เมนูปิด

พระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐

พระราชกรณียกิจเพื่อสืบสานพระราชปณิธาน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยในหลากหลายด้าน

“สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”
พระราชปณิธาน

เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดแนวพระราชดำริ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน การศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการส่งเสริมจิตอาสาและความสามัคคีของประชาชน

พระราชกรณียกิจสำคัญ

พระมหากรุณาธิคุณในหลากหลายมิติ

ตัวอย่างพระราชกรณียกิจและโครงการที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาส และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ประชาชน ค้นหาหรือกรองตามหมวดหมู่ที่สนใจได้ด้านล่าง

พระราชกรณียกิจด้านการทหาร
การทหาร

ด้านการทหาร

ทรงศึกษาวิชาการทหารอย่างเป็นระบบ และทรงเพิ่มพูนความรู้กับพระประสบการณ์ด้านการทหารอย่างต่อเนื่อง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการด้านการทหารมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาวิชาการทหาร ณ วิทยาลัยการทหารดันทรูน นครแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย และทรงเพิ่มพูนพระประสบการณ์ด้านยุทธวิธี การบังคับบัญชา และการปฏิบัติหน้าที่ทางทหารอย่างต่อเนื่องนับแต่นั้นมา

ตลอดเวลาที่ทรงรับราชการทหาร พระองค์เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมที่ตั้งหน่วยทหารทั้งสามเหล่าทัพอยู่เสมอ และพระราชทานความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการทหารที่ทรงศึกษามาอย่างลึกซึ้งแก่กำลังพล ทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างแก่นายทหาร ทั้งยังทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในความเป็นอยู่ทุกข์สุขของทหารผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างทั่วถึง

พระราชกรณียกิจด้านนี้สะท้อนถึงความสำคัญของวินัย ความพร้อม ความเสียสละ และการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนบทบาทของกำลังพลในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน เช่น การเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเจิมเรือหลวงเพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลของกองทัพเรือ

ประเด็นสำคัญเพื่อการศึกษา

  • การศึกษาวิชาการทหารอย่างเป็นระบบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในต่างประเทศ
  • พระราชประสบการณ์ด้านการบังคับบัญชาและการฝึกหน่วยทหารสามเหล่าทัพ
  • การส่งเสริมวินัย ความพร้อม และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ
  • การสนับสนุนภารกิจของกองทัพในการบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชน
พระราชกรณียกิจด้านการบิน
การบิน

ด้านการบิน

ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการบิน ทรงผ่านการฝึกและทรงปฏิบัติการบินกับอากาศยานหลายประเภท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยด้านอากาศยานและการบินมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทรงผ่านการฝึกบินเครื่องบินใบพัดของโรงเรียนการบินกองทัพอากาศ เครื่องบินไอพ่นแบบ ที 33 ตลอดจนหลักสูตรนักบินขับไล่ไอพ่นสมรรถนะสูงกับเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ-5 อี/เอฟ จนได้รับการขนานพระนามว่า “กษัตริย์นักบิน”

ในด้านการบินพาณิชย์ ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรนักบินจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก ต่อมาทรงผ่านหลักสูตรกัปตันและทรงรับตำแหน่งนักบินที่ 1 เครื่องบินโบอิ้ง 737-400 โดยในปี พ.ศ. 2552 ได้ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 ในเที่ยวบิน “สายใยรักแห่งครอบครัว” เที่ยวบินที่ ทีจี 8870 และ ทีจี 8871 ระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปยังโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้านการบินยังเชื่อมโยงกับภารกิจทางทหาร การคมนาคม และการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิค การตัดสินใจที่แม่นยำ และการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ประเด็นสำคัญเพื่อการศึกษา

