เมนูปิด

พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 463)
พ.ศ. 2549
--------------------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2549
เป็นปีที่ 61 ในรัชกาลปัจจุบัน
      พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

      โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรให้แก่บุคคลตามข้อผูกพันในการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยได้ทำไว้กับหน่วยงานของต่างประเทศตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา 3(2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 และมาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

      มาตรา  1   พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 463) พ.ศ. 2549"

      มาตรา  2   พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

      มาตรา  3   ให้ยกเว้นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรให้แก่บุคคลตามข้อผูกพันในการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยได้ทำไว้กับหน่วยงานของต่างประเทศตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ เฉพาะข้อผูกพันที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

      มาตรา  4   ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ  :-  เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรให้แก่บุคคลตามข้อผูกพันในการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยได้ทำไว้กับหน่วยงานของต่างประเทศตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เพื่อบรรเทาภาระภาษีซ้อน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
(ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 123 ตอนที่ 86 ก วันที่ 28 สิงหาคม 2549)

 

 

ปรับปรุงล่าสุด: 06-09-2006