เมนูปิด

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 137)
เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักร เฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป
--------------------------------
      อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2(69) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 250 (พ.ศ. 2548) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ย เงินฝากธนาคารในราชอาณาจักร เฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ดังต่อไปนี้

      ข้อ   1   ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องเป็นดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป แต่เมื่อรวมกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทรวมกันแล้วต้องมีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกินสามหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น และผู้มีเงินได้ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากดังกล่าวเมื่อมีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบห้าปีบริบูรณ์

      ข้อ   2   ชื่อบัญชีเงินฝากต้องเป็นชื่อของผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยนั้น แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล และกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง

      ข้อ   3   กรณีผู้มีเงินได้ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากตามข้อ 1 รวมกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทรวมกันแล้วมีจำนวนทั้งสิ้นเกินสามหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น ให้ธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากดังกล่าวหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทั้งจำนวน และนำส่งตามมาตรา 50(2) และมาตรา 52 แห่งประมวลรัษฎากร

      ข้อ   4   ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับดอกเบี้ยเงินฝากตามข้อ 1 ให้ถือตามหลักเกณฑ์ดังนี้

                      (1) ในกรณีที่สามีภริยาเป็นผู้ฝากเงินร่วมกันหรือแยกกัน และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ดังกล่าวเป็นเงินได้ของสามี

                      (2) ในกรณีที่สามีภริยาเป็นผู้ฝากเงินร่วมกัน และความเป็นสามีภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ดังกล่าวเป็นเงินได้ของคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

                      (3) ในกรณีที่สามีภริยาเป็นผู้ฝากเงินแยกกัน และความเป็นสามีภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ดังกล่าวเป็นเงินได้ของแต่ละบุคคล

      ข้อ   5   ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับดอกเบี้ยเงินฝากตามข้อ 1 ต้องแจ้งเลขประจำตัวประชาชนและข้อมูลของผู้มีเงินได้ตามหนังสือแจ้งการขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปและผู้มีเงินได้มีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบห้าปีบริบูรณ์ซึ่งต้องมีข้อความอย่างน้อยตามที่แนบท้ายประกาศนี้ ต่อธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากก่อนหรือในขณะรับดอกเบี้ยเงินฝากดังกล่าว เว้นแต่กรณีผู้มีเงินได้ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ที่ลงในประกาศนี้ให้แจ้งเลขประจำตัวประชาชนและข้อมูลของผู้มีเงินได้ตามหนังสือดังกล่าวภายหลังวันที่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากดังกล่าวได้ และให้ธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากเก็บหลักฐานดังกล่าวไว้เพื่อให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบต่อไป

                     ในกรณีผู้มีเงินได้ได้แจ้งเลขประจำตัวประชาชนและข้อมูลของผู้มีเงินได้ ตามวรรคหนึ่งแล้ว ต่อไปก็ไม่ต้องแจ้งเลขประจำตัวประชาชนและข้อมูลของผู้มีเงินได้อีก

      ข้อ   6   ธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากตามข้อ 1 ต้องส่งข้อมูลของผู้ฝากเงินที่แจ้งต่อธนาคารตามข้อ 5 และข้อมูลการฝากเงินของผู้ฝากเงินต่อสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพากร โดยให้ส่งเป็นสื่อบันทึกข้อมูลของผู้ฝากเงินที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปและผู้มีเงินได้มีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบห้าปีบริบูรณ์ ซึ่งต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยตามที่แนบท้ายประกาศนี้

                     การส่งข้อมูลของผู้ฝากเงินตามวรรคหนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ให้ส่งภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป

      ข้อ   7   ในกรณีมีปัญหาในการปฏิบัติ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศนี้ด้วย

      ข้อ   8   ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2548
ศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์
(นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์)
อธิบดีกรมสรรพากร

 

 

ปรับปรุงล่าสุด: 02-02-2005