  • การฝึกบินและการศึกษาระบบอากาศยานหลายประเภทอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เครื่องบินใบพัดจนถึงเครื่องบินขับไล่ไอพ่น
  • พระประสบการณ์ในฐานะนักบินที่ 1 เครื่องบินโดยสารพาณิชย์ของสายการบินแห่งชาติ
  • การนำความรู้ด้านการบินมาใช้ประกอบภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
  • แบบอย่างของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการฝึกฝนอย่างมีวินัยและความปลอดภัยเป็นสำคัญ
พระราชกรณียกิจด้านการกีฬา
การกีฬา

ด้านการกีฬา

ทรงส่งเสริมกีฬาและพระราชทานกำลังใจแก่นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ

ทรงส่งเสริมกิจการกีฬาและพระราชทานกำลังใจแก่นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง พระราชกรณียกิจที่ปรากฏ ได้แก่ การพระราชทานไฟพระฤกษ์สำหรับการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และการพระราชทานพระราชวโรกาสให้นักกีฬาผู้นำความสำเร็จและเกียรติยศมาสู่ประเทศชาติเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม

ในหลายโอกาส พระองค์ยังทรงมีส่วนร่วมส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกายของประชาชนในวงกว้าง ดังเช่นกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติที่มีประชาชนทุกภาคส่วนเข้าร่วมพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศเมื่อปลายปี พ.ศ. 2558 ซึ่งช่วยปลูกฝังค่านิยมด้านสุขภาพและความสามัคคีในหมู่ประชาชน

คุณค่าที่ได้รับจากการกีฬา

  • ส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจของประชาชนทุกวัย
  • ปลูกฝังวินัย ความอดทน และการเคารพกติกา
  • สร้างความสามัคคีและชื่อเสียงให้ประเทศชาติในเวทีนานาชาติ
  • เป็นกำลังใจแก่นักกีฬาและเยาวชนผู้มีความสามารถให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง
พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา
การศึกษา

ด้านการศึกษา

ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และทรงสนับสนุนให้ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษา

ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีพระบรมราโชบายให้การศึกษามุ่งสร้างพื้นฐานแก่ผู้เรียน ไม่เพียงด้านความรู้ แต่รวมถึงคุณธรรม ทักษะชีวิต การประกอบอาชีพ และความรับผิดชอบต่อสังคม

เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการทุนการศึกษาขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็นมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน หรือ “ม.ท.ศ.” เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 โดยทรงเป็นองค์ประธานกรรมการด้วยพระองค์เอง ทุนดังกล่าวกระจายไปยังนักเรียนที่มีความประพฤติดีและมีศักยภาพในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า โดยผู้รับพระราชทานทุนไม่มีภาระผูกพันที่ต้องใช้ทุนคืน และนักเรียนทุนกว่าร้อยละ 97 ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนให้จัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดารหลายแห่ง และทรงรับโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ห่างไกลไว้ในพระราชูปถัมภ์ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

พระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ด้าน

  • มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง เข้าใจชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ ครอบครัว และชุมชน
  • มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม รู้จักแยกแยะสิ่งถูกผิดและเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม
  • มีงานทำและมีอาชีพ รักงาน สู้งาน มีทักษะ และสามารถเลี้ยงตนเองกับครอบครัวได้
  • เป็นพลเมืองดี มีน้ำใจ จิตอาสา และรับผิดชอบต่อประโยชน์ส่วนรวม
พระราชกรณียกิจด้านศาสนา
ศาสนา

ด้านศาสนา

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอ และทรงอุปถัมภ์ศาสนาต่าง ๆ

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางพระพุทธศาสนาและพระราชพิธีสำคัญอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรตามฤดูกาล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม รวมถึงเสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ตลอดจนการถวายผ้าพระกฐินหลวงตามวัดต่าง ๆ

นอกจากพระพุทธศาสนาแล้ว ยังทรงอุปถัมภ์ศาสนาอื่นตามพระราชประเพณี อาทิ การเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ อันแสดงถึงการส่งเสริมให้ประชาชนทุกศาสนายึดมั่นในหลักศีลธรรม เคารพความแตกต่าง และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ศาสนาจึงเป็นทั้งรากฐานทางจิตใจและส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทย

