ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 


เลขที่หนังสือ

: กค 0706/พ./6711

วันที่

: 9 สิงหาคม 2549

เรื่อง

: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการคิดเงินเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

: มาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

       ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส. ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.73.1) สำหรับเดือนภาษีเมษายน พ.ศ. 2547 และหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.73.1) สำหรับเดือนภาษีกรกฎาคม พ.ศ. 2547 กรณีห้างฯ ได้ยื่นแบบ ภ.พ. 30 แสดงยอดขายและภาษีขายขาดไป ห้างฯ ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามมาตรา 89 (4) แห่งประมวลรัษฎากร รวมเป็นเงินจำนวน 284,980.87 บาท แต่เนื่องจากห้างฯ ไม่มีภาษีสุทธิที่ต้องชำระในแต่ละเดือนภาษีดังกล่าว โดยมีภาษีสุทธิที่ชำระเกินอยู่อีกทั้งสองเดือนภาษี เจ้าพนักงานประเมินจึงไม่ได้คิดเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ต่อมาห้างฯ ได้รับแจ้งการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2548 เป็นเงินจำนวน 302,504.58 บาท และเจ้าหน้าที่ได้นำไปหักกลบลบหนี้ภาษีอากรดังกล่าวพร้อมคิดเงินเพิ่มใหม่ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร จำนวน 19,948.66 บาท จึงขอทราบว่า ห้างฯ เสียภาษีถูกต้องหรือไม่

แนววินิจฉัย

       1. ตามมาตรา 27 และมาตรา 89/1 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติว่า บุคคลใดไม่เสียหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง โดยไม่รวมเบี้ยปรับ ฉะนั้น กรณีที่ห้างฯ ยื่นแบบ ภ.พ. 30 แสดงยอดขายและภาษีขายขาดไป ซึ่งต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไป ตามมาตรา 89 (4) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากห้างฯ ไม่มีภาษีสุทธิที่ต้องชำระในแต่ละเดือนภาษี โดยมีภาษีสุทธิที่ชำระเกินอยู่อีกทั้งสองเดือนภาษี ห้างฯ จึงไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อ 21 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 81/2542 เรื่อง การคำนวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542
       2. เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม จากภาษีขายขาดพร้อมเบี้ยปรับ โดยไม่ได้คิดเงินเพิ่ม เนื่องจากห้างฯ ไม่มีภาษีสุทธิที่ต้องชำระในเดือนภาษีนั้น อีกทั้งยังมีภาษีสุทธิที่ชำระไว้เกิน ต่อมาเมื่อห้างฯ ไม่ชำระภาษีภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน จึงให้ถือเป็นภาษีอากรค้าง ตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร แต่กรณีดังกล่าวห้างฯ ไม่ต้องรับผิดชำระเงินเพิ่ม ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

:69/34414

clear-gif
Last update :
 Thursday, August 8, 2013

 
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


   
 
สงวนลิขสิทธิ์ กรมสรรพากร :: ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้เว็บไซต์
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161