เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่445/2549 
นางสาวสุขสันติ โกศัยเสวีโจทก์

กรมสรรพากร

จำเลย
เรื่อง ภาษีธุรกิจเฉพาะ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 30(2) , มาตรา 12 , มาตรา 48 (4) , มาตรา 91/2 (6)

พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176 ประกอบ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดี ภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17

เจ้าพนักงานฯ ได้ประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2536 และภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับเดือนภาษีกันยายน 2536 กรณีที่โจทก์ขายที่ดิน โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางอันเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 30 (2) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ระหว่างพิจารณาคดีของศาลภาษีอากรกลางโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเกี่ยวกับการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ และศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ดังนั้น การ ถอนฟ้องย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้อง ทำให้โจทก์กลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลยตามมาตรา 176 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประกอบด้วยมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 จึงมีผลเท่ากับโจทก์มิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 30 (2) แห่งประมวลรัษฎากร คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะจึงเป็นยุติ โจทก์จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว

เจ้าพนักงานฯ ได้เรียกให้โจทก์ชำระภาษีแล้ว โจทก์ไม่ชำระจึงถือว่าเป็นภาษีอากรค้าง เจ้าพนักงานฯ จึงมีอำนาจยึดที่ดินของโจทก์ขายทอดตลาดเพื่อชำระภาษีธุรกิจเฉพาะดังกล่าวได้ตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เพราะศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ใน คำพิพากษาฎีกาที่ 8321/2543 ว่า โจทก์ขายที่ดินพิพาทโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ศาลเห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อวินิจฉัยของศาลฎีกาดังกล่าว เพราะในคำพิพากษาฎีกาที่ 8321/2543 ศาลวินิจฉัยแต่เพียงว่าโจทก์ได้ที่ดินพิพาทมาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ซึ่งมีผลทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีเงินได้จากการขายที่ดินดังกล่าวมีสิทธิเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำเงินได้จากการขายที่ดินดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น สำหรับปีภาษีนั้นตามมาตรา 48 (4) แห่งประมวลรัษฎากร เท่านั้น หาได้วินิจฉัยว่ากรณีการขายที่ดินพิพาทของโจทก์ไม่ใช่เป็นในทางค้าหรือหากำไรที่จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด ทั้งยังได้วินิจฉัยต่อไปอีกว่า การขายอสังหาริมทรัพย์หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร(ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 อันเป็นบทกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์ ขายที่ดินพิพาท ย่อมต้องถือว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไรไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มาโดยวิธีใดก็ตาม ก็ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะทั้งสิ้น เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นที่ไม่ให้ถือว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ปรับปรุงล่าสุด: 12-02-2021