สาระสำคัญ

  • การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและศาสนาต่าง ๆ อย่างเสมอภาค
  • การธำรงรักษาพระราชพิธีและประเพณีสำคัญทางศาสนาให้สืบเนื่อง
  • การส่งเสริมศีลธรรม ความเมตตา และความสามัคคีในหมู่ประชาชนทุกศาสนา
  • การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา
พระราชกรณียกิจด้านการเกษตร
การเกษตร

ด้านการเกษตร

ทรงสืบสานพระราชกรณียกิจด้านการเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

ทรงสืบสานพระราชกรณียกิจด้านการเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการนำความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสมกับพื้นที่มาใช้เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาชีพ

ตัวอย่างสำคัญคือโครงการเกษตรวิชญา ณ สวนบ้านกองแหะ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์เนื้อที่ 1,350 ไร่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการเป็นคลินิกเกษตร โดยแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับพัฒนาการเกษตรราว 139 ไร่ และจัดสรรที่ทำกินให้เกษตรกรในพื้นที่แล้วจำนวน 60 ราย รายละ 1 ไร่ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูป่าไม้ที่เคยเสื่อมโทรมจากการทำไร่เลื่อนลอย

โครงการนี้เชื่อมโยงองค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 มาเผยแพร่ผ่านการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดใช้สารเคมีในการเพาะปลูก และการส่งเสริมอาชีพเสริม เช่น การเลี้ยงผึ้งและชันโรง เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

แนวทางสำคัญ

  • ส่งเสริมความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับภูมิสังคม
  • พัฒนาอาชีพและลดความเสี่ยงด้วยการเกษตรที่หลากหลาย รวมถึงอาชีพเสริมอย่างการเลี้ยงผึ้ง
  • สนับสนุนแหล่งเรียนรู้ การฝึกอบรม และการวิจัยเพื่อชุมชน
  • เชื่อมโยงการจัดการดิน น้ำ ป่า และอาชีพอย่างสมดุลและยั่งยืน
พระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุข
สาธารณสุข

ด้านสาธารณสุข

ทรงให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชน และการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง

ทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยของประชาชนเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ จึงทรงสนพระราชหฤทัยงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

จุดเริ่มต้นสำคัญคือโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีอภิเษกสมรสเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2520 โดยรัฐบาลร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินและที่ดินก่อสร้างโรงพยาบาลอำเภอขนาด 30 เตียงในถิ่นทุรกันดารรวม 21 แห่งทั่วทั้ง 4 ภูมิภาคของประเทศ ระหว่างปี พ.ศ. 2520-2522 น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นของขวัญ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงพยาบาลด้วยพระองค์เองทุกแห่งเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ และทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ตลอดกว่า 40 ปีนับแต่ก่อตั้ง พระองค์ทรงติดตามความก้าวหน้าของโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ โดยทรงมุ่งเน้นการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกและความเป็นอยู่ของผู้ป่วยมากกว่าการขยายจำนวนโรงพยาบาล พร้อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ผลต่อระบบสุขภาพ

  • ขยายการเข้าถึงบริการของประชาชนในถิ่นทุรกันดารครบทั้ง 4 ภูมิภาค
  • สนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ และศักยภาพของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
  • สร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง
พระราชกรณียกิจด้านต่างประเทศ
ต่างประเทศ

ด้านต่างประเทศ

ทรงเจริญพระราชไมตรีและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อเจริญพระราชไมตรีและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนมิตรประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วทุกทวีปอย่างเป็นทางการเป็นประจำ ตลอดจนทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะและผู้นำต่างประเทศที่เสด็จฯ หรือเดินทางเยือนประเทศไทย

ภายหลังทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์ยังคงเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการทูต ดังเช่นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 ที่เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระองค์เองเมื่อปี พ.ศ. 2562

