ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 
ประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกฤษฎีกา
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
กฎกระทรวง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำสั่งกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำชี้แจงกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ข่าวการปรับปรุง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
Download
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนฯ
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อหารือภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
คำพิพากษาฏีกา
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
กฎหมายออกใหม่
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
สรุปสิทธิประโยชน์กฎหมายภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อมูลการพัฒนากฏหมายของกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง


พระราชกฤษฎีกา

ออกตามความในประมวลรัษฎากร

ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร   (ฉบับที่ 405)

พ.ศ. 2545

---------------------------

ภูมิพลอดุลยเดช  ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2545

เป็นปีที่ 57 ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ บางกรณี

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดังต่อไปนี้

 

                        มาตรา 1   พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545”

 

                        มาตรา 2   พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                        มาตรา 3   ในพระราชกฤษฎีกานี้

                        “คนต่างด้าว” หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

                        “สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค” หมายความว่า บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเพื่อประกอบกิจการให้บริการด้านการบริหารหรือด้านเทคนิค หรือการให้บริการสนับสนุนแก่วิสาหกิจในเครือหรือสาขาของตน ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ

                        “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่นำผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคไปใช้ในการผลิตสินค้าหรือให้บริการแก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค วิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ ๕๐๘ พ.ศ.๒๕๕๓ ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เป็นต้นไป)

                        “การให้บริการสนับสนุน” หมายความว่า การให้บริการสนับสนุนในเรื่องดังต่อไปนี้

                         (1)   การบริหารงานทั่วไป การวางแผนทางธุรกิจ และการประสานงานทางธุรกิจ

                         (2)   การจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วน

                         (3)   การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

                         (4)   การสนับสนุนด้านเทคนิค

                         (5)   การส่งเสริมด้านการตลาดและการขาย

                         (6)   การบริหารด้านงานบุคคลและการฝึกอบรมในภูมิภาค

                         (7)   การให้คำปรึกษาด้านการเงิน

                         (8)   การวิเคราะห์และวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน

                         (9)   การจัดการและควบคุมสินเชื่อ

                         (10) การให้บริการสนับสนุนอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด                    

                         “วิสาหกิจในเครือ”  หมายความว่า  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ในลักษณะดังต่อไปนี้

                         (1)  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งถือหุ้นในสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด

                         (2)  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด

                         (3)  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (1) ถือ หุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด

                         (4)  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจควบคุมกิจการหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงานของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค       

                         (5)  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  ซึ่งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคมีอำนาจควบคุมกิจการหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงาน

                         (6)  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (4) มีอำนาจควบคุมกิจการหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงาน

 

                    มาตรา 4   ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ในการหักภาษี ณ ที่จ่ายและคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่คนต่างด้าวได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ซึ่งเมื่อคำนวณตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สูงกว่าร้อยละ 15.0 ของเงินได้

                          ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามวรรคหนึ่ง เมื่อคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายน้อยกว่าร้อยละ 15.0 ของเงินได้ ให้คนต่างด้าวผู้มีเงินได้มีสิทธิได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 5 เมื่อคนต่างด้าวนั้นยอมให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้นั้น

 

                     มาตรา 5   ให้คนต่างด้าวซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 4 เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินนั้น มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่คนต่างด้าวไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน 

                            ในกรณีที่คนต่างด้าวมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากรไว้แล้ว และมีสิทธิเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48(3) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร คนต่างด้าวจะมีสิทธิได้รับการยกเว้นตามวรรคหนึ่ง เมื่อปรากฏว่า ในการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน คนต่างด้าวมิได้นำเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากรดังกล่าว และเงินได้พึงประเมินที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 4 มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ โดยต้องไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

                             ในการได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง คนต่างด้าวต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ด้วย

 

                   มาตรา 6   ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่คนต่างด้าวซึ่งทำงานประจำสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค สำหรับเงินได้ที่ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานซึ่งเกิดจากการที่คนต่างด้าวนั้นถูกส่งตัวไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องไม่นำเงินได้นั้นมาหักเป็นรายจ่าย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการคำนวณภาษีเงินได้ของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคหรือวิสาหกิจในเครือซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย

