ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 
ประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกฤษฎีกา
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
กฎกระทรวง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำสั่งกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำชี้แจงกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ข่าวการปรับปรุง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
Download
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศ/คำสั่ง คสช.
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนฯ
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อหารือภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
คำพิพากษาฏีกา
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
กฎหมายออกใหม่
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
สรุปสิทธิประโยชน์กฎหมายภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อมูลการพัฒนากฏหมายของกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง


คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 40/2537

เรื่อง  การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อในสถานประกอบการโรงแรม

 

---------------------------------------------

 

                เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจหรือแนะนำผู้ประกอบการจดทะเบียนปฏิบัติสำหรับกรณีการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อด้วยเครื่องบันทึกการเก็บเงินในสถานประกอบการโรงแรม ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

 

                ข้อ 1  ให้ยกเลิกคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.34/2536 เรื่อง การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ณ สถานที่ให้บริการบางประเภทในสถานประกอบการโรงแรม ลงวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2536

 

                ข้อ 2  ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งประกอบกิจการให้บริการประเภทกิจการโรงแรม ซึ่งใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ปฏิบัติดังนี้

                        (1) กรณีลูกค้าชำระค่าบริการและหรือค่าสินค้าเป็นเงินสด หรือด้วยการใช้บัตรเครดิต หรือในลักษณะทำนองเดียวกัน ให้ใช้ใบเรียกเก็บค่าบริการที่ออกให้ ณ แผนกบริการส่วนหน้า (Guest Folio) หรือใบเรียกเก็บค่าบริการที่ออกให้ ณ แผนกขายสินค้าหรือให้บริการอื่น ๆ (Guest Check หรือ Long Bill) ซึ่งมีรายการอย่างน้อย ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร และตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 46) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2536 เป็นใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ โดยเครื่องบันทึกการเก็บเงินจะต้องบันทึกคำว่า “เงินสด” หรือ “จ่ายแล้ว”หรือ “CASH”หรือ “PAID”หรือ “CARD” หรือ ระบุชื่อบัตรเครดิต ไว้ในใบเรียกเก็บค่าบริการด้วย

                        (2) กรณีลูกค้าชำระค่าบริการและหรือค่าสินค้าเป็นเงินเชื่อ

                              (ก) หากเป็นลูกค้าซึ่งเข้าพักในห้องพักของโรงแรมอยู่แล้ว ให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินบันทึกคำว่า “ลูกค้าโรงแรม"หรือ “GUEST”หรือ “HOTELGUEST”หรือ ระบุชื่อลูกค้าและหมายเลขห้องพัก ไว้ในใบเรียกเก็บค่าบริการ และในกรณีที่เป็นใบเรียกเก็บค่าบริการซึ่งออกให้ ณ แผนกขายสินค้าหรือให้บริการอื่น ๆ (Guest Check หรือ Long Bill) ให้จัดส่งใบเรียกเก็บค่าบริการ (Guest Check หรือ Long Bill) นั้นไปยังแผนกบริการส่วนหน้า (Front Office) เพื่อการเรียกเก็บเงินต่อไป โดยจะยังไม่ถือว่าใบเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวเป็นใบกำกับภาษี

                              (ข) หากมิได้เป็นลูกค้าซึ่งเข้าพักในห้องพักของโรงแรม ให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินบันทึกคำว่า“เงินเชื่อ” หรือ “CREDIT” หรือ “CITYLEDGER”ไว้ในใบเรียกเก็บค่าบริการ และจัดส่งใบเรียกเก็บค่าบริการนั้นไปยังแผนกบัญชี (Back Office) เพื่อการเรียกเก็บเงินต่อไป โดยจะยังไม่ถือว่าใบเรียกเก็บค่าบริการ ดังกล่าวเป็นใบกำกับภาษี

                        (3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องบันทึกหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีอย่างย่อตาม (1) และหมายเลขลำดับของใบเรียกเก็บค่าบริการตาม (2) เรียงตามลำดับต่อกันไปเป็นชุดเดียวกัน หรือจะแยกหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีอย่างย่อ และหมายเลขลำดับของใบเรียกเก็บค่าบริการออกเป็นคนละชุดต่างหากจากกันก็ได้ แต่ทั้ง 2 กรณีจะต้องมีรหัสหรือเครื่องหมายที่แสดงความแตกต่างระหว่างหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีอย่างย่อและหมายเลขลำดับของใบเรียกเก็บค่าบริการด้วย

