ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 
ประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกฤษฎีกา
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
กฎกระทรวง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำสั่งกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำชี้แจงกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ข่าวการปรับปรุง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
Download
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนฯ
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อหารือภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
คำพิพากษาฏีกา
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
กฎหมายออกใหม่
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
สรุปสิทธิประโยชน์กฎหมายภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อมูลการพัฒนากฏหมายของกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง


Untitled Document

พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการกำหนดรายการที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ ๕๗๔)
พ.ศ. ๒๕๕๖
------------------------

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เป็นปีที่ ๖๘ ในรัชกาลปัจจุบัน

                   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
                   โดยที่เป็นการสมควรกำหนดรายการที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลี
                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๖๕ ตรี (๒๐) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

                   มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดรายการที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ ๕๗๔) พ.ศ. ๒๕๕๖”

                   มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                   มาตรา ๓ รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

                   (๑) เงินสำรองตามมาตรา ๖๕ ตรี (๑) (ก) หรือ (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบริษัทใหม่ อันได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้รับโอนกิจการทั้งหมดได้กันไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต หรือกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย เป็นจำนวนเท่ากับเงินสำรองซึ่งบริษัทเดิมที่ได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้โอนกิจการทั้งหมดและจดทะเบียนเลิกได้กันไว้ ทั้งนี้ สำหรับบริษัทใหม่ที่ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเฉพาะเงินสำรองที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีถัดจากรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน
                   (๒) เงินสำรองซึ่งได้กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญตามมาตรา ๖๕ ตรี (๑) (ค) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบริษัทใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้รับโอนกิจการทั้งหมดได้กันไว้ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เป็นจำนวนเท่ากับเงินสำรองซึ่งบริษัทเดิมที่ได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้โอนกิจการทั้งหมดและจดทะเบียนเลิกได้กันไว้
                   (๓) รายจ่ายที่เกิดจากการจำหน่ายหนี้สูญสำหรับหนี้จากการให้สินเชื่อในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เป็นจำนวนไม่เกินเงินสำรองซึ่งบริษัทเดิมที่ได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้โอนกิจการทั้งหมดและจดทะเบียนเลิกได้กันไว้ตามมาตรา ๖๕ ตรี (๑) (ค) แห่งประมวลรัษฎากร

                   มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
      ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
        นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทเดิมอันได้ควบเข้ากันกับบริษัทอื่น หรือเป็นผู้โอนกิจการและจดทะเบียนเลิก ในกรณีที่มีการควบเข้ากันหรือการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ระหว่างบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจประกันวินาศภัยธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ สำหรับเงินสำรองตามมาตรา ๖๕ (๑) (ก) (ข) หรือ (ค) ตามประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี สมควรกำหนดให้เงินสำรองดังกล่าวเป็นรายการที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้รับโอนกิจการ เนื่องจากการที่บริษัทใหม่ดังกล่าวจะนำเงินสำรองที่มีลักษณะอย่างเดียวกันที่ได้กันไว้ มาลงรายการเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทในการเสียภาษีเงินได้อีกครั้ง ย่อมถือได้ว่าเป็นการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีซ้ำซ้อน ในเงินจำนวนเดียวกัน และโดยที่มาตรา ๖๕ ตรี (๒๐) แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติให้การกำหนดรายการ ที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในการเสียภาษีต้องเป็นรายจ่ายที่มีลักษณะทำนองเดียวกับที่ระบุไว้ในประมวลรัษฎากรและเป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

                   (ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๑๒๓ ก วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖)

clear-gif

WCAG 2.0 (Level AA)

Last update :
 Tuesday, November 11, 2014

 
รูปมุมซ้าย
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


 
สงวนลิขสิทธิ์โดยกรมสรรพากร : Website Policy : Privacy Policy : Website Security Policy : Disclaimer
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161