 

                 “มาตรา 7   คนต่างด้าวซึ่งจะได้รับสิทธิตามมาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 ต้องเป็นคนต่างด้าวซึ่งทำงานประจำสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 10 โดยให้ได้รับสิทธิดังกล่าวในระหว่างการทำงานเป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่เกินสี่ปี ไม่ว่าในระหว่างเวลานั้นจะได้เดินทางออกจากประเทศไทยเป็นครั้งคราวหรือไม่ก็ตาม”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 461 พ.ศ.2549 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป)

                 คนต่างด้าวซึ่งกลับเข้ามาทำงานประจำสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคใดภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่การจ้างแรงงานครั้งก่อนสิ้นสุดลง ไม่ให้ได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่งสำหรับการจ้างแรงงานในครั้งหลัง

                  มาตรา 8   ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ ตาม (ก) ของ (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10.0 ของกำไรสุทธิ ให้แก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค สำหรับรายได้

ดังต่อไปนี้

                            (1)  รายได้จากการให้บริการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคแก่วิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค

                            (2)  ดอกเบี้ยที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมที่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคได้กู้มาเพื่อให้กู้ยืมต่อ

                            (3)  ค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่กระทำขึ้นในประเทศไทย

 

                  มาตรา  9   ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินปันผลที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ

 

                  มาตรา 10  สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่จะได้รับสิทธิตามมาตรา 8 และมาตรา 9 ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

                           (1)   มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป

                           (2)   มีการให้บริการแก่วิสาหกิจในเครือในต่างประเทศ หรือสาขาของตนในต่าง-ประเทศอย่างน้อยสามประเทศ

                           (3)   มีรายได้ตามมาตรา 8(1) และ (3) ที่จ่ายจากหรือในต่างประเทศรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของรายได้ทั้งหมด เว้นแต่ภายในเวลาสามรอบระยะเวลาบัญชีแรกนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่จดแจ้งการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตาม (4) อาจมีรายได้ดังกล่าวไม่ถึงร้อยละห้าสิบก็ได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของรายได้ทั้งหมด กรณีมีเหตุสุดวิสัยอันมิใช่ความผิดของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคหรือมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจพิจารณาผ่อนผันให้น้อยกว่าอัตราร้อยละที่กำหนดดังกล่าวได้ แต่ให้ผ่อนผันได้เพียงหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี

                            (4)   ได้จดแจ้งการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

                                     ( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 109) )

                            (5)   ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

                                    ( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 109) )

 

                       “มาตรา ๑๐/๑ สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่ได้จดแจ้งตามมาตรา ๑๐ (๔) และได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๘ หรือมาตรา ๙ ไม่มีสิทธิได้รับการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ หรือมาตรา ๑๑/๔”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ ๕๐๘ พ.ศ.๒๕๕๓ ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เป็นต้นไป)

 

                         มาตรา 11  ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินปันผลที่ได้รับจากสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามมาตรา 10 เฉพาะที่จ่ายจากกำไรสุทธิอันเกิดจากรายได้ตามมาตรา 8

 

                       “มาตรา ๑๑/๑  ให้ลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ มาตรา ๕ หรือมาตรา ๖ ให้แก่คนต่างด้าวซึ่งทำงานประจำสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคในระหว่างการทำงานในประเทศไทยเป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่เกินแปดปีไม่ว่าในระหว่างเวลานั้นจะได้เดินทางออกจากประเทศไทยเป็นครั้งคราวหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ เฉพาะผู้บริหารระดับสูงหรือผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคจดแจ้งต่อกรมสรรพากรตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

                          สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามวรรคหนึ่งต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑/๖ หรือมาตรา ๑๑/๗ แล้วแต่กรณี และมีรายได้จากการให้บริการหรือค่าสิทธิตามจำนวนที่กำหนดในมาตรา ๑๑/๒ วรรคสอง”

 

                       “มาตรา ๑๑/๒  ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ตาม (ก) ของ (๒) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากรและคงจัดเก็บในอัตราร้อยละสิบของกำไรสุทธิ ให้แก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค เป็นเวลาสิบรอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกันสำหรับรายได้ดังต่อไปนี้