                        (4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินบันทึกรายการการให้บริการและการขายสินค้าตามใบกำกับภาษีอย่างย่อและใบเรียกเก็บค่าบริการไว้ในม้วนกระดาษต่อเนื่องเพื่อบันทึกรายการประจำวัน (Daily Transaction Journal) และต้องแสดงรหัสหรือเครื่องหมายที่แสดงความแตกต่างระหว่างรายการการให้บริการและการขายสินค้าตามใบกำกับภาษีอย่างย่อและใบเรียกเก็บค่าบริการด้วย

                        (5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินทำการสรุปรายงานการให้บริการและการขายสินค้าประจำวัน โดยให้แยกมูลค่ารวมของการให้บริการและการขายสินค้าตามใบกำกับภาษีอย่างย่อและใบเรียกเก็บค่าบริการออกต่างหากจากกัน

                        (6) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องเก็บม้วนกระดาษต่อเนื่องซึ่งบันทึกรายการประจำวัน (Daily Transaction Journal) ตาม (4) และรายงานตาม (5) ไว้ ณ สถานประกอบการเป็นเวลา 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

 

                “ข้อ 3   ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งประกอบกิจการให้บริการประเภทกิจการโรงแรม ซึ่งใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินชนิดคอมพิวเตอร์ต่อเชื่อมเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์อื่นเพื่อประกอบกันเป็นระบบ POSS (Point of Sale System) หรือใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินชนิดไฟฟ้า ECR (Electronic Cash Register) ต่อเชื่อมเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นเพื่อประกอบกันเป็ระบบ POSS ตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 46) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ และหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2536 สำหรับการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ สามารถใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินดังกล่าวโดยไม่ต้องมีกระดาษเป็นม้วนต่อเนื่องเพื่อบันทึกรายการประจำวัน (Daily Transaction Journal) ก็ได้ หากมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้"

(แก้ไขโดย ป.43/2537 ใช้บังคับ 20 มกราคม 2537 เป็นต้นไป)

                        (1) เป็นโรงแรมที่มีรายรับจากการให้บริการและการขายสินค้าทุกอย่างรวมกันไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา หรือประมาณการรายรับไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทต่อปีในกรณีที่เป็นโรงแรมที่ตั้งขึ้นใหม่หรือจะตั้งขึ้นใหม่ หรือถ้ามีรายรับน้อยกว่า 100 ล้านบาทต่อปีจะต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

                        (2) ต้องแจ้งภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมและชื่อของโปรแกรมที่ใช้ รวมทั้งระบุชื่อ ที่อยู่ ของผู้ขายและหรือผู้รับจ้างพัฒนาโปรแกรมต่อกรมสรรพากรตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

                        ( 3 ) ต้องส่งมอบคู่มือพร้อมทั้งผังระบบงานและวิธีการใช้งานต่อกรมสรรพากร

                        (4) ต้องมีโปรแกรมที่สามารถสั่งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง (Central Processing Unit) ของแต่ละสถานประกอบการให้พิมพ์ข้อมูลตาม (6) ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรร้องขอ และต้องพิมพ์ข้อมูลได้เป็นรายเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องตั้งแต่ช่วงเวลาที่พิมพ์ครั้งล่าสุดจนถึงเวลาที่เจ้าพนักงานร้องขอ

                        (5) ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์สำหรับการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามข้อ 2 ทุกกรณี เว้นแต่ในส่วนที่กำหนดให้ต้องกระทำในม้วนกระดาษต่อเนื่องเพื่อบันทึกรายการประจำวัน (Daily Transaction Journal) หรือส่วนที่กำหนดไว้ในข้อ 3 แล้ว

                        (6) ต้องจัดทำรายงานการให้บริการและการขายสินค้าไว้ในกระดาษต่อเนื่องของระบบคอมพิวเตอร์อย่างน้อยทุกสิ้นวันทำการ และต้องมีรายการอย่างน้อย ดังนี้

                              (6.1) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ออกโดยเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง เรียงตามลำดับของเลขรหัสประจำเครื่องที่ได้รับจากกรมสรรพากร เว้นแต่ กรณีที่เป็นเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ได้มาก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2537 และไม่สามารถออกหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ ก็ให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินนั้นบันทึกหมายเลขลำดับของใบเรียกเก็บค่าบริการซึ่งตีพิมพ์มาจากโรงพิมพ์แทนก็ได้ และอย่างน้อยจะต้องบันทึกตัวเลข 3 หลักสุดท้ายของหมายเลขลำดับดังกล่าวเพื่อใช้เป็นหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีอย่างย่อ

