เมนูปิด

เลขที่ข่าว  ปชส. 1/2546

วันที่แถลงข่าว   3  ตุลาคม 2545

เรื่อง   กฎหมายขยายวงเงินหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตเป็น 50,000 บาท เริ่มใช้แล้วมีผลย้อนหลังตั้งแต่

          1 มค.45

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ  เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545    เห็นชอบให้ขยายวงเงินค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตเพื่อประโยชน์ในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเดิมที่หักได้ปีละไม่เกิน 10,000 บาท  เป็นปีละไม่เกิน 50,000 บาท  เพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างหลักประกันในระยะยาวแก่ผู้มีเงินได้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และส่งเสริมให้ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย นั้น

 

           บัดนี้ กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 240   ลงวันที่ 27 กันยายน 2545   กำหนดให้เพิ่มวงเงินให้ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เพิ่มขึ้น จากเดิมหักได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินปีละ 10,000 บาท เป็นตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินปีละ 50,000 บาท มีผลเริ่มบังคับใช้สำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545  เป็นต้นไป  สำหรับสิทธิหักลดหย่อนดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนดด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหลักเกณฑ์เดิม   เช่น  กรมธรรม์ต้องมีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และเป็นการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้แก่บริษัทประกันภัยที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น  เป็นต้น 

 

           นายสาธิต รังคสิริ   ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี  ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร  ได้เปิด

เผยว่า  “ การหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตในอัตราใหม่นี้ จะช่วยบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้ในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีนี้เพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง    เชื่อว่าประโยชน์ในทางภาษีที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นให้มีการทำประกันชีวิตเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนราย และการเพิ่มวงเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต  จะเป็นผลดีแก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ดี แม้กฎหมายจะมีผลย้อนหลังให้สิทธิตั้งแต่ต้นปี 45 แต่จะไม่กระทบต่อภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ได้นำส่งหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีที่ได้ยื่นแบบฯ ไปแล้วก่อนหน้านี้ ”

 

ปรับปรุงล่าสุด: 01-10-2019