เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่5028/2541 
บริษัทสีไทยกันไซเพ้นท์ จำกัด โจทก์

นายพุทธพร เอี่ยมบำรุง กับพวก

จำเลย
เรื่อง สัญญาค้ำประกันการทำงาน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 24 65 71(1) คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.78/2541 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2541

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 3,696,286.11 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัดและไม่ยื่นคำให้การ

จำเลยที่ 2 ให้การว่า ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ เอกสารท้ายฟ้องเป็นเอกสารปลอม และฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลแรงงานกลางอนุญาต

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานเก็บเงินจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ ระหว่างจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์นั้นจำเลยที่ 1 ยักยอกเงินตามเช็คซึ่งลูกค้าส่งมอบให้จำเลยที่ 1 เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์รวม 3 ฉบับ เป็นเงิน 3,696,286.11 บาท ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 3,696,286.11 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 1,706,070.06 บาท นับแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2537 จากต้นเงิน 1,050.542.05 บาท นับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2537 และจากต้นเงิน 939,674 บาท นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2536 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยรวมกันถึงวันที่ 23 มกราคม 2541 ต้องไม่เกิน 1,116,810.09 บาท

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า โจทก์อ้างสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.2 เป็นพยาน แต่โจทก์ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้นั้น เห็นว่า หนังสือตามเอกสารหมาย จ.2 เป็นบันทึกซึ่งจำเลยที่ 2 ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์โดยจำเลยที่ 2 ตกลงว่า หากจำเลยที่ 1 กระทำด้วยประการใด ๆ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมชดใช้ จำเลยที่ 2 ยินยอมชดใช้แทนจนครบ และจำเลยที่ 2 ได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วยเช่นนี้ เห็นได้ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง เท่านั้น มิใช่เป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 อันจะถือเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ตามความมุ่งหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 103,104 และ 118 แต่อย่างใด แม้หนังสือค้ำประกัน เอกสารหมาย จ.2 มิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

(วิรัตน์ ลัทธิวงศกร - พรชัย สมรรถเวช - กมล เพียรพิทักษ์)

 

ปรับปรุงล่าสุด: 12-02-2021