เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่4065/2534

 

นายเริงเกียรติ มหาวินิจฉัยมนตรี

โจทก์

กรมสรรพากร กับพวก

จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้องประมวลรัษฎากร มาตรา 77, 78, 79 ทวิ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 142 (5) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 พระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17

ย. เป็นผู้ดัดแปลงหรือจัดให้ผู้อื่นดัดแปลงรถยนต์กระบะบรรทุก ให้เป็นรถยนต์นั่งและจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรถ เมื่อเดือนสิงหาคม 2529 จึงถือได้ว่า ย. เป็นผู้ประกอบการค้าในฐานะผู้ผลิต มีหน้าที่เสียภาษีการค้าของเดือนสิงหาคม 2529 อันเป็นเดือนภาษีนั้น โจทก์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ด้วยในขณะนั้นเพียงแต่ซื้อรถยนต์นั้นมาในภายหลัง จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าให้แก่จำเลย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินค่าภาษีการค้าที่ชำระไปคืนได้
การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยคำนวณเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ตามที่โจทก์ขอชำระก็โดยอาศัย ป.ร.ก. เป็นหลัก จึงเป็นการได้มาโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ขณะรับทรัพย์นั้น กรณีมิใช่ลาภมิควรได้ อันจะมีอายุความ 1 ปี

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2532 แต่ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2531 เป็นการเกินไปกว่าคำขอไม่ชอบด้วย ป.วิ พ. มาตรา 142 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากร ฯ มาตรา 17 ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

ปรับปรุงล่าสุด: 31-01-2021