ขออภัยมีข้อจำกัดในการแสดงผล
รูปเส้นประเกี่ยวกับกรมสรรพากรรูปเส้นประห้องข่าวรูปเส้นประบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปเส้นประความรู้เรื่องภาษีรูปเส้นประบริการข้อมูลรูปเส้นประอ้างอิงรูปเส้นประFAQ
รูปมุมซ้าย รูปมุมขวา
ค้นหาขั้นสูง
ความช่วยเหลือ
 
ประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
พระราชกฤษฎีกา
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
กฎกระทรวง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำสั่งกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกระทรวงการคลัง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ระเบียบกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
คำชี้แจงกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ข่าวการปรับปรุง
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
Download
iconเมนูด้านซ้าย  
ว่าง
ว่าง
ประกาศ/คำสั่ง คสช.
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนฯ
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อหารือภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
คำพิพากษาฏีกา
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
กฎหมายออกใหม่
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
สรุปสิทธิประโยชน์กฎหมายภาษีอากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
ข้อมูลการพัฒนากฏหมายของกรมสรรพากร
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง
การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560
iconเมนูด้านซ้าย
ว่าง
ว่าง


ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 68)

เรื่อง    กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทน และ กำหนดรายการในใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร

 

---------------------------------------------

 

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 86 วรรคสี่ มาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 และกฎกระทรวงฉบับที่ 198 (พ.ศ.2538) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายสินค้าหรือการให้บริการอื่น ตามมาตรา 86/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2538 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกใบกำกับภาษีของการขายสินค้าหรือการให้บริการตามมาตรา 86/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ไว้ดังต่อไปนี้

 

                ข้อ 1  ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้ และให้เรียกว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิตั้งตัวแทนออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร และให้เรียกตัวแทนดังกล่าว ว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน

                           (1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องเป็นผู้ประกอบกิจการค้าปลีกตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร

                           (2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องแต่งตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนตามกฎกระทรวงฉบับที่ 198 (พ.ศ.2538) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายสินค้าหรือการให้บริการอื่น ตามมาตรา 86/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2538 รับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

                           “(3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องแจ้งการแต่งตั้ง หรือการยกเลิกตัวแทนต่อเจ้าพนักงานสรรพากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการตั้งอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันทำสัญญาการตั้งตัวแทน หรือภายใน 15 วัน นับแต่วันยกเลิกสัญญาการตั้งตัวแทน”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 140) ใช้บังคับ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป)

                           “กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้แจ้งต่อผู้อำนวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่”

( แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 219) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป )

                           (4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องทำสัญญาการตั้งตัวแทน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ 3

                           (5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นในการออกใบกำกับภาษีและในการจัดทำรายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีใช้ระบบคอมพิวเตอร์จัดทำรายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานซอฟต์แวร์ของกรมสรรพากร

                           (6) หากผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการไม่มีหรือมิได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นในการออกใบกำกับภาษีและในการจัดทำรายงานตาม ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการมีสิทธิตั้งตัวแทนออกใบกำกับภาษีได้เฉพาะการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันเท่านั้น และห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการดังกล่าวออกใบกำกับภาษีสำหรับกิจการให้บริการประเภทที่ได้ทำสัญญาตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันไว้แล้ว

                           (7) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องไม่ตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร

                           “(8) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ต้องไม่ตั้งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนรายอื่นรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการ และออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ สำหรับสินค้าหรือบริการประเภทที่ได้ทำสัญญาตั้งให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนรายใด ดำเนินการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกำกับภาษีแทนแล้ว เว้นแต่อธิบดีกรมสรรพากรจะสั่งเป็นอย่างอื่น”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 81) ใช้บังคับ 25 ธันวาคม 2538 เป็นต้นไป)

                           (9) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องจัดทำและเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีและรายงานภาษีขาย กรณีตั้งตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกำกับภาษีแทน สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการที่มิใช่การขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ดังนี้

                                 (ก) ต้องจัดพิมพ์สำเนาใบกำกับภาษีตามข้อมูลที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนได้ส่งผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Transfer File) ลงบนกระดาษให้แล้วเสร็จภายใน 1 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับข้อมูล หรือจัดเก็บสำเนาใบกำกับภาษีที่ได้รับจากผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนดังกล่าวไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลซึ่งสามารถเรียกพิมพ์ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์

