เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่3664/2540 
นายสุทธ์ โต๊ะชูดีโจทก์

กรมสรรพากร

จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 เบญจ, 40(5), 89, 89 ทวิ, ประเภทการค้า 1 (ขายของ) ชนิด 1(ก), ประเภทการค้า 4 (รับจ้างทำของ) ชนิด 1 (ฉ)

โจทก์ประกอบกิจการโรงงานผลิตและจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ โจทก์ไม่ส่งเอกสารหลักฐานให้ตรวจสอบไต่สวน เจ้าพนักงานประเมินได้ตรวจค้น และยึดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันธนาคารหลายแห่ง ซึ่งมีชื่อโจทก์และโรงงานของโจทก์เป็นเจ้าของบัญชี เจ้าพนักงานประเมินนำยอดรายได้และรายรับตามบัญชีเงินฝากเป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้และภาษีการค้า
โจทก์มิได้นำสืบแสดงรายละเอียดว่า รายการนำเงินเข้าฝากในบัญชีดังกล่าวเป็นเงินอะไร ตามที่โจทก์อ้างว่าเป็นการขายลดเช็ค เพื่อเป็นการหมุนเวียนเงินในบัญชีธนาคารต่าง ๆ เพื่อให้เห็นว่าโจทก์ยังมีเงินหมุนเวียนประกอบกิจการ เพื่อให้ธนาคารปล่อยเงินให้โจทก์กู้ หรือนำไปให้ผู้เช่าโรงงานโจทก์กู้ยืมไปดำเนินกิจการนั้น ศาลฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ในระหว่างปีพิพาทที่โจทก์ขายลดเช็คแก่ธนาคารนั้น โจทก์ยังคงประกอบกิจการโรงงาน และยังมีเงินทุนหมุนเวียนทางการค้าเป็นจำนวนมาก จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้บุคคลอื่นเปิดบัญชี เพื่อให้โจทก์นำเช็คไปขายลดแก่ธนาคาร จึงถือว่าเงินที่โจทก์ได้จากการขายลดเช็ค และนำเข้าฝากในบัญชีกระแสรายวัน เป็นเงินได้พึงประเมิน ตาม ม. 40 (8) แห่ง ป.ร.ก.
โจทก์ประกอบกิจการผลิตและขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในระหว่างปีที่พิพาท สินค้าที่ผลิตและขายดังกล่าว โจทก์ได้จดทะเบียนการค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1 (ก) ขายสินค้า และประเภทการค้า 4 ชนิด 1 (ฉ) รับจ้างทำของ โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้า รายรับดังกล่าวจึงถือเป็นรายรับในการคำนวณภาษีการค้า

ปรับปรุงล่าสุด: 07-02-2021