| ||||||||
| อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7(2) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 454) พ.ศ. 2549 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การยกเว้นภาษีเงินได้ของธนาคารพาณิชย์ สำหรับค่าธรรมเนียมที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับจากการเป็นผู้จัดการในการจัดหาเงินกู้ในลักษณะการร่วมให้กู้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ในประกาศนี้ "ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ "การรับฝากหรือการกู้ยืมเงินตราจากต่างประเทศเพื่อให้กู้ยืมในต่างประเทศ" หมายความว่า (1) การรับฝากหรือการกู้ยืมเงินตราต่างประเทศจากต่างประเทศจากบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อนำไปให้กู้ยืมเป็นเงินตราต่างประเทศในต่างประเทศ (ก) บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาหรือมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ (ข) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย (ค) ธนาคารต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงธนาคารต่างประเทศที่มีสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย (ง) สาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ (จ) นิติบุคคลอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด (2) การรับฝากหรือการกู้ยืมเงินบาทจากธนาคารต่างประเทศในต่างประเทศหรือสาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ เพื่อนำไปให้กู้ยืมเป็นเงินบาทแก่ธนาคารต่างประเทศในต่างประเทศหรือสาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ ข้อ 2 การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าธรรมเนียมที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับจากการเป็นผู้จัดการในการจัดหาเงินกู้ในลักษณะการร่วมให้กู้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) เงินกู้ในลักษณะการร่วมให้กู้ต้องเป็นเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทอันมีแหล่งที่มาจากต่างประเทศ และต้องเป็นการร่วมให้กู้เพื่อนำไปให้กู้ยืมในต่างประเทศ (2) ในการจัดหาเงินกู้ในลักษณะการร่วมให้กู้หากมีผู้จัดการรายเดียว ผู้นั้นต้องประกอบกิจการการรับฝากหรือการกู้ยืมเงินตราจากต่างประเทศเพื่อให้กู้ยืมในต่างประเทศ และหากมีผู้จัดการหลายรายผู้จัดการเหล่านั้นต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการการรับฝากหรือการกู้ยืมเงินตราจากต่างประเทศเพื่อให้กู้ยืมในต่างประเทศ (3) การดำเนินการด้านธุรการเพื่อนำไปสู่การตกลงทำสัญญาร่วมให้กู้ ตลอดจนการจัดทำสัญญาร่วมให้กู้ต้องกระทำในประเทศไทย (4) ค่าธรรมเนียมที่ได้รับจากการเป็นผู้จัดการในการจัดหาเงินกู้ในลักษณะ การร่วมให้กู้ต้องมีเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการลงบัญชีที่พิสูจน์ได้ ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป | ||||||||
| ||||||||