เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่1224/2539 
นายสุชาติ วุฒิวิชัย กับพวกโจทก์

บริษัทมั่นคงเคหะการ จำกัด กับพวก

จำเลย
เรื่อง บังคับเปิดทางเพื่อเป็นทางจำเป็นออกสู่ทางสาธารณะ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง แพ่ง ทางจำเป็น เจ้าของรวม (มาตรา 1349, 1359)

ประมวลรัษฎากร (มาตรา 118)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามเปิดทางเพื่อเป็นทาง จำเป็นออกสู่ทางสาธารณะให้แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 62551 โฉนดเลขที่ 109674 โฉนดเลขที่ 62552 และโฉนดเลขที่ 62553 ของโจทก์ทั้งเก้าและให้จำเลย ทั้งสามจดทะเบียนเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งเก้า หากจำเลยทั้งสาม ไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสาม โดยให้จำเลยทั้งสามส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์เพื่อไปจดทะเบียนเป็นทาง จำเป็นต่อไป

จำเลยที่ 1 ให้การว่า ที่ดินของจำเลยที่ 1 ไม่มีด้านใดติดกับทางสาธารณะ จำเลยที่ 1 สร้างถนนเพื่อให้ลูกค้าของจำเลยที่ 1 ใช้เท่านั้น ไม่เคยยินยอมให้ ประชาชนทั่วไปใช้ทางพิพาท โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามฟ้องจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยินยอม ให้เจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 40111, 51349, 191809, 55680, 55681 และ 696 รวม 6 โฉนด ซึ่งเป็นเจ้าของรายเดียว เป็นผู้ใช้ถนนพิพาทโดย จดทะเบียนภาระจำยอมให้เพียงรายเดียวเท่านั้น โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 สามารถ ผ่านที่ดินแปลงอื่นออกสู่ทางสาธารณะได้ หากโจทก์ทั้งเก้าผ่านที่ดินของ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะทำให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับความเสียหายเกี่ยว กับทรัพย์สินบนที่ดิน จำเลยที่ 2และที่ 3 ขอคิดค่าเสียหายจากโจทก์ทั้งเก้า รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,800,000 บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ทั้ง เก้าใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเงิน 1,800,000 บาท พร้อม ดอกเบี้ย นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งจนกว่าจะชำระเสร็จ

โจทก์ทั้งเก้าให้การแก้ฟ้องแย้งว่า การที่โจทก์ทั้งเก้าผ่านที่ดินของ จำเลยที่ 2 และที่ 3 โฉนดเลขที่ 55725 นั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้รับ ความเสียหายจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ ทั้งเก้าขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 เปิดทางพิพาทบนที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เปิดทางพิพาทบนที่ดินของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพื่อ เป็นทางจำเป็นออกสู่ทางสาธารณะแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 62551 โฉนดเลขที่ 109674 โฉนดเลขที่ 62552 และโฉนดเลขที่ 62553 ของโจทก์ทั้งเก้า ให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนทางจำเป็นในโฉนดที่ดินของจำเลยทั้งสามให้ แก่ที่ดินตามโฉนดเลขที่ดังกล่าวของโจทก์ทั้งเก้า หากจำเลยทั้งสามไม่ ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสาม และให้โจทก์ที่ 1 ชำระค่าทดแทนเป็นเงิน 60,000 บาท โจทก์ที่ 2 ชำระ เป็นเงิน 60,000 บาท โจทก์ที่ 3 ชำระเป็นเงิน 180,000 บาท โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 9 ร่วมกันชำระเป็นเงิน 320,000 บาท แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3

โจทก์ทั้งเก้า และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียน เป็นทางจำเป็นนั้นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นต้น

โจทก์ทั้งเก้าและจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อแรกว่า หนังสือมอบอำนาจเอกสาร หมาย จ.14 โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 ปิดอากรแสตมป์เพียง 30 บาท ไม่ถูกต้องตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้ไม่ชอบ ปรากฏว่าคดีนี้ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะใบมอบอำนาจ ที่โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 9 ฟ้องคดีปิดอากรแสตมป์ไม่ ถูกต้องตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 9 เป็นเจ้าของร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 62553 โจทก์ที่ 9 มีอำนาจ ฟ้องแทนโจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1359 แม้การปิดอากรแสตมป์ในใบมอบอำนาจไม่ถูกต้องตามประมวล รัษฎากร มาตรา 118 ก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 9 เสียไปและไม่ วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะคดีนี้โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 9 ฟ้องคดี ซึ่งมีผลเท่ากับโจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 ฟ้องคดีเองแต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1359 เป็น เรื่องเจ้าของรวมคนหนึ่งๆ อาจใช้สิทธิของตนอันเกิดแก่กรรมสิทธิ์ครอบไป ถึงทรัพย์สิทธิทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 เป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(1) ประกอบมาตรา 247 แต่ศาลฎีกา เห็นว่า เพื่อไม่ให้คดีล่าช้า เห็นควรวินิจฉัยไปโดยไม่ส่งสำนวนคืนไปให้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เห็นว่า โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 แม้จะเป็นผู้มอบอำนาจหลายคน แต่โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 เป็นเจ้าของร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 62553 จึงเป็น ผู้มีอำนาจร่วมกันและมอบอำนาจให้โจทก์ที่ 9 ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกระทำการ มากกว่าครั้งเดียวต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7(ข) ซึ่งกำหนดไว้ 30 บาท ปรากฏว่าใบมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.14 ของโจทก์ที่ 4 ถึงที่ 8 ติดอากรแสตมป์ 30 บาท จึงถูกต้องแล้ว โจทก์ที่ 9 มีอำนาจฟ้อง แทนโจทก์ที่4 ถึงที่ 8 ได้ ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...

โจทก์ทั้งเก้าฎีกาข้อเดียวว่า ถ้ามิได้มีการจดทะเบียนทางจำเป็นแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์โจทก์ทั้งเก้าต้องยื่นฟ้องต่อศาลใหม่อีก เห็นว่า เมื่อทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแล้วโจทก์ทั้งเก้ามีสิทธิใช้ทางดังกล่าว ได้โดยอำนาจของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสิทธิอีก ฎีกาโจทก์ทั้งเก้าฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

(สถิตย์ ไพเราะ - พรชัย สมรรถเวช - สมคิด ไตรโสรัส)

 

ปรับปรุงล่าสุด: 07-02-2021