                                 (ข) ต้องจัดพิมพ์รายงานการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกำกับภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนได้จัดทำและส่งผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Transfer File) มาให้ โดยให้จัดทำตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด และให้ถือเป็นรายงานภาษีขายแยกจากรายงานภาษีขายที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกำกับภาษีเอง โดยให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการจัดพิมพ์รายงานดังกล่าวทุกสิ้นวันทำการ หรือภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือน หรือเมื่อเจ้าพนักงานรรพากรสั่งให้พิมพ์

                                 (ค) ต้องเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีตาม (ก) และรายงานภาษีขายตาม (ข) ไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี และหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้วหลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

                           (10) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องจัดทำและเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีและรายงานภาษีขาย กรณีตั้งตัวแทนรับชำระเงินค่าบริการและออกใบกำกับภาษีแทน สำหรับการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันนี้ ดังนี้

                                   (ก) ให้ใช้บันทึกรายการประจำวัน (Sale Journal Report by Event Code) ซึ่งเป็นสำเนาใบกำกับภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนจัดพิมพ์จากระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนและส่งมอบให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ เป็นสำเนาใบกำกับภาษีและรายงานภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ แยกจากรายงานภาษีขายส่วนที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการออกใบกำกับภาษีเอง

                                   (ข) ต้องเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีและรายงานต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนส่งมอบให้ไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

                           (11) กรณีรอบวันทำการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต่างจากรอบวันทำการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนให้ใช้รอบวันทำการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเป็นเกณฑ์

 

                ข้อ 2  ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนซึ่งได้รับแต่งตั้งให้รับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

                           (1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

                           (2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องทำสัญญาการตั้งตัวแทน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ 3

                           (3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นในการออกใบกำกับภาษี การจัดทำรายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม การจัดทำบัญชีแยกประเภทต่าง ๆ และการจัดทำงบการเงิน ในกรณีใช้ระบบคอมพิวเตอร์จัดทำรายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานซอฟต์แวร์ของกรมสรรพากร

                          “(4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษี โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ทุกกรณี เว้นแต่หลักเกณฑ์ในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในประกาศฉบับนี้ การยื่นคำขออนุมัติให้ยื่นต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามแบบคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร (แบบ ภ.พ.06) ผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

                          กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสถานประกอบการหลายแห่งให้ยื่นผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ และกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ยื่นผ่านผู้อำนวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่

                           ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนซึ่งประสงค์จะยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มีสิทธิยื่นรายการข้อมูลคำขออนุมัติดังกล่าวตามแบบคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร (แบบ ภ.พ.06) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ได้อีกวิธีหนึ่ง ”

( แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 219) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป )

                           (5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่สามารถออกใบกำกับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรได้เมื่อผู้ชำระเงินเรียกร้อง

                           (6) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องจัดทำและส่งข้อมูลการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีและรายงานต่าง ๆ กรณีที่ออกใบกำกับภาษีแทนสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการที่มิใช่การขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ดังนี้

                                 (ก) ต้องจัดพิมพ์สำเนาใบกำกับภาษีบนม้วนกระดาษต่อเนื่องที่เครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องเรียงลำดับต่อเนื่องกันไปตามการใช้งานของเครื่อง บันทึกการเก็บเงิน และส่งข้อมูลสำเนาใบกำกับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Transfer File) ให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการภายใน 1 วันทำการนับแต่สิ้นวันทำการแต่ละวัน

                                 (ข) ต้องจัดทำรายงานการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ดังนี้

                                       รายงานสรุปการขายประจำวัน ให้จัดทำรายงานการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละราย โดยให้จัดทำทั้งในส่วนที่เป็นของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและในส่วนที่เป็นของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนทุกสิ้นวันทำการ โดยให้จัดทำเป็นรายเครื่องบันทึกการเก็บเงิน

                                       รายงานการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละราย ให้จัดทำแยกเป็นรายผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดทุกสิ้นวันทำการ และส่งรายงานผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Transfer File) ให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการภายใน 1 วันทำการนับแต่สิ้นวันทำการแต่ละวัน และให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นรายงานภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนสามารถจัดพิมพ์รายงานนั้นทุกสิ้นวันทำการ หรือภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือน หรือเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์

                                 (ค) ต้องเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีและรายงานต่าง ๆ ไว้ ณ สถานประกอบการที่ออกใบกำกับภาษีหรือรายงานนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

                           (7) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องจัดทำและส่งข้อมูลการรับชำระเงินจากการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน และการออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ และเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีและรายงานต่าง ๆ กรณีที่ออกใบกำกับภาษีแทนสำหรับการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ดังนี้

