เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่5737/2534

 

บริษัทเสรีวัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด

โจทก์

กรมศุลกากร

จำเลย

เรื่อง ภาษีอากร

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องพ.ร.บ.ศุลกากร ราคาแท้จริงในท้องตลาด อุทธรณ์การประเมินอากร (มาตรา
2,112ทวิ) ป.รัษฎากร อุทธรณ์การประเมิน (มาตรา 30)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ซื้อกาบเพลาสำหรับเครื่องยนต์ชนิดมีส่วนควบภายใน (DAIDO ENGINE BEARING) เครื่องหมายการค้าหรือยี่ห้อ "ไดโด้"จากโรงงานผู้ผลิตและแบบแสดงรายการการค้า เลขที่ 012-51822 และเลขที่ 032-54977 โดยโจทก์ใช้ราคาสินค้าตามบัญชีราคาสินค้าเป็นฐานคำนวณค่าภาษีอากรและได้สำแดงยอดรวมค่าภาษีอากรที่พึงชำระทั้งหมดไว้ในใบขนสินค้าแต่ละฉบับด้วย เจ้าหนักงานของจำเลยตรวจสอบไม่พอใจราคาสินค้าและค่าภาษีอากรตามที่โจทก์สำแดงไว้ โดยแจ้งว่าราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด และรับชำระค่าภาษีอากรกับให้โจทก์วางประกันไว้ โจทก์จำต้องปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อจะนำของออกจากอารักขาของจำเลย ต่อมาเจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินราคาสินค้าและภาษีอากรเพิ่ม เรียกเก็บเงินจากโจทก์ซึ่งโจทก์ไม่เห็นด้วย แต่เพื่อจะปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบของจำเลยที่จะยื่นอุทธรณ์การประเมินราคาเพิ่มได้ และเพื่อมิให้ของของโจทก์ที่นำเข้าในครั้งหลังถูกจำเลยกักยึดไว้ โจทก์จึงยอมชำระค่าภาษีอากรเพิ่ม และได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อจำเลย ต่อมาจำเลยได้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบว่าได้ประเมินราคาโดยชอบแล้ว สินค้าที่โจทก์นำเข้ามาเป็นของที่ผลิตจากโรงงาน"ไดโด้" มีเครื่องหมายการค้าว่า DAIDO เป็นการเฉพาะ ราคาสินค้าซึ่งโจทก์ใช้เป็นราคาสำแดงเสียภาษีอากรเป็นราคาที่โจทก์ซื้อมาโดยแท้จริง การที่เจ้าพนักงานจำเลยประเมินราคาสินค้าโจทก์เพิ่มสูงกว่าราคาที่โจทก์ซื้อมาจริง แล้วคำนวณเรียกเก็บเงินจากโจทก์เพิ่ม เป็นการไม่ชอบ เพราะราคาสินค้าที่เจ้าพนักงานจำเลยประเมินเพิ่มขึ้นนั้นมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด หากแต่เป็นราคาที่เจ้าพนักงานจำเลยได้กำหนดขึ้นเองขอให้เพิกถอนการประเมินอันมิชอบและให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ 493,796.34 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบด้วยเหตุและกฎหมายแล้ว เพราะในการประเมินราคาอะไหล่ยานยนต์กรมศุลกากรจำเลยได้มีคำสั่งทั่วไป กรมศุลกากรที่ 28/2527 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2527 