัด ได้ขายสินค้าโดยมีเงื่อนไขท้ายประกาศราคาผลิตภัณฑ์ระบุว่า หากลูกค้าซื้อสินค้าได้ตามเป้ามีจำนวนรวมกันเกิน 500,000 หน่วย จะให้ส่วนลดหน่วยละ 0.05 บาท จากราคาประกาศ

                            (ค)  ห้างฯ ประกอบกิจการค้าปลีกน้ำมัน ได้ซื้อน้ำมันหรือ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ตามเป้าที่บริษัท ก จำกัด ผู้จัดจำหน่ายน้ำมันกำหนดไว้ โดยบริษัท ก จำกัด จะให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นส่วนลดซึ่งคำนวณจากยอดซื้อตอนสิ้นเดือน โดยจะออกใบลดหนี้ทางการค้าให้แก่ห้างฯ ซึ่งใบลดหนี้ดังกล่าวห้างฯ สามารถนำไปซื้อน้ำมันในครั้งต่อไปโดยหักจากยอดหนี้ค้างชำระค่าน้ำมัน ส่วนลดที่ห้างฯ ได้รับจากบริษัท ก จำกัด ถือเป็นส่วนลดที่ได้รับเนื่องจากการส่งเสริมการขาย

                            (ง)  บริษัท ข จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายยา ได้ซื้อยาจากบริษัท ค จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้า โดยบริษัท ค จำกัด ได้ให้ส่วนลดแก่บริษัท ข จำกัด ในอัตราร้อยละ 35 ของราคาสินค้าที่บริษัท ข จำกัด สั่งซื้อโดยให้บริษัท ข จำกัด รวบรวมยอด ส่วนลดในแต่ละเดือน แล้วจัดส่งใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินไปยังบริษัท ค จำกัด

                       (2)  รางวัลหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย เช่น

                            (ก)  บริษัท ข จำกัด จัดโปรโมชั่น เพื่อช่วยตัวแทนจำหน่ายสินค้าของตนเองระบายสินค้ารุ่นเก่าออกจากสต๊อก โดยกำหนดว่าเมื่อตัวแทนจำหน่ายขายสินค้ารุ่นนั้นได้ บริษัทจะจ่ายเป็นค่า subsidize มูลค่า 500 บาท ต่อสินค้า 1 เครื่อง ถือเป็นรางวัลหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากส่งเสริมการขาย

                            (ข)  บริษัท ค จำกัด มีนโยบายส่งเสริมการขาย โดยจะให้รางวัลแก่ตัวแทนจำหน่ายในวาระพิเศษตาม ธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้า เช่น ในโอกาสครบรอบเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ 3 ปี ถือเป็นรางวัลหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย

                       2.6  การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่เป็นค่าเบี้ยประกันวินาศภัย

                       ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินที่เป็นค่าเบี้ยประกันวินาศภัย หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราดังนี้

                             ผู้จ่าย   เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

                             ผู้รับ   ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการรับประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม ผู้จ่ายที่จ่ายให้กับผู้รับในกรณีนี้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1.0

                             ตัวอย่าง   การจ่ายค่าเบี้ยประกันวินาศภัย ที่อยู่ในเกณฑ์ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                       (1)  การจ่ายค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ค่าเบี้ยประกันภัยในการขนส่งสินค้า

                       (2)  การจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพ

      ข้อ   3   การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่ง กรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2544 ต้องมีจำนวนตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่หนึ่งพันบาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ถึงหนึ่งพันบาท

      ข้อ   4   ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย นำส่งภาษีที่ต้องหักไว้ตามแบบ ภ.ง.ด.3 กรณีจ่ายให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภ.ง.ด.53 กรณีจ่ายให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอหรือเขต ท้องที่ ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินไม่ว่าจะหักภาษีไว้แล้วหรือไม่

      ข้อ   5   การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ไม่ได้กำหนดให้มีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2544 ผู้จ่ายเงินได้ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เช่น การซื้อขายสินค้า การจ่ายค่าบริการของโรงแรมหรือของภัตตาคาร การจ่าย ค่าเช่าซื้อสินค้า

                            ตัวอย่าง   การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ผู้จ่ายไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                       (1)  การจ่ายค่าซื้อสินค้า เช่น

                            (ก)  บริษัท ก จำกัด ประกอบกิจการขายสินค้าไม่ได้ประกอบกิจการขนส่งเป็นปกติธุระ ขายสินค้าให้แก่ลูกค้า โดยส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าด้วย และเรียกเก็บ ค่าขนส่งเพิ่มจากค่าสินค้า ไม่ว่าจะเรียกเก็บค่าขนส่ง รวมกับราคาสินค้าหรือ แยกออกจากราคาสินค้า ค่าสินค้ารวมกับค่าขนส่งถือเป็นเงินได้จากการขายสินค้า ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                            (ข)  บริษัท ข จำกัด ขายสินค้าพร้อมให้บริการติดตั้งสินค้าให้แก่ลูกค้า โดยรวมราคาสินค้าและค่าติดตั้งเข้า ด้วยกัน ถือเป็นการขายสินค้า ผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                       (2)  การจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ เช่น ค่าโดยสารรถแท็กซี่ ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าโดยสาร รถยนต์โดยสารวิ่งประจำเส้นทาง

                       (3)  การจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต เช่น การจ่ายค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุ

                       (4)  ค่าลดหย่อนหรือส่วนลดที่ลดให้ทันทีในขณะขายสินค้าหรือให้บริการ และรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายที่ผู้รับเป็นผู้ซื้อ สินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภค หรือเป็นผู้ประกอบการที่นำสินค้าหรือบริการไปใช้ในการประกอบกิจการของตนเองโดยตรง โดยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อไป เช่น

                            (ก)  บริษัท ก จำกัด ขายรถยนต์กระบะราคาคันละ 300,000 บาท ได้ให้ส่วนลดแก่ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้บริโภค ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2544 ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2544 คันละ 5,000 บาท ส่วนลดดังกล่าวไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                            (ข)  บริษัท ข จำกัด ขายสินค้าให้ตัวแทนจำหน่ายสินค้า โดยให้ส่วนลดในขณะที่ขายสินค้าทันทีร้อยละ 5 ของราคาสินค้าที่ขาย ส่วนลดดังกล่าวไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

      จึงขอชี้แจงมาเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

กรมสรรพากร

27 มิถุนายน 2544

clear-gif
Last update :
 Thursday, January 11, 2007

 
หน้าหลักEnglishแผนผังเว็บไซต์แนะนำเว็บไซต์ติดต่อกรมสรรพากร


   
 
สงวนลิขสิทธิ์ กรมสรรพากร :: ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้เว็บไซต์
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161