เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่1379/2547 
กรมสรรพากรโจทก์

บริษัท พี่น้องพูนทรัพย์ จำกัด

จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 30 (1)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17

จำเลยยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยการคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ และได้แสดงยอดภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย จึงขอภาษีมูลค่าเพิ่มคืนเป็นเงินสดโจทก์ได้คืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้จำเลยไปแล้วเป็นเงินจำนวน 1,535,448.59 บาท ต่อมา เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ตรวจสอบ การเสียภาษีอากรของจำเลยแล้ว เห็นว่าจำเลยแสดงภาษีขายไว้ไม่ถูกต้อง หรือต่ำกว่าความเป็นจริง จึงประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติม ปรากฏว่าจำนวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ประเมินเพิ่มเติมเมื่อคำนวณหักกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่คืนให้แก่จำเลยไปแล้ว จำเลยต้องคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่รับเกินจากผลการประเมินดังกล่าวเป็นเงิน 1,231,325.07 บาท โจทก์จึงมาฟ้องเรียกภาษีมูลค่าเพิ่มที่เห็นว่าจำเลยรับคืนเกินไปตามการประเมินดังกล่าวเป็นคดีนี้

เมื่อจำเลยได้ใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 โจทก์ฟ้องคดีนี้ในขณะที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์ของจำเลย คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อาจมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งของเจ้าพนักงานได้ หนี้ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มตามการแจ้งการประเมินของเจ้าพนักงานและภาษีมูลค่าเพิ่มที่โจทก์อ้างว่าจำเลยได้รับคืนไปในคดีนี้จึงยังเป็นหนี้ที่ไม่แน่นอนว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่ เพียงใด เมื่อหนี้ยังไม่แน่นอน จึงหาอาจถือว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้วได้ไม่ คำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลภาษีอากรกลางและพิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว

 

ปรับปรุงล่าสุด: 12-02-2021