วิธีปฏิบัติในการขอให้นำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ผู้ที่ประสงค์จะให้กรมสรรพากร นำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับคืนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้ 1. เงื่อนไขบัญชีเงินฝากธนาคาร (1) เป็นบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน หรือประเภทออมทรัพย์ของผู้ขอคืน (2) ธนาคารที่มีบัญชีเงินฝาก ต้องอยู่ในจังหวัดที่ผู้ขอคืนมีสถานประกอบการตั้งอยู่ หรืออยู่ในจังหวัดที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าว (3) ผู้เบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝาก ต้องเป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล หรือเจ้าของบัญชีที่แท้จริง หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจก็ได้ 2. ต้องให้ผู้จัดการธนาคาร หรือพนักงานผู้มีอำนาจลงนามผูกพันธนาคาร เป็นผู้รับรองว่าบัญชีเงินฝากตาม 1. เป็นบัญชีของผู้ขอคืนโดยแท้จริง โดยดำเนินการ (1) ยื่นแบบขอให้ธนาคารรับรองการเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก ตามแบบแนบ Click - -> เพื่อดาวน์โหลดแบบ(2) ธนาคารออกหนังสือรับรองการเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก คำรับรองการเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก ตามแบบแนบ จำนวน 2 ฉบับ ฉบับหนึ่งมอบให้ผู้ขอ อีกฉบับหนึ่งธนาคารส่งไปยังสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือส่งไปยังสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ (กรณีผู้ประกอบการอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่) Click - -> เพื่อดาวน์โหลดแบบ (ฉบับมอบให้ผู้ขอ)Click - -> เพื่อดาวน์โหลดแบบ (ฉบับส่งให้กรมสรรพากร)3. ต้องยื่น คำขอให้นำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับคืนเข้าบัญชีเงินฝาก ตามแบบแนบ พร้อม คำรับรองการเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก ที่ได้รับจากธนาคารตามข้อ 2(2) ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการของตนตั้งอยู่ หรือสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ (กรณีผู้ประกอบการอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่) Click - -> เพื่อดาวน์โหลดแบบ4. เมื่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ (กรณีผู้ประกอบการอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่) พิจารณาคำขอฯ แล้ว จะฉีกส่วนล่างของคำขอฯ มอบให้ผู้ขอคืนเก็บไว้เป็นหลักฐาน 5. หากได้รับอนุมัติคำขอฯ แล้ว ผู้ขอคืนต้องแสดงความประสงค์ที่จะรับคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ไว้ในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.30) ด้วย |
หน้าจอหลักบริการสารสรรพากร : : หน้าจอหลัก ธ.ค. 45 : : หน้าก่อน |