                          (๑) รายได้จากการให้บริการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคแก่วิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นในประเทศไทย

                          (๒) ดอกเบี้ยที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการ

                          (๓) ค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่กระทำขึ้นในประเทศไทย

                          สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่จะได้รับการลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับรายได้ตาม (๒) หรือ (๓) ในรอบระยะเวลาบัญชีใด จะต้องมีรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นจากการให้บริการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคแก่วิสาหกิจในเครือในต่างประเทศหรือสาขาของตนในต่างประเทศ หรือจากค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือในต่างประเทศหรือสาขาของตนในต่างประเทศ หรือจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่กระทำขึ้นในประเทศไทย โดยรายได้จากการให้บริการหรือค่าสิทธินั้นต้องจ่ายจากหรือในต่างประเทศรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของรายได้ทั้งหมดของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค”

 

                       “มาตรา ๑๑/๓  ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค สำหรับรายได้ที่ได้จากการให้บริการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคแก่วิสาหกิจในเครือที่อยู่ในต่างประเทศ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคเป็นเวลาสิบรอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน”

 

                       “มาตรา ๑๑/๔   ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่มีรายได้จากการให้บริการหรือค่าสิทธิตามที่กำหนดในมาตรา ๑๑/๒ วรรคสอง สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินปันผลที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศเป็นเวลาสิบรอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน”

 

                       “มาตรา ๑๑/๕  ในการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ หรือ มาตรา ๑๑/๔ ให้นับรอบระยะเวลาบัญชีดังต่อไปนี้

                          (๑) กรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ได้จดแจ้งการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามมาตรา ๑๑/๖ (๖) ให้นับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรก หรือ

                          (๒) กรณีที่มีการจดแจ้งการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามมาตรา ๑๑/๖ (๖) ระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้นับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรกแม้ว่าจะมีระยะเวลาน้อยกว่าสิบสองเดือนก็ตาม”

 

                       “มาตรา ๑๑/๖  สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่จะได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ หรือมาตรา ๑๑/๔ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

                          (๑) มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป

                          (๒) มีการให้บริการแก่วิสาหกิจในเครือในต่างประเทศหรือสาขาของตนในต่างประเทศไม่น้อยกว่าจำนวนดังต่อไปนี้

                              (ก) หนึ่งประเทศ ในรอบระยะเวลาบัญชีแรกและที่สอง

                              (ข) สองประเทศ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่สามและที่สี่ และ

                              (ค) สามประเทศ ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ห้าเป็นต้นไป

                          (๓) มีรายจ่ายดังต่อไปนี้

                               (ก) รายจ่ายในการดำเนินงานซึ่งเกี่ยวกับกิจการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่จ่ายให้แก่ผู้รับในประเทศไทยไม่น้อยกว่าสิบห้าล้านบาทในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีแต่ไม่รวมถึงค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน รายจ่ายในการดำเนินงานที่จ่ายไปต่างประเทศ ค่าวัตถุดิบ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น ค่าส่วนประกอบ และค่าบรรจุภัณฑ์ หรือ

                               (ข) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนตามมาตรา ๖๕ ตรี (๕) แห่งประมวลรัษฎากรที่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคจ่ายให้แก่ผู้รับในประเทศไทย เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบล้านบาท ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี แต่ไม่รวมถึงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                          (๔) มีวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาของตนในต่างประเทศ ซึ่งต้องมีการประกอบกิจการตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ผู้บริหารและพนักงานปฏิบัติงานในสถานประกอบการอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ต้องตรงตามที่ได้แจ้งต่อกรมสรรพากร

                          (๕) มีพนักงานปฏิบัติงานในสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคซึ่งมีทักษะและความรู้ขั้นต่ำตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

                          (๖) ได้จดแจ้งการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด โดยต้องจดแจ้งภายในห้าปีนับแต่วันที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดให้มีการจดแจ้ง

                          (๗) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด”

 

