เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่236/2534

 

นายสังวาลย์ นิลรอด

โจทก์

นายแพร เปลาเล

จำเลย

เรื่อง ตราสารไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องวิธีพิจารณาความแพ่ง สืบพยานบุคคลแก้ไขเอกสาร (มาตรา 94) ป.รัษฎากร
ตราสารไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ (มาตรา 118)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาซื้ออ้อยจากโจทก์จำนวน 50 ไร่ ไร่ละ 5,000 บาท เป็นเงิน 250,000 บาท กำหนดชำระเงินค่าอ้อยปีละครั้งรวม 3 ครั้ง หลังจากจำเลยตัดอ้อยส่งเข้าโรงงานแล้ว ในปี พ.ศ. 2525 และ พ.ศ. 2526 จำเลยได้ตัดอ้อยส่งโรงงาน แล้วได้ชำระเงินค่าอ้อยให้โจทก์ ตามสัญญา 2 ครั้งรวมเป็นเงิน 100,000 บาท ครั้งที่สามจำเลยได้ตัดอ้อย เมื่อเดือนมีนาคม 2527 และได้รับเงินค่าอ้อยจากโรงงานแล้ว แต่จำเลย ไม่ชำระเงินที่เหลืออีก 150,000 บาท ให้โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลย ไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายอ้อยกับโจทก์ตามฟ้องจริง จำเลยได้ชำระเงินค่าอ้อยตามสัญญาจำนวน 250,000 บาท ให้โจทก์แล้วตั้ง แต่วันทำสัญญาจึงไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระให้โจทก์อีก จำเลยไม่เคยตกลงกับ โจทก์ว่าจะชำระเงินค่าอ้อยให้โจทก์ต่อเมื่อจำเลยตัดอ้อยส่งโรงงานแล้ว โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าอ้อยอีกไม่ได้เพราะเป็นการต้องห้ามตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์จำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาแรกที่ว่าการสืบพยานของโจทก์ เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารหรือไม่นั้น ตามคำฟ้องคำให้การฟังยุติ ว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายอ้อยกันปรากฏตามเอกสารหมาย จ.1ซึ่ง ในเรื่องการชำระเงินค่าอ้อยที่ซื้อขายกันนั้นมีข้อความในสัญญาข้อ 1 ตอนท้าย ว่า "และผู้ขายได้รับราคาดังกล่าวแล้วไปจากผู้ซื้อเสร็จแล้วแต่วันที่ 8 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 ในราคาไร่ละ 5,000 บาท รวมที่ 50 ไร่ เป็นเงิน ประมาณ 250,000 บาท" และมีข้อความในสัญญาข้อ 3 ว่า "ผู้ขายและผู้ซื้อ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันซื้ออ้อยสด ในราคาไร่ละ 5,000 บาท เมื่อตัดอ้อยส่ง เข้าโรงงานเรียบร้อยแล้วผู้ซื้อจะต้องรีบนำเงินมาใช้ค่าอ้อยของผู้ขายในจำนวน ที่ตกลงกันไว้" จะเห็นได้ว่าข้อความในสัญญาหมาย จ. 1 ในเรื่อง การ ชำระเงินค่าอ้อยนั้นระบุไว้เป็นการขัดแย้งกัน เมื่อข้อความในเอกสารไม่อาจ จะรับฟังให้ยุติไปในทางใดได้เช่นนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่คู่กรณีต้องนำสืบให้เห็น ว่า แท้จริงเรื่องนี้ได้ตกลงกันไว้อย่างไร ไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอก สารอันจะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
สำหรับฎีกาประการสุดท้ายเรื่องสัญญาซื้อขายอ้อยเอกสารหมาย จ. 1 มิได้ปิดอากรแสตมป์ จะใช้เป็นพยานหรือหลักฐานในการฟ้องคดีได้หรือไม่นั้น คดีนี้ตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การจำเลยรับว่าได้ทำสัญญาซื้อขายกันตาม เอกสารหมาย จ.1 จึงไม่ใช่กรณีที่จะต้องใช้เอกสารหมาย จ. 1เป็นพยาน หลักฐาน ดังนั้น แม้สัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ. 1 นั้น แม้จะไม่ได้ปิด อากรแสตมป์ก็ถือว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือใช้ฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมาย..."
พิพากษายืน
(อุดม เฟื่องฟุ้ง - พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ - อากาศ บำรุงชีพ)

ปรับปรุงล่าสุด: 31-01-2021