เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่3904/2548 
บริษัท ศรีเพชรคันทรีวิลเลจ จำกัด โจทก์

กรมสรรพากร

จำเลย
เรื่อง การส่งหนังสือ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 8 วรรคหนึ่ง ,30(2)

ไปรษณียนิเทศ พ.ศ.2544 ข้อ 404 พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477 มาตรา 22
พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 มาตรา 4

บริษัทฯ โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 1432/1 ซอย จรัญสนิทวงศ์ 13 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ได้จดทะเบียนการค้าและจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่อกรมสรรพากรระบุว่าสถานประกอบการตั้งอยู่เลขที่เดียวกับสำนักงานใหญ่ นอกจากนี้ในคำอุทธรณ์ที่ยื่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ระบุว่ามีสำนักงาน อยู่เลขที่ 1432/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13ฯ เช่นเดียวกัน การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เนื่องจากโจทก์มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 1432/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ตามหนังสือรับรองที่ออกโดยสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร แต่หนังสือรับรองที่โจทก์รับรองสำเนาถูกต้องและ ส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานของจำเลยปรากฏว่าโจทก์ มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 1432/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ฯ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏว่า ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่1432/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13ฯไม่ถูกต้องเพราะ เหตุใด จึงต้องฟังว่าโจทก์มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 1432/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13ฯการส่งหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ได้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร โดยสามารถนำจ่ายให้แก่บุคคลซึ่งอยู่ในบ้านเรือนเดียวกันกับผู้รับได้ ตามไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ. 2544 ข้อ 404 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. 2477 และมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 และตามใบตอบรับในประเทศปรากฏลายมือชื่อผู้รับระบุว่าเกี่ยวพันกับผู้รับโดยเป็นหลานของ กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ เมื่อฟังว่าเจ้าพนักงานของจำเลยได้แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว แต่โจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางพ้นกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามมาตรา 30(2) แห่งประมวล รัษฎากรโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

ปรับปรุงล่าสุด: 12-02-2021