เรื่องระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินราคาอะไหล่รถยนต์ วัตถุประสงค์เพื่อให้การประเมินราคาอะไหล่ยานยนต์เป็นไปด้วยความรัดกุมและให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงในทางการค้าอันเป็นราคาที่แท้จริงในท้องตลาด โจทก์นำสินค้าอะไหล่ยานยนต์ที่ใช้ทดแทนอะไหล่แท้รายพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเลขที่ 012-51822 และเลขที่ 032-54977 เพื่อเสียภาษีอากรให้แก่จำเลย เจ้าพนักงานของจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ส่งตัวอย่างสินค้าอะไหล่ยานยนต์ที่ใช้ทดแทนอะไหล่แท้เพื่อตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบว่าเป็นอะไหล่ยานยนต์ที่มีคุณภาพ ซึ่งถือได้ว่าเหมือนกับอะไหล่แท้ทุกประการ เจ้าพนักงานของจำเลยจึงได้ถือเอาคำสั่งทั่วไป กรมศุลกากรที่ 28/2527 เป็นเกณฑ์ประเมินราคาอะไหล่ยานยนต์ และเนื่องจากอะไหล่ที่โจทก์นำเข้านั้นเป็นประเภทอะไหล่ที่ใช้ทดแทนอะไหล่แท้ที่มีเครื่องหมายการค้าไดโด้ "Daido" ที่ตัวสินค้าซึ่งถือได้ว่าเหมือนกับอะไหล่แท้ทุกประการ แต่ปรากฏว่าโจทก์ได้สำแดงราคาอะไหล่ตามใบขนส่งสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าทั้งสองฉบับนั้นต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เนื่องจากอะไหล่ที่โจทก์นำเข้านั้นมีคุณภาพชนิดและขนาดเช่นเดียวกับอะไหล่แท้ทุกประการ และนำเข้ามาใช้แทนอะไหล่ที่แท้ที่ผลิตจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้ กับทั้งผลิตจากประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกับอะไหล่แท้ แต่กลับมีราคาแตกต่างกันมาก จนไม่อาจถือได้ว่าเป็นราคาแท้จริงในท้องตลาดเจ้าพนักงานของจำเลยจึงจำต้องประเมินราคาสินค้าของโจทก์ โดยถือเกณฑ์เทียบราคาระหว่างอะไหล่แท้กับอะไหล่ทดแทนของโจทก์ที่นำเข้า ปรากฏว่าราคาของซึ่งโจทก์นำเข้าต้องเพิ่มราคาขึ้นอีก ตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยทำการประเมินจึงจะเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด หาใช่ราคาสินค้าตามที่จำเลยสำแดงไว้ไม่ และเป็นผลให้โจทก์ต้องชำระค่าภาษีอากรเพิ่มขึ้นจากที่สำแดงไว้ ราคาสินค้าที่แท้จริงในท้องตลาดนั้นมิได้มีราคาตามใบกำกับสินค้า (Invoice) แต่อย่างใด โจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฟ้องคดีในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อศาล ยอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้นั้นเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ให้เพิกถอนการประเมินราคาสินค้าของโจทก์ที่ให้เพิ่มราคาสินค้า ให้จำเลยคืนเงิน 324,990.22 บาท พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเมือง

