อาศัยอำนาจตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10)พ.ศ. 2496 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับการ ตรวจสอบและรับรองบัญชี เรื่อง กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชี ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2544 อธิบดีกรมสรรพากรจึงมีคำสั่งให้"ผู้ตรวจสอบและ รับรองบัญชี" ต้องปฏิบัติงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับมรรยาท การปฏิบัติงาน การรายงาน และบทลงโทษ สำหรับผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีดังต่อไปนี้
ข้อ 1 มรรยาทของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี
1.1 ให้รักษามรรยาทตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505
1.2 ปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชีบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่เกินกว่า 300 รายต่อคนต่อปี
1.3 ในกรณีที่ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี ปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ตามกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีจะต้องปฏิบัติงานและรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีตาม ข้อ 2
ข้อ 2 การปฏิบัติงานและการรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีในการตรวจสอบและรับรองบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
2.1 แนวทางการปฏิบัติงาน
2.1.1 ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีต้องจัดทำแนวการสอบบัญชีสำหรับงาน ที่รับตรวจสอบไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นหลักฐานและให้ทราบถึงวิธีการปฏิบัติงานตรวจสอบ โดยให้จัดเก็บแนวการสอบบัญชีดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
2.1.2 ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีต้องจัดทำกระดาษทำการ เพื่อบันทึกการตรวจสอบและจัดเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย
2.1.3 ในการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี ให้เน้นการทดสอบความถูกต้องของงบการเงินและบัญชีว่าถูกต้องเป็นจริงตามควรตรงตามเอกสารประกอบการลงบัญชี และบันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือไม่ โดยงบการเงินแสดงข้อมูลและรายการตรงตามสมุดบัญชี รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องในส่วนที่เป็นสาระสำคัญทางด้านภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร โดยเลือกใช้วิธีการตรวจสอบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับกรณี
2.1.4 ให้ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีทำการตรวจสอบการปรับปรุงกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี เป็นกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีอากร รวมถึงการตรวจสอบการจัดทำบัญชีพิเศษของกิจการที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร
2.1.5 ให้ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของบัญชี และแจ้งพฤติการณ์ไว้ในรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อรับรองในกรณีที่พบว่าห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยนั้นมีพฤติการณ์ในการทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือลงบัญชี โดยที่เห็นว่าน่าจะไม่ตรงกับความเป็นจริงอันอาจเป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยนั้นมิต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยลงกว่าที่ควรเสีย
2.2 แนวทางการรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีการรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีกรณีที่ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีทำการตรวจสอบและรับรองบัญชีให้แก่ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ตาม กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 ให้ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามแบบแนบท้ายคำสั่งนี้
ข้อ 3 บทลงโทษ
3.1 กรณีที่ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีไม่รักษามรรยาท และไม่ปฏิบัติงานตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดในข้อ 1 และข้อ 2 ข้างต้น อาจถูกพิจารณา พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร
3.2 กรณีที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากรน้อยกว่าเก้าชั่วโมงต่อปี อาจถูกพิจารณาพักใบอนุญาตเป็นการชั่วคราวจนกว่าผู้นั้นจะได้เข้ารับการอบรมครบตามเกณฑ์ที่กำหนด และแจ้งให้อธิบดีทราบ
3.3 กรณีที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรมีการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนตามที่ได้แจ้งไว้ต่ออธิบดี กล่าวคือ ชื่อ ที่อยู่ และที่ตั้งสำนักงาน โดยมิได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีเหตุอันควร อธิบดีอาจจะดำเนินการพักใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีภาษีอากรนั้นก็ได้ |