ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 
ประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกฤษฎีกา
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
กฎกระทรวง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำสั่งกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำชี้แจงกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ข่าวการปรับปรุง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
Download
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนฯ
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อหารือภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
คำพิพากษาฏีกา
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
กฎหมายออกใหม่
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
สรุปสิทธิประโยชน์กฎหมายภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อมูลการพัฒนากฏหมายของกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง


พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๔๓)
พ.ศ. ๒๕๕๕

--------------------------

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕
เป็นปีที่ ๖๗ ในรัชกาลปัจจุบัน


                      พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
                      โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการขายเรือเดินทะเลที่ใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ บางกรณี
                      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

                      มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๔๓) พ.ศ. ๒๕๕๕”

                      มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                      มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๙๙) พ.ศ. ๒๕๓๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                      “มาตรา ๔ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เฉพาะที่ได้จากการขายเรือเดินทะเลที่ใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และนำเงินได้ดังกล่าวไปจัดหาเรือลำใหม่เพื่อทดแทนเรือลำเก่า
ที่ขายไป ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
                      (๑) เรือลำใหม่ที่จัดหาโดยการซื้อหรือการต่อเรือทดแทนต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
                            (ก) กรณีซื้อเรือทดแทนเรือลำเก่าที่ขายไป
                                 ๑) เรือที่ทดแทนต้องมีอายุการใช้งานมาแล้วน้อยกว่าเรือลำเก่าที่ขายไป และต้องมีระวางบรรทุกไม่น้อยกว่าเรือลำเก่าที่ขายไป
                                 ๒) เรือที่ทดแทนต้องนำไปจดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย
ภายในหนึ่งปีก่อนวันที่ขายเรือลำเก่า แต่ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่ขายเรือลำเก่า แต่ถ้าเรือที่ทดแทนได้จดทะเบียนเป็นเรือไทยแล้วต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์ในเรือที่ทดแทนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
                            (ข) กรณีต่อเรือทดแทน
                                 ๑) เรือที่ต่อใหม่ต้องมีระวางบรรทุกไม่น้อยกว่าเรือลำเก่าที่ขายไป
                                 ๒) เรือที่ต่อใหม่ต้องนำไปจดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย
ภายในสองปีนับแต่วันที่ขายเรือลำเก่า ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ เนื่องมาจากการต่อเรือลำใหม่ยังไม่แล้วเสร็จโดยมิใช่ความผิดของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแสดงหนังสือรับรองจากกรมเจ้าท่าที่ระบุเหตุผลที่ทำให้การต่อเรือลำใหม่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่ขายเรือลำเก่าต่ออธิบดี ในการนี้ ให้ขยายเวลาการจดทะเบียนเป็นเรือไทยอีกไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว
                      (๒) ต้องแจ้งการขายเรือลำเก่า การซื้อเรือ หรือการต่อเรือทดแทน เป็นหนังสือต่ออธิบดีภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
                            (ก) กรณีที่ได้ซื้อเรือทดแทนก่อนการขายเรือลำเก่า ให้แจ้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ขายเรือลำเก่า
                            (ข) กรณีที่ได้ซื้อเรือทดแทนภายหลังจากการขายเรือลำเก่า หรือต่อเรือทดแทน ให้แจ้งภายในสามสิบวันนับแต่วันจดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย แต่ถ้าเรือที่ทดแทนได้จดทะเบียนเป็นเรือไทยแล้ว ให้แจ้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในเรือดังกล่าว
ในกรณีที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นำมูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือของเรือลำเก่าที่ขายไปไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
        ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
          นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๙๙) พ.ศ. ๒๕๓๙ สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศกรณีเงินได้ที่ได้จากการขายเรือเดินทะเลที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ได้กำหนดจำกัดไว้เฉพาะการนำเงินได้ดังกล่าวไปซื้อเรือลำใหม่โดยต้องมีการจดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ขายเรือลำเก่าเท่านั้น สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้ในกรณีดังกล่าว โดยกำหนดให้การจัดหาเรือลำใหม่ครอบคลุมถึงการต่อเรือทดแทนเรือลำเก่าที่ขายไปด้วย ตลอดจนแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดหาเรือลำใหม่ก่อนการขายเรือลำเก่าและขยายระยะเวลาในการจัดหาเรือลำใหม่ อันจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนากิจการพาณิชยนาวีของประเทศให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการขยายกองเรือพาณิชย์ไทยให้เพิ่มมากขึ้นจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

                            (ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๙๒ ก วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕)

clear-gif

WCAG 2.0 (Level AA)

Last update :
 Thursday, August 7, 2014

 
รูปมุมซ้าย
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


   
 
สงวนลิขสิทธิ์ กรมสรรพากร :: ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้เว็บไซต์
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161