เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่1438/2548 
บริษัท ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ จำกัดโจทก์

กรมสรรพากร

จำเลย
เรื่อง หน้าที่หักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย ,กู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย,รายจ่ายของค่าเช่า
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรา 27 ทวิ 65 แห่งประมวลรัษฎากร

โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านค่าภาษีที่โจทก์ต้องชำระตามการประเมินจำนวน 50,857.42 บาท คงอุทธรณ์เฉพาะขอให้งดหรือลดเงินเพิ่มเท่านั้น ส่วนเบี้ยปรับไม่มีการเรียกเก็บ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ในส่วนของเงินภาษีไม่ได้ คงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนในส่วนของเงินเพิ่มตามที่ได้อุทธรณ์คัดค้านไว้ สำหรับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้งดหรือลดเงินเพิ่มนั้น ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ศาลงดเงินเพิ่มได้ ส่วนการลดเงินเพิ่ม ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรมาตรา 27 กำหนดไว้ เอกสารที่โจทก์อ้างเป็นใบแจ้งหนี้ซึ่งแสดงว่าโจทก์มีรายได้ตามเอกสารดังกล่าวแต่มิใช่เอกสารที่แสดงว่าจำนวนเงินหรือรายได้ที่ระบุใบเอกสารนั้นได้มีการบันทึกบัญชีเป็นรายได้แล้ว เมื่อโจทก์ไม่มีเอกสารหลักฐานอื่น เช่น สมุดบัญชีมาเป็นพยานหลักฐานสนับสนุนว่ารายได้จำนวนดังกล่าวได้บันทึกรายได้ของโจทก์แล้ว จึงรับฟังไม่ได้ การประเมินรายการนี้ชอบแล้ว

โจทก์ไม่มีเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าโจทก์ได้กู้ยืมเงินจากกรรมการของโจทก์ ทั้งจำนวนที่อ้างว่าการกู้ยืม ก็มีหน่วยย่อยถึงหลักร้อยหลักสิบและเศษสตางค์นับว่าเป็นข้อพิรุธเพราะในปี 2538 กิจการของโจทก์มียอดรายได้กว่า 100 ล้านบาท ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์จะกู้ยืมงินที่มีเศษจำนวนย่อยเช่นนี้ สำหรับหนังสือรับรองที่ระบุว่า ส. รับรองว่าโจทก์ กู้ยืมเงินเมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2538 จำนวน 5 ล้านบาทและ 1,340,680.58 บาท ทำขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2541 หลังจากเจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว จึงไม่มีน้ำหนักควรแก่การ รับฟัง ส่วนรายการตามงบดุลของโจทก์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 ที่ระบุว่าโจทก์มีเจ้าหนี้และเงินกู้ยืมจากกรรมการจำนวน 2,510,273.81 บาท โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานที่แสดงว่าเงินทั้งสองจำนวนมีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าเงินจำนวน 6,340,680.58 บาท เป็นเงินที่โจทก์กู้ยืมเงินจากกรรมการ เงินจำนวน ดังกล่าวจึงเป็นรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในระยะเวลาบัญชีและต้องนำมาคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 วรรคหนึ่ง มิใช่กรณีตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ทวิ(4)

ในการนำรายได้และรายจ่ายมาคำนวณกำไรสุทธิประมวลรัษฎากรมาตรา 65 วรรคสอง บัญญัติให้ใช้ เกณฑ์สิทธิโดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นและให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้นแม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น แม้โจทก์จะได้จ่ายค่าเช่าสถานที่จำนวน 224,299.07 บาท ไปในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2538 แต่เมื่อค่าเช่าสถานที่จำนวนดังกล่าวเป็นค่าเช่าสำหรับระยะเวลาการเช่าตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2538 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2539 จึงนำมาถือเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2538 ทั้งจำนวนไม่ได้ แต่ต้องนำมาคำนวณเฉลี่ยตามส่วนของระยะเวลาการเช่าและนำค่าเช่าส่วนที่อยู่ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2538 มาถือเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2538

ปรับปรุงล่าสุด: 12-02-2021