เมนูปิด

ภาษีการถือครองพันธบัตร และหุ้นกู้ของรัฐบาล

 

 

          การจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากผู้มีเงินได้ที่ถือครองพันธบัตรและหุ้นกู้ของรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป

 

          การจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับดอกเบี้ย หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอน หรือผลประโยชน์จากการโอนพันธบัตรหรือหุ้นกู้ของรัฐบาล องค์การของรัฐบาล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นฯ และออกจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป

 

ออกจำหน่ายก่อนวันที่ 13 ตุลาคม 2553

ออกจำหน่าย

ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป

ผู้ถือครองพันธบัตรและหุ้นกู้ฯ ดังต่อไปนี้ 

     1.  ผู้มีเงินได้ที่มิได้เป็น

ผู้อยู่ในไทย และ

     2. นิติบุคคลต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในไทย 

ถือครองอยู่ก่อนวันที่ 13 ตุลาคม 2553 

ต่อมา เมื่อได้รับดอกเบี้ย หรือ

ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอน หรือ

ผลประโยชน์จากการโอนพันธบัตรและหุ้นกู้

ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ต่อไป

 

ผู้มีเงินได้ที่ได้รับดอกเบี้ยหรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอน หรือผลประโยชน์จากการโอนที่ได้รับจากการถือครองพันธบัตรและหุ้นกู้ฯ  ดังนี้ 

     1.  ผู้มีเงินได้ที่มิได้เป็นผู้อยู่ในไทยและ

     2.  นิติบุคคลต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในไทย

ต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 

ในอัตราร้อยละ 15  ภายใน7วัน

นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน  โดยยื่นแบบ

ภ.ง.ด.2 กรณีผู้มีเงินได้ มิได้เป็นผู้อยู่ในไทย

ภ.งด.54กรณีผู้มีเงินได้ เป็นนิติบุคคลต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในไทย     

ถือครองตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2553 

เมื่อได้รับดอกเบี้ย หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอน หรือผลประโยชน์จากการโอนพันธบัตรและหุ้นกู้นั้น 

ต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 

ในอัตราร้อยละ 15  ภายใน7วัน

นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน  โดยยื่นแบบ

ภ.ง.ด.2 กรณีผู้มีเงินได้ มิได้เป็นผู้อยู่ในไทย

ภ.งด.54 กรณีผู้มีเงินได้ เป็นนิติบุคคลต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในไทย     

 

                หมายเหตุ * ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 509) พ.ศ.2553 และ กฎกระทรวง ฉบับที่ 286 (พ.ศ.2554)   

 

 

 

 

 

RD Call  Center  1161

บริการอย่างเป็นมิตร เพื่อนคู่คิดทางภาษี

 

ปรับปรุงล่าสุด: 09-01-2021