เมนูปิด

คำสั่งกรมสรรพากร
ที่ ท.597/2545
เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน
--------------------------------
     เพื่อให้การพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการส่งออก เป็นไปด้วยความถูกต้องและรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งผู้ประกอบการและการส่งออกของประเทศ กรมสรรพากรจึงกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน ดัง

      ข้อ   1   คุณสมบัติของผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน

ผู้ประกอบการส่งออก ที่จะได้รับการจัดให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

                      1.1  เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

                      1.2  มีการประกอบกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และมีการส่งสินค้าไปขายยังต่างประเทศโดยสม่ำเสมอตามสภาพธุรกิจในสัดส่วนที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของยอดขายรวม สำหรับระยะเวลา 12 เดือน ก่อนยื่นคำขอฯ และได้นำเงินตราต่างประเทศจากการขายนั้นเข้ามาในประเทศไทยหรือมีหลักฐานการหักกลบลบหนี้

                      1.3  มีความมั่นคง ต่อเนื่อง น่าเชื่อถือในการประกอบกิจการ และมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เช่น ที่ดิน อาคาร โรงงาน ฯลฯ

                      1.4  มีทรัพย์สินสุทธิมากกว่าหนี้สินสุทธิ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีสุดท้ายก่อนยื่นคำขอฯ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

                      1.5  มีประวัติการเสียภาษีที่ดี มีการเสียภาษีสอดคล้องกับสภาพเป็นจริงของกิจการ ไม่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี

                      1.6  เป็นสมาชิกของสมาคมหรือองค์กรภาคเอกชน (ในทางการค้า) เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด ฯลฯ และได้รับการรับรองฐานะการเงินว่ามีความมั่นคงและเชื่อถือได้จากสมาคมหรือองค์กรดังกล่าว

นอกจากคุณสมบัติดังกล่าว ผู้ประกอบการส่งออกอาจมีระบบการจัดการและระบบ การควบคุมภายในที่ดี เช่น มีระบบการตรวจสอบภายใน การจัดทำประมาณการแผนการส่งออก มีงบการเงินเป็นรายเดือน หรือรายไตรมาส เป็นต้น เป็นคุณสมบัติเพิ่มเติม เพื่อเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาเป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนกรณีที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน แต่มีเหตุอันสมควร คณะกรรมการพิจารณาจัดให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน อาจพิจารณายกเว้นคุณสมบัติดังกล่าวให้ได้

      ข้อ   2   เงื่อนไข

                      ผู้ประกอบการส่งออกที่จะได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

                      2.1   ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยการนำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ตามวิธีปฎิบัติในการขอให้นำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารแนบท้ายคำสั่งนี้

                      2.2  กรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง ต้องได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน

                      2.3  กรณีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร ที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ยื่นคำขอ ต้องได้รับการแต่งตั้งจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากรโดยให้แจ้งชื่อ เลขทะเบียนของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมทั้งชื่อสำนักงานผู้สอบบัญชี และให้แจ้งชื่อผู้ทำบัญชี พร้อมทั้งสำนักงานบัญชีด้วย

      ข้อ   3   สิทธิประโยชน์

                      ผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับแต่เดือนภาษีที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน ดังนี้

                      3.1 ผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะได้รับการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม

                      3.2 ผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จะได้รับการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม

                      ในกรณีที่มีหลักฐานหรือข้อมูลชัดแจ้งว่าผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ไม่ถูกต้อง และเห็นสมควรตรวจก่อนคืน กรมสรรพากรจะแจ้งเหตุที่ไม่สามารถคืนภาษีภายในเวลาที่กำหนดให้ผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนทราบ

      ข้อ   4   การยื่นคำขอ

                      4.1 ให้ผู้ประกอบการส่งออก ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1 และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อ 2 ซึ่งมีความประสงค์จะได้รับการจัดให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน ยื่นคำขอ ตามแบบแนบท้ายคำสั่งนี้ (สท.1) พร้อมเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการพิจารณา โดยยื่นต่อหน่วยงานดังนี้

                            (1) ส่วนวางแผนและประเมินผลของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรณีอยู่ ภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่

                            (2) ฝ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายและคืนภาษีของสำนักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือ ฝ่ายกรรมวิธีและคืนภาษีของสำนักงานสรรพากรพื้นที่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานประกอบการที่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม

                      4.2 ก่อนระยะเวลา 3 เดือนที่สิทธิประโยชน์จะสิ้นสุดลง ถ้าผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนมีความประสงค์จะเป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนต่อไป ให้ยื่นคำขอใหม่ได้

      ข้อ   5   กรมสรรพากรจะดำเนินการตรวจสภาพกิจการของผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอเป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนเพื่อให้ทราบว่ามีการเสียภาษีสอดคล้องกับสภาพเป็นจริงของกิจการก่อนอนุมัติให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบี

      ข้อ   6   กรมสรรพากรอาจดำเนินการตรวจสอบผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนได้ เมื่อมีเหตุอันสมควร เช่นมีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษีอากร และหากพบประเด็นความผิดชัดแจ้ง หรือพบว่าขาดคุณสมบัติ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหลักเกณฑ์ตามคำสั่งนี้จะถูกเพิกถอนการเป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนทันที

      ข้อ   7   คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2546 เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2545
ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล
(นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล)
อธิบดีกรมสรรพากร

หน้าจอหลักบริการสารสรรพากร : : หน้าจอหลัก ธ.ค. 45 : : หน้าต่อไป

 

 

ปรับปรุงล่าสุด: 06-01-2003