ความสำคัญของพระราชไมตรี

  • กระชับความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชนของแต่ละประเทศ
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์และบทบาทของประเทศไทยในประชาคมโลก
  • สนับสนุนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมระหว่างประเทศ
  • สร้างความเข้าใจอันดีและสันติไมตรีระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน
พระราชกรณียกิจด้านสังคมสงเคราะห์
สังคมสงเคราะห์

ด้านสังคมสงเคราะห์

ทรงห่วงใยผู้ด้อยโอกาสและประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน พร้อมพระราชทานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบความเดือดร้อน และประชาชนในชุมชนที่ขาดแคลน เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชนและพระราชทานความช่วยเหลือทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ที่จำเป็น และพระราชทรัพย์เพื่อสนับสนุนโครงการของชุมชน

พระราชกรณียกิจสำคัญด้านนี้คือโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภายใต้ชื่อ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งพระราชทานขึ้นเพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ามีความเสียสละและความสมัครสมานสามัคคีในการสร้างสรรค์ความดีเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม โดยแบ่งลักษณะงานจิตอาสาออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ จิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ ซึ่งมีคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ภาคเอกชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก

พระราชกรณียกิจด้านสังคมสงเคราะห์ยังครอบคลุมการบรรเทาทุกข์เมื่อเกิดภัยพิบัติ การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย และการดูแลเยาวชนที่ด้อยโอกาสในชุมชนแออัด ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมทำความดีและดูแลชุมชนของตนอย่างยั่งยืน

แนวทางการช่วยเหลือประชาชน

  • บรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนด้วยสิ่งของและปัจจัยจำเป็น
  • สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชน
  • ส่งเสริมจิตอาสาผ่านกิจกรรม 3 ประเภทเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
  • ฟื้นฟูพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนหลังเกิดสาธารณภัย
ไม่พบหัวข้อที่ตรงกับคำค้นหา
แนวทางการทรงงาน

สืบสาน รักษา ต่อยอด

พระราชปณิธานที่นำไปสู่การขยายผลแนวพระราชดำริ ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

1

สืบสาน

น้อมนำแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานที่เกิดประโยชน์มาดำเนินการต่อเนื่อง

2

รักษา

ธำรงคุณค่าและผลสำเร็จของโครงการต่าง ๆ ให้คงอยู่และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

3

ต่อยอด

ประยุกต์องค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อขยายผลและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น

4

เพื่อประชาชน

มุ่งให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโอกาส และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

หมุดหมายสำคัญ

พระราชประวัติโดยสังเขป

28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495

เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

พ.ศ. 2515

ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร

3 มกราคม พ.ศ. 2520

พระราชพิธีอภิเษกสมรส เป็นที่มาของโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในถิ่นทุรกันดาร

พ.ศ. 2559

เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และมีพระปฐมบรมราชโองการเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. หน่วยราชการในพระองค์
  2. หน่วยราชการในพระองค์: ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ที่ได้รับพระบรมราชานุญาต
  3. กรมประชาสัมพันธ์
  4. กระทรวงศึกษาธิการ
  5. สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  6. สำนักงาน กปร.: โครงการเกษตรวิชญา
  7. กระทรวงศึกษาธิการ: พระบรมราโชบายด้านการศึกษา
  8. มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ.
  9. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช – วิกิพีเดีย
  10. จิตอาสาพระราชทาน – วิกิพีเดีย
  11. รวบรวมหมวดพระราชกรณียกิจรัชกาลที่ 10
เนื้อหาในหน้านี้เรียบเรียงขึ้นจากแหล่งข้อมูลสาธารณะข้างต้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและประชาสัมพันธ์ หน่วยงานที่นำไปเผยแพร่ควรตรวจสอบความถูกต้องล่าสุดกับหน่วยราชการในพระองค์และหน่วยงานต้นเรื่องก่อนเผยแพร่จริง
จัดทำเพื่อเผยแพร่ข้อมูลพระราชกรณียกิจเพื่อการศึกษาและประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน

ปรับปรุงล่าสุด: 23-07-2026