ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 
ประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกฤษฎีกา
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
กฎกระทรวง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำสั่งกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำชี้แจงกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ข่าวการปรับปรุง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
Download
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนฯ
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อหารือภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
คำพิพากษาฏีกา
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
กฎหมายออกใหม่
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
สรุปสิทธิประโยชน์กฎหมายภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อมูลการพัฒนากฏหมายของกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง


คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 124/2546

เรื่อง      การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่าย เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการเป็นตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง)

 

---------------------------------------------

 

                เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแนะนำ เกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการเป็นตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ตามข้อ 3/1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.101/2544 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2544 และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

 

                ข้อ 1  กรณีตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ประกอบกิจการเป็นตัวแทนของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกในการดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้า โดยจัดทำใบขนสินค้า ยื่นใบขนสินค้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากรเพื่อให้มีการตรวจปล่อยสินค้า และส่งมอบสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ผู้นำเข้าหรือส่งสินค้าออกนอก ราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศให้แก่ผู้ส่งออก การประกอบกิจการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าบริการทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการให้บริการตามมาตรา 77/2 และมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณภาษีตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร

                        ค่าบริการที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าจ่ายให้แก่ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทยและ ผู้จ่ายเงินเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคล หรือนิติบุคคลอื่น ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าบริการ และกรณีตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) เป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0 ของค่าบริการ ทั้งนี้ ตามข้อ 3/1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.101/2544 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2544

 

                ข้อ 2 กรณีผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าได้จ่ายเงินจ่ายล่วงหน้า (Advance Payment) ให้แก่ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) เพื่อดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในขณะที่จ่ายเงินจ่ายล่วงหน้า

                          กรณีตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการศุลกากรในนามของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าให้แก่ส่วนราชการ องค์การของ รัฐบาล หรือนิติบุคคลซึ่งไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

                          กรณีตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการศุลกากรในนามของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการซึ่งมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในนามของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้า โดยเจ้าของสินค้ามีหน้าที่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการ และยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามแบบ ภ.ง.ด.53

                          กรณีผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้ามีความประสงค์จะให้ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามแบบ ภ.ง.ด.53 แทนเจ้าของสินค้าก็สามารถกระทำได้ โดยตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง)ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) และระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของเจ้าของสินค้าด้วย และตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) มีหน้าที่ต้องยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามแบบ ภ.ง.ด.53 เป็นรายฉบับแต่ละรายของเจ้าของ สินค้า โดยต้องระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของเจ้าของสินค้าในช่อง “ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย” และระบุชื่อตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ในช่อง “ผู้จ่ายเงิน” ซึ่งกรมสรรพากรจะออกใบเสร็จรับเงินในนามของเจ้าของสินค้า และตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) มีหน้าที่ต้องส่งสำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ใบเสร็จรับเงินจากการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 และสำเนาแบบ ภ.ง.ด.53 ให้แก่เจ้าของสินค้าด้วย

 

                ข้อ 3  ให้นำความในข้อ 2 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่มาใช้บังคับสำหรับกรณีตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ได้จ่ายเงินของตนไปก่อนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการศุลกากรในนามของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้า และต่อมาเมื่อตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ได้เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการศุลกากรคืนจากเจ้าของสินค้า ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากจำนวนเงินดังกล่าว และเจ้าของสินค้า ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

 

                ข้อ 4  กรณีตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) จ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้า ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ต้องแสดงเอกสารหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีการจ่ายค่าใช้จ่ายในนามของเจ้าของสินค้า และเมื่อตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) เรียกเก็บค่าบริการจากเจ้าของสินค้า ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าบริการทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับ และผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากค่าบริการทั้งหมดที่จ่าย

                        ตัวอย่าง ในการดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็น เจ้าของสินค้า ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ได้จ่ายเงินของตนไปก่อนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการศุลกากร โดยค่าใช้จ่ายที่มีใบเสร็จรับเงินในนามของเจ้าของสินค้า ได้แก่ การจ่ายค่าภาระ (Port Handling Charge) ค่าเช่าพื้นที่ ค่าใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ และค่าขนส่ง ให้แก่ท่าเรือ คลังสินค้า หรือการจ่ายค่าภาษี ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้แก่กรมศุลกากร จำนวน 10,000 บาท นอกจากนี้ ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ได้จ่ายค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จรับเงินในนามของเจ้าของสินค้าและค่าใช้จ่ายตามประเพณีซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของสินค้ายอมรับว่ามีการ จ่ายจริงอีกจำนวน 4,000 บาท เมื่อการดำเนินงานแล้วเสร็จ ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ได้ออก ใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายและค่าบริการจากเจ้าของสินค้า โดยระบุรายการค่าใช้จ่ายแยกเป็นค่าใช้จ่ายที่มีใบเสร็จรับเงินในนามของเจ้าของสินค้าจำนวน 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จรับเงินในนามของเจ้าของสินค้าจำนวน 4,000 บาท และค่าบริการจำนวน 2,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 16,000 บาท กรณีดังกล่าวตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และเจ้าของสินค้ามีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้

                        (1) ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าบริการจำนวน 6,000 บาท ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จรับเงินในนามของเจ้าของ สินค้าจำนวน 4,000 บาท และค่าบริการจำนวน 2,000 บาท

                        (2) เจ้าของสินค้ามีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) จากค่าบริการทั้งหมดที่จ่ายจำนวน 6,000 บาท

                        (3) ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการศุลกากรที่เรียกเก็บจากเจ้าของสินค้าจำนวน 10,000 บาท ซึ่ง เป็นค่าใช้จ่ายที่มีใบเสร็จรับเงินในนามของเจ้าของสินค้า และเมื่อเจ้าของสินค้าจ่ายเงินจำนวน 10,000 บาท ดังกล่าวให้แก่ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) เจ้าของสินค้าไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่าย

 

สั่ง ณ วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2546

 

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

อธิบดีกรมสรรพากร

clear-gif

WCAG 2.0 (Level AA)

Last update :
 Tuesday, August 19, 2014

 
รูปมุมซ้าย
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


   
 
สงวนลิขสิทธิ์ กรมสรรพากร :: ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้เว็บไซต์
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161