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "สำหรับปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์เกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลนั้นเห็นว่า การอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแม้จะเป็นการเรียกเก็บภาษีต่อเนื่องเชื่อมโยงอยู่กับการเรียกเก็บอากรขาเข้า ก็ไม่มีบทกฎหมายใดสนับสนุนให้อุทธรณ์การประเมินต่อผู้อำนวยการกองวิเคราะห์ราคา กรมศุลกากรจึงไม่ถือว่าเป็นการอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 แต่ต้องถือว่าในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล โจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินตามประมวลรัษฎากรโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลขอให้เพิกถอนการประเมินในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลได้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ส่วนปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเกี่ยวกับการประเมินราคาสินค้าเพิ่มขึ้นนั้น จำเลยฎีกาว่า เจ้าพนักงานของจำเลยประเมินราคาสินค้าเพิ่มขึ้นชอบแล้ว จึงมีปัญหาวินิจฉัยว่า ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของที่โจทก์นำเข้านั้นเป็นไปตามราคาที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าหรือราคาที่เจ้าพนักงานของจำเลยประเมินเพิ่มขึ้น พิเคราะห์แล้ว ตามคำเบิกความของนายพงษ์ศักดิ์ ชี้เชิญ พยานจำเลยซึ่งสำเร็จการศึกษาในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลได้ความว่า อะไหล่ที่โจทก์นำเข้านั้นเป็นอะไหล่เทียมที่มีคุณภาพ ชนิดและขนาดเหมือนอะไหล่แท้และมีหมายเลขชิ้นส่วน (Patr No.) ตรงกับหมายเลขชิ้นส่วนของอะไหล่แท้ ในข้อนี้โจทก์มิได้นำสืบข้อเท็จจริงให้เห็นเป็นอย่างอื่นจึงเชื่อได้ตามคำของนายพงษ์ศักดิ์ว่า อะไหล่ที่โจทก์นำเข้านั้นมีคุณภาพเหมือนอะไหล่แท้ ในเรื่องราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของอะไหล่แท้ที่นำเข้ามาใช้เป็นเกณฑ์กำหนดราคาอะไหล่เทียมนั้น โจทก์จำเลยไม่โต้แย้งกัน ในการประเมินราคาของเจ้าพนักงานนั้นตามคำเบิกความของนายพงษ์ศักดิ์ ได้นำเอาราคาของอะไหล่แท้แต่ละยี่ห้อที่อะไหล่เทียมของโจทก์จะนำไปใช้กับรถยนต์ตามยี่ห้อของอะไหล่แท้มาเปรียบเทียบโดยคิดลดจากใบแจ้งราคาอะไหล่แท้ของบริษัทฮีโน ร้อยละ 44.9 เหลือเท่าไรแล้วลดลงอีกร้อยละ 5 ส่วนอะไหล่เทียมที่จะนำเข้าไปใช้กับรถยนต์ยี่ห้อนิสสันจะลดจากบัญชีราคาสินค้าของอะไหล่แท้ร้อยละ 5 เมื่ออะไหล่เทียมที่โจทก์นำเข้ามีคุณภาพเท่าเทียมกับอะไหล่แท้ การที่เจ้าพนักงานคิดราคาตามวิธีการดังกล่าวนั้น เป็นการเห็นได้ว่าราคาอะไหล่เทียมของโจทก์ที่นำเข้ามาจะเป็นราคาที่ขายได้โดยไม่ขาดทุน อันถือได้ว่าเป็นราคาอันแท้จริง ในท้องตลาดโจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่า ราคาที่สำแดงไว้เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด แต่โจทก์ก็มิได้นำสืบให้เห็นว่าราคาที่โจทก์ขายในท้องตลาดของอะไหล่ที่นำออกมานั้น โจทก์ขายในราคาเท่าไร อันพอที่จะพิจารณาให้เห็นว่าราคาที่ขายได้โดยมีขาดทุนของโจทก์จะเป็นราคาตามที่โจทก์ได้สำแดงไว้หรือไม่ในเมื่อจำเลยไม่ยอมรับราคาที่โจทก์สำแดง โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าราคาที่โจทก์สำแดงไว้เป็นราคาที่ขาดโดยไม่ขาดทุนเช่นนี้ กรณีจึงต้องฟังว่าราคาที่เจ้าพนักงานประเมินตามหลักเกณฑ์แห่งคำสั่งทั่วไป กรมศุลกากรที่ 28/2527 ซึ่งเจ้าพนักงานของจำเลยถือปฏิบัติเป็นการทั่วไปนั้นเป็นราคาที่โจทก์จะขายได้โดยไม่ขาดทุนอันถือได้ว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดการที่เจ้าพนักงานเรียกเก็บอากรขาเข้าตามราคาที่ประเมินจึงเป็นการกระทำที่ชอบแล้ว ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาเพิกถอนการประเมินราคาและให้จำเลยคืนเงินค่าอากรขาเข้าแก่โจทก์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่ขอให้เพิกถอนการประเมินราคาและอากรขาเข้าเสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

(อุดม เฟื่องฟุ้ง - ก้าน อันนานนท์ - เพ็ง เพ็งนิติ )

ปรับปรุงล่าสุด: 31-01-2021