ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
พระบรมราโชวาท
คำสั่ง
วินัย/จรรยาบรรณ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อุทาหรณ์ก่อนทำผิด
บทความส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
วีดีทัศน์ส่งเสริมคุณธรรม
ชมรมพุทธศาสตร์
แผนกลยุทธ์กรมสรรพากรใสสะอาด
แผนป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ใบสมัครรวมพลังแผ่นดิน
ใจไทยใสสะอาด
ผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ
เยาวชนไทยใสสะอาด
เชื่อมโยงเว็บไซต์ศูนย์ประสานราชการใสสะอาด
ติดต่อเรา
 

กฎ ก.พ. ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2539)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535

ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง

--------------------------

 

                           อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8(5) และมาตรา 102  วรรคแปด  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535  ก.พ. จึงออกกฎ ก.พ. ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไว้ดังต่อไปนี้

 

                           ข้อ 1  กฎ ก.พ. ฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                           ข้อ 2  ให้ยกเลิกกฎ ก.พ. ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2536)  ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535  ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง

 

                           ข้อ 3  ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงในกรณีดังต่อไปนี้  ถือว่าเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง  ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการทางวินัยตามมาตรา 103  หรือมาตรา  109  โดยไม่สอบสวนหรืองดการสอบสวนก็ได้

                                        (1)  กระทำความผิดอาญาจนต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้นั้นกระทำผิดและผู้บังคับบัญชาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำพิพากษานั้นได้ความประจักษ์ชัดแล้ว

                                        (2)  กระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา  หรือให้ถ้อยคำรับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน  และได้มีการบันทึกถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือ

 

                           ข้อ 4  ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีดังต่อไปนี้  ถือเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง  ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการทางวินัยตามมาตรา  104  วรรคสอง  หรือมาตรา 109  โดยไม่สอบสวนหรืองดการสอบสวนก็ได้

                                        (1)  กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก  โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้ลงโทษที่หนักกว่าจำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความลหุโทษ

                                        (2)  ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวัน  และผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

                                        (3)  กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  และได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา  หรือให้ถ้อยคำรับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน  และได้มีการบันทึกถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือ

 

                                         ให้ไว้  ณ  วันที่  18  ตุลาคม  พ.ศ.  2539

 

 

                                                                                 (ลงชื่อ)    บรรหาร     ศิลปอาชา

                                                                                            (นายบรรหาร   ศิลปอาชา)

                                                                                                    นายกรัฐมนตรี

                                                                                                    ประธาน ก.พ.

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ      1.  นำส่งโดยหนังสือสำนักงาน ก.พ.  ที่ นร 0709.2/ว 24  วันที่  26  พฤศจิกายน  2539

                   2.  ประกาศราชกิจจานุเบกษา  ฉบับกฤษฎีกา   เล่ม  113  ตอนที่ 59 ก วันที่  11  พฤศจิกายน  2539

space
Last update : Tuesday, August 9, 2005
Navigator :  ศูนย์ประสานราชการใสสะอาด > วินัย/จรรยาบรรณ