ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
เกี่ยวกับกรมสรรพากรห้องข่าวบริการอิเล็กทรอนิกส์ความรู้เรื่องภาษีบริการข้อมูลอ้างอิงFAQ
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 


สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อม (SMEs)

 

 

สิทธิประโยชน์

หลักเกณฑ์/เงื่อนไข

กฎหมาย

1.

ลดอัตราภาษีและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการขนาดย่อม จากร้อยละ 30 เหลือ
    - ยกเว้นภาษี สำหรับกำไรสุทธิไม่เกิน 1.5 แสนบาท
    - ร้อยละ 15 สำหรับกำไรสุทธิเกิน 1.5 แสนบาทแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท
    - ร้อยละ 25 สำหรับกำไรสุทธิที่เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท และสำหรับกำไรสุทธิในส่วนที่เกินกว่า 3 ล้านบาทให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30

(1)

ต้องเป็นนิติบุคคลไทยที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท

(2)

ต้องเป็นกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2545 เป็นต้นไป


 

- พรฎ.394 พ.ศ.2545(มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2545)
- พรฎ.431 (มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2547)
- พรฎ.471พ.ศ 2551 (มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2551)

2.

ให้ผู้ประกอบการการขนาดกลางขนาดย่อม (SMEs) หักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ อาคาร และเครื่องจักรในอัตราพิเศษ ดังนี้

   

คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ (ไม่รวมโปรแกรมคอมพิวเตอร์) ให้หักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นร้อยละ 40 ในวันที่ได้ทรัพย์สินมา ส่วนที่เหลือให้ทยอยหักตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถหักค่าเสื่อมภายในเวลาไม่น้อยกว่า 3 รอบระยะเวลาบัญชี

   

อาคาร โรงงาน ให้หักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นร้อยละ 25 ในวันที่ได้ทรัพย์สินมา ส่วนที่เหลือให้ทยอยหักตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถหักค่าเสื่อมภายในเวลาไม่น้อยกว่า 20 รอบระยะเวลาบัญชี

   

เครื่องจักร และอุปกรณ์เครื่องจักร ให้หักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นร้อยละ 40 ในวันที่ได้ทรัพย์สินมา ส่วนที่เหลือให้ทยอยหักตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถหักค่าเสื่อมภายในเวลาไม่น้อยกว่า 5 รอบระยะเวลาบัญชี

(1)

ต้องเป็นนิติบุคคลไทย ที่มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 200 ล้านบาท และ จ้างแรงงาน ไม่เกิน 200 คน

(2)

ใช้สำหรับทรัพย์สินที่ได้มาภายในหรือหลังวันที่ 31 ม.ค.45

 

พรฎ.395 พ.ศ. 2545 (มีผลบังคับใช้ 31 มกราคม 2545)

3.

ยกเว้นเงินปันผล หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหุ้นที่นิติบุคคลร่วมลงทุน (VC)ได้รับจากการถือหุ้นในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

(1)

วิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมที่ VC เข้าไปลงทุน หมายถึง นิติบุคคลไทย ที่มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และ จ้างแรงงาน ไม่เกิน 200 คน

(2)

นิติบุคคลร่วมลงทุน (VC) ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฏหมายไทยตามประกาศกระทรวงการคลังที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน โดยมีทุนจดทะเบียน ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท และมีการชำระค่าหุ้นครั้งแรก ไม่น้อยกว่า ? ของทุนจดทะเบียน และชำระค่าหุ้นที่เหลือทั้งหมดภายใน 3 ปีนับแต่วันจดทะเบียน (โดย VC สามารถลดทุนจดทะเบียนได้หากถือหุ้นใน SMEs ติดต่อกันนานกว่า 7 ปี)

(3)

ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.)ภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ 31 มกราคม 2545
(4) VC ต้องมีสัดส่วนหุ้นใน SMEs ต่อทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ดังนี้ -20% สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีที่ 1

40% สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีที่ 2

60% สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีที่ 3

80% สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีที่ 4

(5)

ต้องถือหุ้นใน SMEs อย่างน้อย 7 ปีติดต่อกัน เว้นแต่ SMEs นั้นจะสามารถเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ จึงจะอนุโลมให้ถือหุ้นใน SMEs น้อยกว่า 7 ปีแต่ต้องไม่น้อยกว่า 5 ปี

(6)

ต้องมอบหมายให้ผู้ได้รับใบอนุญาติประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการเงินร่วมลงทุนเป็นผู้จัดการ VC ใน SMEs

 

พรฎ.396 พ.ศ. 2545 (มีผลบังคับใช้ 31 มกราคม 2545)

4.

ยกเว้นเงินปันผลและผลประโยชน์จากการโอนหุ้นที่ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจาก VC ที่ได้รับจากการยกเว้นภาษีตาม ข้อ 3.

 

ผู้ถือหุ้นใน VC หากได้รับเงินปันผลหรือผลประโยชน์จากการโอนหุ้น จะได้รับการยกเว้นภาษีโดยไม่จำเป็นต้องกำหนดระยะเวลาในการถือครองหุ้นใน VC ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 3.

 

พรฎ.396พ.ศ. 2545 (มีผลบังคับใช้ 31 ม.ค. 2545) กฎกระทรวง 126 ข้อ 2(58) (มีผลบังตับใช้ 1 มี.ค.45)

clear-gif
Last update :
 Monday, June 2, 2008