                       “มาตรา ๑๑/๗  สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่จะได้รับสิทธิตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ และมาตรา ๑๑/๔ ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่สามเป็นต้นไป ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑/๖ และต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วย

                          (๑) มีพนักงานตามมาตรา ๑๑/๖ (๕) ปฏิบัติงานในสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจำนวนพนักงานทั้งหมด และ

                          (๒) มีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงานที่ปฏิบัติงานในกิจการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ในอัตราไม่น้อยกว่าคนละสองล้านห้าแสนบาทต่อปี เป็นจำนวนอย่างน้อยห้าคน”

 

                       “ มาตรา ๑๑/๘  สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่ได้จดแจ้งตามมาตรา ๑๑/๖ (๖) เพื่อให้ได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ หรือมาตรา ๑๑/๔ ไม่มีสิทธิที่จะได้รับการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๘ หรือมาตรา ๙

                          สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคจะจดแจ้งการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามมาตรา ๑๐ (๔) และมาตรา ๑๑/๖ (๖) ในเวลาเดียวกันมิได้ และจะได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๘ หรือมาตรา ๙ พร้อมกับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ หรือมาตรา ๑๑/๔ มิได้”

 

                       “ มาตรา ๑๑/๙  สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑/๖ และต่อมามีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑/๗ ตามที่กำหนด ต่อเนื่องกันตลอดสิบรอบระยะเวลาบัญชีในการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีเงินได้ หากปรากฏว่าในรอบระยะเวลาบัญชีที่สิบมีรายจ่ายในการดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่จ่ายในประเทศไทยสะสมรวมกันแล้วเกินกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาทตลอดสิบรอบระยะเวลาบัญชี ให้ได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ หรือมาตรา ๑๑/๔ อีกห้ารอบระยะเวลาบัญชี”

 

 

                       “มาตรา ๑๑/๑๐  ในกรณีที่ปรากฏว่า สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคขาดคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ตามมาตรา ๑๑/๖ หรือมาตรา ๑๑/๗ ในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้สิทธิที่จะได้รับการลดอัตรา และยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ หรือมาตรา ๑๑/๔ สิ้นสุดลง ทั้งนี้ นับแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรก เว้นแต่กรณีขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑/๖ (๓) หรือ (๕) หรือมาตรา ๑๑/๗ (๑) ให้สิทธิดังกล่าวเป็นอันระงับเฉพาะในรอบระยะเวลาบัญชีที่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคขาดคุณสมบัติเท่านั้น

ในกรณีที่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคได้แจ้งเลิกการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคภายในห้ารอบระยะเวลาบัญชีนับแต่วันที่มีการจดแจ้งการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามมาตรา ๑๑/๖ (๖) ให้สิทธิที่จะได้รับการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ หรือมาตรา ๑๑/๔ สิ้นสุดลง ทั้งนี้ นับแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรก”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ ๕๓๕ พ.ศ.๒๕๕๕ ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)

 

                       “ มาตรา ๑๑/๑๑ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินปันผลที่ได้รับจากสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามมาตรา ๑๑/๖ หรือตามมาตรา ๑๑/๗ แล้วแต่กรณี ซึ่งมีรายได้จากการให้บริการหรือค่าสิทธิตามมาตรา ๑๑/๒ วรรคสอง”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ ๕๐๘ พ.ศ.๒๕๕๓ ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เป็นต้นไป)

 

 

                   มาตรา 12   ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้   

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

         นายกรัฐมนตรี                                     

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :-    เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้มีการลงทุนของบริษัทต่างประเทศในรูปแบบการจัดตั้งเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และส่งเสริมให้มีการลงทุนในลักษณะดังกล่าว สมควรกำหนดให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรแก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคและคนต่างด้าวที่ปฏิบัติงานในสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

 

(ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 119 ตอนที่ 79 ก วันที่ 15 สิงหาคม 2545)

clear-gif

WCAG 2.0 (Level AA)

Last update :
 Monday, June 13, 2016

 
รูปมุมซ้าย
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


   
 
สงวนลิขสิทธิ์ กรมสรรพากร :: ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้เว็บไซต์
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161