เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่791/2536

 

อัยการสำนักงานอัยการสูงสุด

โจทก์

นางจันทร์เพ็ญ สุสรรติ

จำเลย

เรื่อง ภาษีอากร

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องอาญา หลายบท (ม.90)วิธีพิจารณาความอาญา อุทธรณ์ฎีกา ข้อกฎหมายที่ไม่ได้ว่ากัน
ในศาลล่าง (ม.195)
พระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ.2509 (ม.24,50) ศุลกากร
พ.ศ.2469 (ม.27ทวิ)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับไว้ ช่วยพาเอาไปเสีย ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่ายซึ่งบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศ ยี่ห้อวินสตัน จำนวน 1,480 ซอง น้ำหนัก28.120 กิโลกรัม ราคา 29,314.84 บาท ซึ่งต้องเสียค่าอากรขาเข้าเป็นเงิน8,794.45 บาท ค่าภาษีการค้า 685.96 บาท ภาษีเทศบาล 68.59 บาท และยี่ห้อมาร์โบโร จำนวน 440 ซอง น้ำหนัก 8.360 กิโลกรัม ราคา 6,113.71 บาทซึ่งต้องเสียค่าอากรขาเข้าเป็นเงิน 1,834.11 บาท ภาษีการค้า 143.60 บาทภาษีเทศบาล 14.30 บาท รวมราคาของและค่าภาษีอากรทั้งสิ้นเป็นเงิน 46,969.02บาท โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าบุหรี่ซิกาแรตดังกล่าวเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม และข้อจำกัด อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กับจำเลยได้มีบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศยี่ห้อวินสตัน จำนวน 1,480 ซอง และยี่ห้อมาร์โบโร จำนวน 440 ซอง ดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อขาย โดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 16 (พ.ศ.2533) ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ซึ่งกำหนดให้ปิดแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิดซองละ 16.50 บาทจำนวน 1,920 ซอง คิดเป็นค่าแสตมป์รวมทั้งสิ้น 31,680 บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4,5,6,7,8,9 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 4,24,44,50 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ริบของกลางทั้งหมด กับจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับและจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 50 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกระทงความผิด ฐานนำบุหรี่ซิกาแรตเข้าราชอาณาจักรโดยไม่เสียอากร ปรับ 187,876.08 บาท ฐานจำหน่ายบุหรี่ซิกาแรตที่มิได้ปิดแสตมป์ (ที่ถูกเป็นฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งบุหรี่ซิกาแรตที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ) ปรับ 475,200 บาท รวมปรับ 663,076.08 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 331,538.04 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบของกลาง จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับและจ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยในข้อหาตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ซึ่งเป็นบทหนักเพียงสถานเดียว เป็นเงิน 187,876.08 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 93,938.04 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาตามฎีกาของโจทก์มีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าในวันเวลาเกิดเหตุตาม ฟ้องจำเลยได้รับไว้ซึ่งบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศยี่ห้อวินสตันจำนวน 1,480 ซองน้ำหนัก 28.120 กิโลกรัม ราคา 29,314.84 บาท ซึ่งต้องเสียอากรขาเข้าเป็นเงิน8,794.45 บาท ค่าภาษีการค้า 685.96 บาท ภาษีเทศบาล 68.59 บาท และยี่ห้อมาร์โบโร จำนวน 440 ซอง น้ำหนัก 8.360 กิโลกรัม ราคา 6,113.71 บาท ซึ่งต้องเสียอากรขาเข้าเป็นเงิน 1,834.11 บาท ภาษีการค้า 143.06 บาท ภาษีเทศบาล 14.30 บาท รวมราคาของและค่าภาษีอากรทั้งสิ้นเป็นเงิน 46,969.02บาท โดยจำเลยรู้ว่าบุหรี่ซิกาแรตดังกล่าวเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และจำเลยมีบุหรี่ดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยมิได้ปิดอากรแสตมป์ยาสูบอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จะเห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการรับเอาบุหรี่ดังกล่าวอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้าในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายจะเห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการรับเอาบุหรี่ดังกล่าวอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายเป็นการกระทำครั้งเดียวในเวลาเดียวกัน แม้ผู้นำเข้าอาจนำเข้าโดยเจตนาหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร แต่มิได้นำเข้ามาเพื่อขายก็ไม่มีความผิดตาม พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 หรือหากนำเข้ามาโดยถูกต้อง แต่มีไว้เพื่อขายโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ ก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบฯ เพราะเป็นความผิดที่ผิดแผกแตกต่างกัน และเป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับกันดังที่โจทก์กล่าวมาในฎีกาก็ตาม แต่คดีนี้เป็นการกล่าวหาว่าจำเลยรับเอาไว้เพื่อขาย อันเป็นความผิดทั้งสองข้อหาดังกล่าว จำเลยมีเจตนาในผลอย่างเดียวกันคือหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องเสียภาษีอากรตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่หลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ศาลอุทธรณ์พิพากษาในปัญหาข้อนี้ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษปรับจำเลยเป็นเงิน 187,876.08 บาท ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ อันเป็นบทหนักเป็นการปรับเป็นเงิน 4 เท่า โดยรวมค่าภาษีการค้าและภาษีเทศบาลเข้าไปด้วยซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะตามกฎหมายที่ให้ปรับเป็นเงิน 4 เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยนั้นหมายถึงค่าอากรตามกฎหมายภาษีศุลกากร หาได้หมายรวมถึงค่าภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร และภาษีเทศบาลตามพระราชบัญญัติรายได้เทศบาลไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับโดยรวมค่าภาษีอีก 2ประเภทมาด้วยนั้นจึงไม่ถูกต้องปัญหาข้อนี้แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกา แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับเป็นเงิน 184,228.22 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งแล้ว คงปรับ 92,114.22 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

(เพ็ง เพ็งนิติ เจริญ นิลเอสงฆ์ บุญธรรม อยู่พุก)

ปรับปรุงล่าสุด: 07-02-2021