เมนูปิด

ประกาศกรมสรรพากร

เรื่อง      ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หรือภาษีการค้า ณ ที่จ่าย มีบัญชีพิเศษ

 

---------------------------------------------

 

                ด้วยกรมสรรพากรโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้และภาษีการค้า (ฉบับที่ 4) เรื่อง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หรือภาษีการค้า ณ ที่จ่าย มีบัญชีพิเศษ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 ซึ่งมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2531 เป็นต้นไป และมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

                1. ผู้มีหน้าที่ทำบัญชีพิเศษ ได้แก่ ผู้มีหน้าที่หักภาษีไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือภาษีการค้า ณ ที่จ่าย เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

                            (1) การจ่ายเงินที่มีการตั้งฎีกาเบิกเงินจากคลัง

                            (2) การจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยตั๋วเงินของธนาคาร สหกรณ์ บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม

                            (3) กรณีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และต้องนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียน

                            (4) กรณีอื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรจะประกาศกำหนดต่อไป

 

                2. บัญชีพิเศษที่ต้องจัดทำนี้ อย่างน้อยต้องมีข้อความตามแบบแนบท้ายประกาศดังกล่าว

 

                3. การกรอกข้อความในบัญชีพิเศษดังกล่าวสำหรับรายการการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แยกเป็น 2 กรณี คือกรณีตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากรกรณีหนึ่งและกรณีอื่น ๆอีกกรณีหนึ่ง ส่วนรายการการนำส่งภาษีให้แยกตามใบเสร็จรับชำระภาษีอากรของกรมสรรพากรเป็นรายฉบับ

 

                4. วิธีกรอกข้อความในบัญชีพิเศษให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

                            (1) กรอกรายการการหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยรวมจำนวนเงินหักภาษี ณ ที่จ่าย ประจำวันของแต่ละกรณีตามข้อ 2 และให้แยกเป็นรายการหักจากบุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ส่วนการกรอกรายการการนำส่งภาษีประจำวันให้แยกตามใบเสร็จรับชำระภาษีอากรของกรมสรรพากรเป็นรายฉบับ เรียงลำดับก่อนหลังตามวันที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือการนำส่งภาษี

                            (2) เมื่อสิ้นวันสุดท้ายของเดือน ให้รวมยอดจำนวนเงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย และจำนวนภาษีที่นำส่งแล้วทั้งสิ้นในเดือนนั้นของแต่ละรายการด้วย

 

                5. การกรอกข้อความในบัญชีพิเศษให้ทำเป็นภาษาไทย ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศให้มีภาษีไทยกำกับส่วนตัวเลขจะใช้เลขไทยหรือเลขอารบิกก็ได้ หรือจะลงเป็นรหัสด้วยเครื่องจักรทำบัญชีก็ได้ แต่ต้องส่งคำแปลรหัสเป็นภาษาไทย ต่อเจ้าพนักงานประเมินสำหรับท้องที่ที่สำนักงานของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายนั้นตั้งอยู่

                        การกรอกข้อความตามวรรคหนึ่งต้องให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันถัดจากวันที่มีรายการดังกล่าวเกิดขึ้น

 

                6. ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หรือภาษีการค้า ณ ที่จ่าย เก็บรักษาบัญชีพิเศษดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีที่สำนักงานที่มีการจ่ายเงินได้ และพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ทันที

 

                หากผู้ใดประสงค์จะได้แบบพิมพ์บัญชีพิเศษเป็นตัวอย่างโปรดติดต่อขอรับได้จากงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมสรรพากร หรือสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่

 

                จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน

 

ประกาศ ณ วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2531

 

บัณฑิต บุณยะปานะ

อธิบดีกรมสรรพากร

ปรับปรุงล่าสุด: 19-08-2014