ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 
ประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกฤษฎีกา
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
กฎกระทรวง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำสั่งกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำชี้แจงกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ข่าวการปรับปรุง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
Download
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนฯ
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อหารือภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
คำพิพากษาฏีกา
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
กฎหมายออกใหม่
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
สรุปสิทธิประโยชน์กฎหมายภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อมูลการพัฒนากฏหมายของกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง


คำสั่งกรมสรรพากร
ที่ ป.๑๔๔/๒๕๕๕
เรื่อง การยกเว้นภาษีเงินได้และการเสียภาษีเงินได้ กรณีการขายสินค้ายาสูบ
ที่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ได้เสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้าดังกล่าวทุกทอด
ตามมาตรา ๔๘ ทวิ และมาตรา ๖๕ จัตวา แห่งประมวลรัษฎากร

-----------------------

                    เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเงินได้และการเสียภาษีเงินได้ สำหรับการขายสินค้ายาสูบที่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังได้เสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้าดังกล่าวทุกทอดตามมาตรา 48 ทวิ และมาตรา ๖๕ จัตวา แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

                    ข้อ ๑ ในกรณีโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ได้ขายสินค้ายาสูบให้แก่ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้ขายส่ง (ป.๑) ผู้ขายส่งช่วง (ป.๒) หรือผู้ขายปลีก (ป.๓) โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้าดังกล่าวทอดหนึ่งทอดใดหรือทุกทอดที่ซื้อสินค้ายาสูบ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของกำไรของผู้ขายส่งไม่ว่าทอดใด และในอัตราร้อยละ ๑๐.๐ ของกำไรของผู้ขายปลีก ภาษีที่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ได้เสียแทนตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินได้ของผู้ซื้อสินค้ายาสูบ เฉพาะกรณีที่ผู้ซื้อสินค้ายาสูบไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้

                    ข้อ ๒ คำว่า “กำไร” หมายความว่า ผลต่างระหว่างราคาขายกับราคาซื้อสินค้าที่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังกำหนดไว้สำหรับผู้ขายส่งแต่ละทอดหรือผู้ขายปลีก แล้วแต่กรณี คูณด้วยปริมาณสินค้าที่โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังขายให้ผู้ขายส่งทอดแรก ดังนั้น การคำนวณกำไรเพื่อเสียภาษีเงินได้ของผู้ขายส่ง ผู้ขายส่งช่วง และผู้ขายปลีก จึงต้องคำนวณจากฐานราคาขายส่ง ราคาขายส่งช่วง และราคาขายปลีกตามประกาศกำหนดราคาขายบุหรี่ซิกาแรตของโรงงานยาสูบ
                    ตัวอย่าง
                    (ก) ราคาขายส่งบุหรี่กรองทิพย์ไลทส์ตามประกาศของโรงงานยาสูบห่อละ ๒๐๗.๗๕ บาท และราคาที่ผู้ขายส่ง (ป.๑) ซื้อจากโรงงานยาสูบห่อละ ๒๐๕.๕๐ บาท ดังนั้น ผลต่างระหว่างราคาขายกับราคาซื้อสินค้าที่โรงงานยาสูบกำหนดไว้สำหรับผู้ขายส่งเท่ากับ ๒.๒๕ บาท (๒๐๗.๗๕ - ๒๐๕.๕๐) และโรงงานยาสูบมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายส่งในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของกำไรของผู้ขาย เป็นจำนวน ๐.๒๘๑๒๕ บาท
                    (ข) ราคาขายส่งช่วงบุหรี่กรองทิพย์ไลทส์ตามประกาศของโรงงานยาสูบห่อละ ๒๑๐.๐๐ บาท และราคาที่ผู้ขายส่งช่วง (ป.๒) ซื้อจากโรงงานยาสูบห่อละ ๒๐๗.๗๕ บาท ดังนั้น ผลต่างระหว่างราคาขายกับราคาซื้อสินค้าที่โรงงานยาสูบกำหนดไว้สำหรับผู้ขายส่งช่วงเท่ากับ ๒.๒๕ บาท (๒๑๐.๐๐ - ๒๐๗.๗๕) และโรงงานยาสูบมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายส่งช่วงในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของกำไรของผู้ขายส่งช่วงเป็นจำนวน ๐.๒๘๑๒๕ บาท
                    (ค) ราคาขายปลีกบุหรี่กรองทิพย์ไลทส์ตามประกาศของโรงงานยาสูบห่อละ ๒๒๐.๐๐ บาท และราคาที่ผู้ขายปลีก (ป.๓) ซื้อจากโรงงานยาสูบห่อละ ๒๑๐.๐๐ บาท ดังนั้น ผลต่างระหว่างราคาขายกับราคาซื้อสินค้าที่โรงงานยาสูบ กำหนดไว้สำหรับผู้ขายปลีกเท่ากับ ๑๐.๐๐ บาท (๒๒๐.๐๐ - ๒๑๐.๐๐) และโรงงานยาสูบมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายปลีกในอัตราร้อยละ ๑๐.๐ ของกำไรของผู้ขายปลีก เป็นจำนวน ๑.๐๐ บาท