                                 (ก) ต้องจัดพิมพ์สำเนาใบกำกับภาษี (Daily Master Journal)แทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการทุกรายในแต่ละวันทำการ บนม้วนกระดาษต่อเนื่องที่เครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง หรือบนกระดาษต่อเนื่องที่ออกจากระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง โดยให้เรียงลำดับต่อกันไปตามการใช้งานของเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง หรือให้เรียงลำดับต่อกันไปตามการใช้งานของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางแล้วแต่กรณีเพื่อเป็นหลักฐานของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเอง

                                 (ข) ต้องจัดทำรายงานประจำวันด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางดังนี้

                                       รายงานสรุปการรับชำระเงินจากการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายซึ่งระบุรายละเอียดแยกตามรอบการแสดงแต่ละรอบ

                                       รายงานสรุปการรับชำระเงินจากการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันแยกเป็นแต่ละสถานประกอบการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน

                                 (ค) ต้องจัดทำรายงานก่อนเริ่มจำหน่ายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางดังนี้

                                       รายงานการจัดสรรที่นั่งแบ่งตามส่วน (Section) และราคา (Price Category)

                                       รายงานเกี่ยวกับราคาขายและราคาหลังหักส่วนลดของที่นั่งแต่ละประเภท

                                 (ง) ต้องจัดทำรายงานหลังจบการแสดงแต่ละรอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง โดยให้จัดพิมพ์บนกระดาษแยกเป็นรายเดือนภาษีตามข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง ส่งให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการภายใน 3 วันทำการนับแต่วันสิ้นเดือนแต่ละเดือน และหรือนับแต่วันสิ้นสุดการแสดงแต่ละเรื่อง ดังนี้

                                       รายงานการขายตามผังที่นั่งตั้งแต่เริ่มถึงจบการแสดง (Map Report)

                                       รายงานสรุปผลการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละครหรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน (Settlement Report)

                                       รายงานการรับตั๋วหรือบัตรคืน หรือตั๋วหรือบัตรเสียหาย (Return Report)

                                       บันทึกรายการประจำวัน (Sales Journal Report by Event Code) ตั้งแต่เริ่มต้นถึงจบการแสดงแต่ละรอบ ซึ่งถือเป็นสำเนาใบกำกับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละราย และให้ใช้เป็นรายงานภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการด้วย

                                 (จ) ต้องเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีตาม (ก) ไว้ ณ สถานประกอบการที่ออกใบกำกับภาษี กรณีจัดพิมพ์สำเนาใบกำกับภาษีบนม้วนกระดาษต่อเนื่องที่เครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง หรือจัดเก็บไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่กรณีจัดพิมพ์สำเนาใบกำกับภาษีบนกระดาษต่อเนื่องที่ออกจากระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง และเก็บรักษารายงานต่าง ๆ และสำเนาใบกำกับภาษีตาม

                                 (ง) ไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

                           (8) การบันทึกยอดขายสะสมไว้ในเครื่องบันทึกการเก็บเงิน กรณีการรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการและการออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ที่มิใช่การขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ให้บันทึกยอดขายสะสมไว้ในเครื่องบันทึกการเก็บเงินจนตัวเลขหมดทุกหลักก่อน จึงจะย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ ยกเว้นกรณีที่จะทำให้ยอดขายรวมเกินความสามารถของเครื่องบันทึกการเก็บเงินและทำให้ข้อมูลสูญหาย ก็ให้ออกรายงานล้างยอดสะสมและเริ่มบันทึกยอดขายใหม่ได้ โดยให้หมายเหตุเหตุผลไว้ในม้วนกระดาษต่อเนื่องซึ่งบันทึกรายการประจำวันด้วย

                           (9) การบันทึกยอดขายสะสมไว้ในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง กรณีการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ให้บันทึกยอดขายสะสมตามรอบการแสดงของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายไว้ในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางซึ่งควบคุมการขายตั๋วหรือบัตรนั้น และให้ล้างยอดสะสมได้เมื่อจัดทำรายงานตาม (7)(ง) แล้ว

                           (10) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องมีรหัสของสถานประกอบการที่เป็นสาขา และรหัสของพนักงานผู้ออกใบกำกับภาษีพร้อมคำแปล เก็บไว้ ณ สถานประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกสถานประกอบการ โดยจะเก็บไว้ในกระดาษหรือในสื่อบันทึกข้อมูล ซึ่งสามารถเรียกพิมพ์ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์

