เมนูปิด

คำสั่งกรมสรรพากร
ที่ ท.ป. 118/2545
เรื่องมอบอำนาจให้สรรพากรภาคสั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร
--------------------------------
      เพื่อให้การปฏิบัติราชการตามประมวลรัษฎากรบางกรณีสำหรับสำนักงานสรรพากรภาคเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

      ข้อ   1   ให้ยกเลิก

                      (1)  คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 65/2539 เรื่อง มอบอำนาจสั่งขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2539

                      (2)  คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 66/2539 เรื่อง มอบอำนาจสั่งอนุมัติให้ทุเลาการเสียภาษีอากร ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2539

                      (3)  คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 67/2539 เรื่อง มอบอำนาจให้ใช้อำนาจตามมาตรา 12 และมาตรา 12 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2539

                      (4)  คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 95/2543 เรื่อง มอบอำนาจการสั่งอนุมัติให้ถือเป็นรายจ่าย กรณีมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการสั่งอนุมัติการยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับภาษีเงินได้ กรณีมิได้ใช้แบบแสดง รายการตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ลงวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2543

                      (5)  คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.77/2543 เรื่อง มอบอำนาจหน้าที่สั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

                     

      ข้อ   2   มอบอำนาจให้สรรพากรภาคสั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร ในเขตท้องที่สำนักงานสรรพากรภาคนั้น ดังต่อไปนี้

                      (1)  การใช้อำนาจตามมาตรา 12 และมาตรา 12 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

                      (2)  การอนุมัติให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ถือเงินที่จ่ายสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่แก้ไขให้ถูกต้องหรือในรอบระยะเวลาบัญชีที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องได้ สำหรับกรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามข้อ 5 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 183 (พ.ศ.2533) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

                      (3)  การอนุมัติให้ถือว่าผู้มีหน้าที่หักภาษีได้ยื่นแบบแสดงรายการนำส่ง ภาษีถูกต้องตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดโดยอนุโลม ในกรณีผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ได้นำส่งภาษีโดยมิได้ใช้แบบแสดงรายการตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด สำหรับการหักภาษี ตามมาตรา 3 เตรส มาตรา 50 มาตรา 69 ทวิ และมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

                      (4)  การอนุมัติขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร ตามมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

                      (5)  การอนุมัติให้ทุเลาการเสียภาษีอากรระหว่างรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือคำพิพากษาของศาล ตามมาตรา 31 แห่งประมวลรัษฎากร

                      (6)  การรับจำนอง การรับจำนำ การไถ่ถอนการจำนอง และการคืน ทรัพย์สินที่จำนำกรณีการใช้ทรัพย์สินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้ภาษีอากร และให้มีอำนาจ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปทำการดังกล่าวแทนได้ด้วย

                      (7)  การสั่งคืนสัญญาค้ำประกันที่ใช้ค้ำประกันหนี้ภาษีอากรค้างระหว่างขอทุเลาการเสียภาษีอากรหรือการผ่อนชำระภาษีอากรค้าง เมื่อปรากฏว่าผู้ค้างภาษีอากรได้ชำระภาษีอากรค้างครบถ้วนแล้ว หรือได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้ปลดหนี้ภาษีอากรค้าง รวมถึงการแจ้งหมดภาระผูกพันตามสัญญาค้ำประกันไปยังผู้ค้ำประกันด้วย

      ข้อ   3   คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2545
ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล
(นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล)
อธิบดีกรมสรรพากร

หน้าจอหลักบริการสารสรรพากร : : หน้าจอหลัก ต.ค.45 : : หน้าก่อน : : หน้าต่อไป

 

 

ปรับปรุงล่าสุด: 15-10-2002