                    ข้อ ๓ กรณีผู้ขายส่ง ( ป.๑) ผู้ขายส่งช่วง (ป.๒) หรือผู้ขายปลีก (ป.๓) ตามข้อ ๑ เป็นบุคคลธรรมดา เงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามข้อ ๒(๑๙) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๖ (พ.ศ. ๒๕๐๙) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร โดยผู้ขายส่ง ( ป.๑) ผู้ขายส่งช่วง (ป.๒) หรือผู้ขายปลีก (ป.๓) ดังกล่าวเมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา ๔๘(๑) และ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร
                    ตัวอย่าง                    
                    นาย ก ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งช่วงบุหรี่ (ป.๒) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งช่วงบุหรี่ในปีภาษี ๒๕๕๕ จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามข้อ ๒(๑๙) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๖ (พ.ศ. ๒๕๐๙) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.๙๔ และ ภ.ง.ด.๙๐) นาย ก ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายบุหรี่ครึ่งปีและทั้งปี (จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท)มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา ๔๘(๑) และ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร ในปีภาษี ๒๕๕๕

                    ข้อ ๔ กรณีผู้ขายส่ง ( ป.๑) ผู้ขายส่งช่วง (ป.๒) หรือผู้ขายปลีก (ป.๓) ตามข้อ ๑ เป็นบุคคลธรรมดา มีเงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบและมีเงินได้พึงประเมินประเภทอื่นๆ รวมอยู่ด้วย เฉพาะเงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามข้อ ๒(๑๙) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๖ (พ.ศ. ๒๕๐๙) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ดังนั้น ผู้ขายส่งช่วง (ป.๒) หรือผู้ขายปลีก (ป.๓) ดังกล่าวเมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ให้นำเงินได้พึงประเมินประเภทอื่นๆ มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา ๔๘(๑) และ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร และไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
                    ตัวอย่าง                    
                    นาย ก ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งช่วงบุหรี่ (ป.๒) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งช่วงบุหรี่ในปีภาษี ๒๕๕๕ จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และมีเงินได้พึงประเมินจากการขายของเบ็ดเตล็ดตามมาตรา ๔๐ (๘) แห่งประมวลรัษฎากร จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.๙๔ และ ภ.ง.ด.๙๐) นาย ก ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายของเบ็ดเตล็ดครึ่งปีและทั้งปี (จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท) มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา ๔๘(๑) และ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร และได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายบุหรี่ครึ่งปีและทั้งปี (จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท) มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปีภาษี ๒๕๕๕

                    ข้อ ๕ กรณีผู้ขายส่ง ( ป.๑) ผู้ขายส่งช่วง (ป.๒) หรือผู้ขายปลีก (ป.๓) ตามข้อ ๑ เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ขายสินค้ายาสูบนั้นตามเกณฑ์สิทธิ ตามมาตรา ๖๕ แห่งประมวลรัษฎากร และหากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น มีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายสินค้ายาสูบเป็นบัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า (บ.ช. ๑๗) ที่โรงงานยาสูบออกให้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีสิทธินำภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทน มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ตามมาตรา ๖๕ จัตวา วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร
                    ตัวอย่าง
                    (ก) บริษัท ข จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งบุหรี่ (ป.๑) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ตามเกณฑ์สิทธิ ในปีภาษี ๒๕๕๕ จำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และมีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายส่งบุหรี่ เป็นบัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า (บ.ช. ๑๗) ที่โรงงานยาสูบออกให้ จำนวน ๖,๗๖๘.๙๕ บาท บริษัท ข จำกัด ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่จำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.๕๑ และ ภ.ง.ด.๕๐) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี ๒๕๕๕ ตามมาตรา ๖๕ แห่งประมวลรัษฎากร และมีสิทธินำภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทนผู้ขายส่ง มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
                    (ข) บริษัท ข จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งช่วงบุหรี่ (ป.๒) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งช่วงบุหรี่ตามเกณฑ์สิทธิ ในปีภาษี ๒๕๕๕ จำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และไม่มีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายส่งช่วงบุหรี่ (บ.ช. ๑๗) ที่โรงงานยาสูบออกให้ บริษัท ข จำกัด ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งช่วงบุหรี่จำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.๕๑ และ ภ.ง.ด.๕๐) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี ๒๕๕๕ ตามมาตรา ๖๕ แห่งประมวลรัษฎากร และไม่มีสิทธินำภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทนผู้ขายส่งช่วง มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่อย่างใด

                    ข้อ ๖ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือตอบข้อหารือหรือทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ ให้เป็นอันยกเลิก

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕

สาธิต รังคสิริ
(นายสาธิต รังคสิริ)
อธิบดีกรมสรรพากร

clear-gif

WCAG 2.0 (Level AA)

Last update :
 Tuesday, August 19, 2014

 
รูปมุมซ้าย
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


 
สงวนลิขสิทธิ์โดยกรมสรรพากร : Website Policy : Privacy Policy : Website Security Policy : Disclaimer
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161