 

                ข้อ 3  ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องทำสัญญาการตั้งตัวแทนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

                           (1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องทำสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ และให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีและใบรับแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

                           (2) สัญญาการตั้งตัวแทนต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร และจะตั้งตัวแทนเพื่อรับชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการประเภทใดประเภทหนึ่งหรือทุกประเภทก็ได้

                           (3) สัญญาการตั้งตัวแทนต้องกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนจะต้องกระทำให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการตามประกาศนี้

                           (4) สัญญาการตั้งตัวแทนต้องกำหนดรายการดังต่อไปนี้ในสัญญาด้วย และให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเก็บรักษารายละเอียดตามรายการดังกล่าวไว้ ณ สถานประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกสถานประกอบการ โดยจะจัดเก็บไว้ในกระดาษหรือในสื่อบันทึกข้อมูล ซึ่งสามารถเรียกพิมพ์ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์ เว้นแต่กรณีที่เป็นการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนจะจัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลาง ซึ่งสามารถเรียกพิมพ์ได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนก็ได้

                                 (ก) ชื่อ ที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน

                                 (ข) รหัสของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายพร้อมคำแปล

                                 (ค) รหัสประเภทของสินค้าหรือบริการที่ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนรับชำระเงินและออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ และกรณีการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันแทน ต้องมีรหัสของรอบการแสดงพร้อมทั้งรหัสของส่วนลดที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการได้ลดให้แก่ลูกค้า พร้อมคำแปล

                           “(5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการต้องส่งมอบสำเนาสัญญาการตั้งตัวแทน หรือการยกเลิกการตั้งตัวแทนต่อเจ้าพนักงานสรรพากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการตั้งอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันทำสัญญาการตั้งตัวแทน หรือภายใน 15 วัน นับแต่วันยกเลิกสัญญาการตั้งตัวแทน”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 140) ใช้บังคับ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป)

                           “กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ส่งมอบต่อผู้อำนวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่”

( แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 219) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป )

                           (6) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการและผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องเก็บรักษาสัญญาการตั้งตัวแทนไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตลอดเวลาที่สัญญามีผลใช้บังคับ และเก็บรักษาต่อไปอีกไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันสิ้นสุดสัญญา

 

                ข้อ 4  ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกใบกำกับภาษีและหรือใบรับแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

                           (1) กรณีผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการนำเอกสารที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร มาชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องตีพิมพ์ข้อความที่แสดงว่าได้รับชำระเงินแล้วลงบนเอกสารดังกล่าว เพื่อเป็นหลักฐานแสดงการรับชำระเงินแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ และส่งมอบส่วนที่เป็นใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ พร้อมทั้งเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีไว้เพื่อส่งมอบแก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

                           (2) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกใบกำกับภาษีสำหรับการรับชำระเงินแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการที่มิใช่การขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรีละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องออกใบกำกับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                                 (ก) คำว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ” หรือ “TAX INVOICE (ABB)” หรือ “TAX INV (ABB)”

                                 (ข) ชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและรหัสของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

                                 (ค) ชื่อหรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนใช้สถานประกอบการหลายแห่งในการออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ จะต้องระบุชื่อหรือชื่อย่อและรหัสของสถานประกอบการที่เป็นสาขาไว้ในใบกำกับภาษีด้วย

                                 (ง) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี

                                 (จ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณและมูลค่าของสินค้าหรือบริการโดยชื่อ ชนิด หรือประเภทของสินค้าหรือบริการจะออกเป็นรหัสก็ได้

                                 (ฉ) ราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการโดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

                                 (ช) วัน เดือน ปี และเวลาที่ออกใบกำกับภาษี

                                 (ซ) เลขรหัสประจำเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

                                 (ฌ) ข้อความอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

                                       โดยให้จัดทำหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเป็นสองชุด ชุดแรกให้เรียงลำดับต่อกันไปตามการใช้งานของเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง และชุดที่สองให้เรียงลำดับต่อกันไปแยกตามรายผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการแต่ละรายในเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง

                                       กรณีที่ออกใบกำกับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย จะต้องมีรหัสหรือเครื่องหมายหรือข้อความที่แสดงให้เห็นว่าหมายเลขลำดับใดเป็นหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

                           (3) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายตั๋วหรือบัตรดูภาพยนตร์ ดนตรี ละคร หรือกิจการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องออกใบกำกับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                                 (ก) คำว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ” หรือ “TAX INVOICE (ABB)” หรือ “TAX INV (ABB)”

