เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่3691/2545 
กรมสรรพากรโจทก์

ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิรสินทรัพย์ ที่ 1 กับพวก

จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 65/2539

หนี้ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับ ต่างก็เป็นภาษีอากรค้างตามความหมายของประมวลรัษฎากร มาตรา 12 วรรคแรก และการที่นำเงินฝากในธนาคารอันเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ไปหักออกจากหนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มก็เป็นการกระทำเพื่อให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รับชำระภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 วรรคสอง นั่นเอง แต่เมื่อหนี้ภาษีอากรค้างดังกล่าวมีหลายจำนวนและกรณีที่มีข้อสงสัยว่าจะต้องนำเงินตามบัญชีเงินฝากไปชำระหนี้ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเงินเพิ่ม หรือเบี้ยปรับ กรณีจึงตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ผู้ซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11 ด้วยการนำเงินฝากดังกล่าวไปหักหนี้ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มก่อน ส่วนที่โจทก์อ้างว่าการชำระภาษีและเงินเพิ่มต้องมีการเฉลี่ยตามสัดส่วนของจำนวนภาษี เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 65/2539 เรื่องการชำระภาษี เงินเพิ่ม และหรือเบี้ยปรับบางส่วนตามข้อ 1 (3) นั้น คำสั่งดังกล่าวมิใช่กฎหมายที่ใช้บังคับแก่บุคคลทั่วไป เป็นเพียงคำสั่งภายในของโจทก์แจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในกรณี ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมาชำระภาษี เงินเพิ่ม และหรือเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากรบางส่วน โดยมิได้ชำระให้ครบถ้วนตามแบบแจ้งการประเมินเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่อาจใช้บังคับแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกให้ต้องดำเนินการ

 

ปรับปรุงล่าสุด: 12-02-2021