                              ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการให้บริการและหรือขายสินค้าเป็นเงินเชื่อด้วย ให้บันทึกหมายเลขลำดับของใบเรียกเก็บค่าบริการซึ่งกำหนดขึ้นตามข้อ 2(3) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในวรรคแรกด้วย

                              (6.2) หมายเลขลำดับของใบเรียกเก็บค่าบริการซึ่งโรงแรมกำหนดขึ้นเพื่อการควบคุมภายใน สำหรับกรณีของโรงแรมที่ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ณ แผนกบริการส่วนหน้า (Front Office) ด้วย ให้แยกหมายเลขลำดับของใบเรียกเก็บค่าบริการซึ่งออกที่แผนกบริการส่วนหน้า (Folio Number) และหมายเลขลำดับของใบเรียกเก็บค่าบริการซึ่งออก ณ แผนกขายสินค้าหรือให้บริการอื่น ๆ (Check Number) ออกต่างหากจากกัน

                              (6.3) รายการการให้บริการและการขายสินค้าประจำวันซึ่งจะบันทึกเป็นยอดสรุปของใบกำกับภาษีอย่างย่อหรือใบเรียกเก็บค่าบริการแต่ละใบ หรือจะบันทึกยอดรวมเป็นรายวันก็ได้ แต่จะต้องระบุหรือมีรหัสหรือเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นชัดแจ้งว่ารายการใดเป็นการให้บริการหรือการขายสินค้า

                              (6.4) มูลค่ารวมของการให้บริการและการขายสินค้าที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ และตามใบเรียกเก็บค่าบริการ

                              (6.5) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของการให้บริการและขายสินค้าตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ

                              (6.6) มูลค่าของบริการและสินค้าที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

                              (6.7) วัน เดือน ปี และเวลาที่ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อเว้นแต่กรณีที่เป็นเครื่องบันทึกการเก็บเงินซึ่งได้มาก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2537 และไม่สามารถบันทึกเวลาได้ ก็ไม่ต้องบันทึกเวลาที่ออกใบกำกับภาษีดังกล่าว

                              (6.8) ชื่อหรือชื่อย่อหรือรหัสของพนักงานเก็บเงินในกรณีที่เครื่องบันทึกการเก็บเงินสามารถกระทำได้

                              (6.9) การรับชำระราคาค่าบริการและหรือค่าสินค้า ให้ระบุว่าเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิต หรือเป็นเงินเชื่อ

                              (6.10) เลขรหัสประจำเครื่องซึ่งได้รับจากกรมสรรพากร

                        (7) ต้องเก็บรายงานตาม (6) ไว้ ณ สถานประกอบการเป็นเวลา 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

 

                ข้อ 4  ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งประกอบกิจการให้บริการประเภทกิจการโรงแรม ซึ่งประสงค์จะใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินโดยไม่มีกระดาษเป็นม้วนต่อเนื่อง (Daily Transaction Journal) ตามข้อ 3 สำหรับการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ตามมาตรา 86/6 หรือมาตรา 86/7 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องแจ้งคุณสมบัติและข้อมูลตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3 พร้อมกับการยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ หรือในกรณีที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อแล้ว ให้แจ้งคุณสมบัติและข้อมูลดังกล่าวก่อนที่จะใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินโดยไม่มีกระดาษเป็นม้วนต่อเนื่องเพื่อบันทึกรายการประจำวัน (Daily Transaction Journal) นั้นในการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ โดยให้แจ้ง ณ หน่วยงานสรรพากร ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ตามที่กำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 46) ฯ ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2536

 

                คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2537 เป็นต้นไป

 

สั่ง ณ วันที่ 18 มกราคมพ.ศ. 2537

 

จัตุมงคล โสณกุล

อธิบดีกรมสรรพากร

clear-gif

WCAG 2.0 (Level AA)

Last update :
 Tuesday, August 19, 2014

 
รูปมุมซ้าย
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


 
สงวนลิขสิทธิ์โดยกรมสรรพากร : Website Policy : Privacy Policy : Website Security Policy : Disclaimer
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161