                                 (ข) ชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและรหัสของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ

                                 (ค) ชื่อหรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทน กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนใช้สถานประกอบการหลายแห่งในการออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการ จะต้องระบุชื่อหรือชื่อย่อและรหัสของสถานประกอบการที่เป็นสาขาไว้ในใบกำกับภาษีด้วย

                                 (ง) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี

                                 (จ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณและมูลค่าของบริการ โดยชื่อ ชนิด หรือประเภทของบริการจะออกเป็นรหัสก็ได้

                                 (ฉ) ราคาค่าบริการ โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

                                 (ช) วัน เดือน ปี และเวลาที่ออกใบกำกับภาษี

                                 (ซ) เลขรหัสประจำเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

                                 (ฌ) รหัสของรอบการแสดงแต่ละรอบ

                                 (ญ) ข้อความอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

                                       โดยให้จัดทำหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเรียงลำดับต่อกันไปตามการใช้งานของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางในแต่ละวันทำการ

                                       กรณีที่ออกใบกำกับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย จะต้องมีรหัสหรือเครื่องหมายหรือข้อความที่แสดงให้เห็นว่าหมายเลขลำดับใดเป็นหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

                                       การบันทึกเลขรหัสประจำเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่กรมสรรพากรกำหนดลงในใบกำกับภาษี ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกตั๋วหรือบัตรโดยใช้ข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นที่ระบบกลางแยกต่างหากจากข้อมูลของเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องที่ใช้ออกใบกำกับภาษี จะใช้เลขรหัสประจำเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่กำหนดไว้จากระบบกลางของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเลคทรอนิคส์อื่นและรหัสของสถานประกอบการที่เป็นสาขาซึ่งออกใบกำกับภาษี พร้อมทั้งรหัสของพนักงานผู้ออกใบกำกับภาษีแทนก็ได้

                                       กรณีการขายตั๋วหรือบัตรล่วงหน้าให้ความรับผิดในการเสียภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการเกิดขึ้น ณ วันที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนขายตั๋วหรือบัตรนั้น

                                       การแสดงราคาตั๋วหรือบัตร ให้ระบุราคาขายหลังหักส่วนลดได้ แต่ต้องมีรหัสของส่วนลดกำกับไว้ในใบกำกับภาษีด้วย

                           (4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนต้องจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษี ที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ทุกครั้งที่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการเรียกร้อง พร้อมทั้งส่งมอบใบกำกับภาษีดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษีตาม (2) หรือ (3) ไปแล้ว ให้เรียกใบกำกับภาษีนั้นคืนเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน และออกใบกำกับภาษีที่มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรให้ใหม่ โดยจะต้องออกจากเครื่องบันทึกการเก็บเงินเครื่องเดิมและออกให้ภายในวันเดียวกันเท่านั้น

                           (5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนที่ประสงค์จะออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการโดยให้มีรายการเป็นอย่างอื่น นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ ให้ขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากร และห้ามออกใบกำกับภาษีดังกล่าวก่อนได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

                           (6) อธิบดีกรมสรรพากรอาจกำหนดให้รายการในใบกำกับภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนออกแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการมีรายการเป็นอย่างอื่นเพิ่มเติมเป็นการทั่วไป หรือเฉพาะรายผู้ประกอบการจดทะเบียนก็ได้

 

                ข้อ 5  ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนเริ่มออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการได้ต่อเมื่อ

                           (1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวการได้แจ้งการแต่งตั้งตัวแทนและได้ส่งมอบสำเนาสัญญาการตั้งตัวแทนต่อเจ้าพนักงานสรรพากรตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดแล้ว และ

                           (2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตัวแทนได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว

 

                ข้อ 6  ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจวินิจฉัยและคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศนี้ด้วย

 

                ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2538 เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2538

 

ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมสรรพากร

clear-gif

WCAG 2.0 (Level AA)

Last update :
 Friday, January 5, 2018

 
รูปมุมซ้าย
หน้าหลักรูปเส้นประEnglishรูปเส้นประแผนผังเว็บไซต์รูปเส้นประแนะนำเว็บไซต์รูปเส้นประติดต่อกรมสรรพากรรูปเส้นประ


 
สงวนลิขสิทธิ์โดยกรมสรรพากร : Website Policy : Privacy Policy : Website Security Policy : Disclaimer
 
กรมสรรพากร 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 1161