ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
เกี่ยวกับกรมสรรพากรห้องข่าวบริการอิเล็กทรอนิกส์ความรู้เรื่องภาษีบริการข้อมูลอ้างอิงFAQ
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 


เลขที่หนังสือ

: กค 0811/พ./1587

วันที่

: 21 กุมภาพันธ์ 2545

เรื่อง

: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

ข้อกฎหมาย

: มาตรา 78(2), มาตรา 77/2(1), มาตรา 79

ข้อหารือ

: สมาคมธุรกิจเช่าซื้อ ได้มีหนังสือหารือ เรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ
โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัทผู้ให้เช่าซื้อ สมาชิกสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เป็น ผู้ประกอบการ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้บอกเลิกสัญญาการเช่าซื้อกับผู้เช่าซื้อเนื่องจากมิได้รับชำระราคาสินค้าตาม
งวดที่ถึงกำหนดชำระแต่ละงวด โดยบริษัทผู้ให้เช่าซื้อได้รับคืนสินค้าในสภาพที่เสื่อมลง (ไม่ว่าโดยลูกค้า
นำสินค้ามาคืนเองหรือบริษัทให้เช่าซื้อไปยึดคืนมา) ต่อมาบริษัทผู้ให้เช่าซื้อได้นำสินค้าดังกล่าวออกประมูล
ขายหรือขายให้แก่บุคคลที่สามที่ให้ราคาดีที่สุด แต่เงินที่ได้รับมาจากการประมูลขายหรือขายสินค้าดังกล่าว
ไม่เพียงพอต่อยอดหนี้ที่ ผู้เช่าซื้อค้างชำระ บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจึงได้แจ้งให้ผู้เช่าซื้อจ่ายชดเชยเป็น
ค่าเสียหาย (บางกรณีบริษัท ผู้ให้เช่าซื้อต้องฟ้องเรียกค่าเสียหาย) และผู้เช่าซื้อยินยอมจ่ายเงินชดเชย
ค่าเสียหายให้แก่บริษัทผู้ให้เช่าซื้อ บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจึงหารือว่า
1. บริษัทมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามงวดที่ถึงกำหนดชำระแต่ละงวด จนถึงงวดก่อนที่มี
การเลิกสัญญาหรือไม่
2. บริษัทนำสินค้าที่รับหรือยึดคืนมาที่มีสภาพเสื่อมค่าลงออกขายได้ราคา 25 0,000 บาท
รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 267,500 บาท บริษัทมีภาระต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 17,500 บาท ตาม
หลักการขายสินค้าทั่วไปหรือไม่
3. การที่บริษัทยอมรับเงินจำนวน 100,000 บาท เป็นค่าทดแทนความเสียหาย บริษัทต้อง
เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

แนววินิจฉัย

: 1. กรณีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อเนื่องจากมิได้รับชำระราคาสินค้าตามงวดที่ ถึงกำหนดชำระ
ราคาแต่ละงวด บริษัทผู้ให้เช่าซื้อยังคงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามงวดที่ ถึงกำหนดชำระราคา
แต่ละงวดจนถึงงวดก่อนที่มีการเลิกสัญญา ไม่ว่าผู้เช่าซื้อจะได้ชำระราคาสินค้าสำหรับงวดที่ถึงกำหนด
ชำระราคาหรือไม่ก็ตาม ตามมาตรา 78(2) แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไร ก็ตาม หากบริษัท
ผู้ให้เช่าซื้อแจ้งการเลิกสัญญาเช่าซื้อเป็นหนังสือต่อผู้เช่าซื้อ และนับแต่เดือนที่ส่งหนังสือแจ้งเลิกสัญญา
ถือว่าไม่มีการขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อตามมาตรา 78(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทผู้ให้เช่าซื้อ
ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามงวดที่ถึงกำหนดชำระแต่ละงวด ตามมาตรา 78(2)
แห่งประมวลรัษฎากร
2. กรณีบริษัทผู้ให้เช่าซื้อนำสินค้าที่ได้รับคืนหรือยึดมาจากผู้เช่าซื้อออกขายให้แก่บุคคลที่สาม
เนื่องจากการขายสินค้าดังกล่าวอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2(1)แห่ง
ประมวลรัษฎากร บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจึงมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 จาก ผู้ซื้อ
สินค้าเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ตามมาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากร
3. กรณีบริษัทผู้ให้เช่าซื้อนำสินค้าที่ได้รับคืนหรือยึดมาจากผู้เช่าซื้อออกประมูลขายหรือขายให้
แก่บุคคลที่สาม โดยราคาที่ขายได้นั้นไม่เพียงพอต่อยอดหนี้ที่ผู้เช่าซื้อค้างชำระ (กล่าวคือ ต่ำกว่าราคา ณ
วันบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ) ผู้เช่าซื้อจึงรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาด จำนวน 100,000 บาท ให้กับบริษัท
ผู้ให้เช่าซื้อ และบริษัทผู้ให้เช่าซื้อตกลงรับเงินชดใช้จำนวนดังกล่าว เนื่องจากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อได้
บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับผู้เช่าซื้อแล้ว เงินชดใช้ส่วนที่ขาดซึ่งผู้เช่าซื้อจ่ายให้แก่บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่ใช่
ค่าเช่าซื้อสินค้าตามสัญญาเช่าซื้อ แต่ถือเป็นค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้า ตามมาตรา
79 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อเงินชดใช้ดังกล่าวมีจำนวนไม่เกินมูลค่าสินค้าที่เหลืออยู่ตามสัญญาให้เช่าซื้อ
บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจึงมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ได้รับในเดือนภาษีที่ได้รับเงินนั้น

เลขตู้

: 65/31276

clear-gif
Last update : Thursday, August 8, 2013

 
หน้าหลักEnglishแผนผังเว็บไซต์แนะนำเว็บไซต์ติดต่อกรมสรรพากร


 
สงวนลิขสิทธิ์ กรมสรรพากร :: ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้เว็บไซต์