เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่7238/2545 
กรมสรรพากรโจทก์

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัตตานีเอเซีย (หรือเอเชีย) ก่อสร้าง กับพวก

จำเลย
เรื่อง การออกหมายเรียกแจ้งการประเมินภาษีอากร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 71(1) 27 88,89 (4) (9) และ 89/1

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2538 มาตรา 17 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรค 2 (1)

กรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามมาตรา 71(1) และ 27 แห่งประมวลรัษฎากร ประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2537 และปี 2538 และอาศัยอำนาจตามาตรา 88, 89 (4) (9) และ89/1 ประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับปี 2537 และปี 2538 และจำเลยที่1 ทราบการประเมินตามหนังสือแจ้งการ ประเมินแล้วจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการยื่นอทธรณ์เฉพถาะภาษีมูลค่าเพิ่มต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีมติให้จำหน่ายอุทธรณ์ เพราะมีหลักฐานการแก้ไขทางทะเบียนให้จำเลยที่ 3 ออกจากการเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2542 จำเลยที่ 3 และที่ 4 เคยเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2536 ถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2542 จึงต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ค่าภาษีของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนจำเลยที่ 3 และที่ 4 จะออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ส่วนที่ 2 เข้ามาเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2536 จนถึงปัจจุบัน จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 1 ที่2 และที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 3 ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด และไม่ได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 และได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อศาลจังหวัดปัตตานี เพื่อขอให้พิพากษาว่านิติกรรมที่จำเลยที่ 3 เข้าได้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 เป็นโมฆะ ศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษาว่านิติกรรมดังกล่าว เป็นโมฆะและคดีถึงที่สุดแล้ว

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยเงินเพิ่มแก่โจทก์

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษาว่านิติกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะ เนื่องจากจำเลยที่ 3 แสดงออกโดยเจตนาสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม คำพิพากษาของศาลจังหวัดปัตตานีดังกล่าวมิใช่คำพิพากษาเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคล หากแต่เกี่ยวด้วยนิติกรรมที่จำเลยที่ 3 กระทำ คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ตามพ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2538 มาตรา 17 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 ว.2 (1) โจทก์ย่อมอ้างได้ว่านิติกรรมเข้าหุ้นส่วนของจำเลยที่ 3 สมบูรณ์

การที่โจทก์ไม่ได้หมายเรียกตรวจสอบไต่สวน และแจ้งการประเมินให้จำเลยที่ 3 ทราบ เจ้าพนักงานประเมินมีหน้าที่เพียงแต่หมายเรียกตรวจสอบไต่สวนและแจ้งการประเมินจำเลยที่ 1 ไปยังภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 เท่านั้น หาจำต้องส่งหมายเรียกไต่สวนและแจ้งการประเมินไปให้จำเลยที่ 3 และผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นด้วยไม่ เมื่อโจทก์ออกหมายเรียกและแจ้งการประเมินให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้ต้องเสียภาษีอากรแล้ว การหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนและแจ้งการประเมินของโจทก์จึงชอบแล้ว

 

คำพิพากษาฎีกาที่7238/2545 
กรมสรรพากร โจทก์

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัตตานีเอเซีย (หรือเอเชีย) ก่อสร้าง กับพวก

จำเลย
เรื่อง การส่งหมายเรียกแจ้งการประเมินภาษีอากร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 8

เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบไต่สวนและประเมินภาษีจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนึ่งภาษีอากรโจทก์ มิได้ตรวจสอบไต่สวนและประเมินภาษีจำเลยที่ 3 ให้รับผิดในฐานะเป็นผู้ที่จะต้องเสียภาษีอากร แต่เป็นการฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะที่เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ดังนั้น เจ้าพนักงานประเมินจึงมีหน้าที่เพียงแต่หมายเรียก ตรวจสอบไต่สวนและแจ้งการประเมินจำเลยที่ 1 ไปยังภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 เท่านั้น หาจำต้องส่งหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนและหนังสือแจ้งการประเมินไปให้จำเลยที่ 3 และผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นด้วยไม่ เมื่อโจทก์ออกหมายเรียกและแจ้งการประเมินให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้ต้องเสียภาษีอากรแล้ว การหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนและแจ้งการประเมินของโจทก์จึงชอบแล้ว

 

ปรับปรุงล่าสุด: 12-02-2021