เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่ 420/2551 
นางลูกอินทร์ โพธิ์อ่อน โจทก์
กระทรวงการคลัง ที่ 1 กรมสรรพากร ที่ 2จำเลย
เรื่อง โอนที่ดินให้วัด ภาษีธุรกิจเฉพาะ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/1(4) มาตรา 91/2(6)

พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534

ปี 2533-2534 โจทก์ได้ซื้อที่ดินมา 11 แปลง ต่อมา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2536 ได้จด ทะเบียน ยกที่ดินดังกล่าวให้แก่วัดใหม่กระทุ่มล้ม ซึ่งเป็นวัดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 โดยเสน่หา และไม่มีค่าตอบแทน โดยกรมการศาสนาเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์และโจทก์ได้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว มาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร มิได้บัญญัติไว้แจ้งชัดว่าการขายอสังหาริมทรัพย์กรณีใดเป็นการ ขายที่เข้า ลักษณะเป็นทางค้าหรือหากำไรอันต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ได้บัญญัติให้การขายอสังหาริมทรัพย์เป็น ทางค้า หรือหากำไร เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งได้มี พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการ ขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้า หรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ให้ถือว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ลักษณะใดบ้าง ที่ถือเป็นการขายที่เป็นทางค้าหรือหากำไร ตามที่มาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากรให้อำนาจไว้ โดยขณะที่โจทก์จดทะเบียนโอนที่ดินทั้ง 11 แปลง ของโจทก์ให้แก่วัดใหม่กระทุ่มล้ม พระราชกฤษฎีกาออกตาม ความ ในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 ที่ใช้บังคับในขณะนั้น ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ว่าให้การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร ตามมาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร มีดังต่อไปนี้ (1).....(6) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะ ตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5) ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น เว้นแต่....อันแสดงว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5) ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มา ซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น มิใช่ว่าจะเป็นทางค้า หรือหากำไรเสมอไป หากแต่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณา เป็นรายกรณี คดีนี้แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การ ที่โจทก์จดทะเบียนโอนที่ดิน ทั้ง 11 แปลง ของโจทก์ตามฟ้องให้แก่วัดใหม่กระทุ่มล้มถือเป็นการขายตามประมวล รัษฎากร มาตรา 91/1(4) ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่ วันที่โจทก์ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นก็ตาม แต่เมื่อเป็นที่เห็นได้โดยประจักษ์ชัดเจนว่าผู้ที่โจทก์โอนให้ นั้น มีฐานะเป็นวัดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และเป็นการโอนให้โดยไม่มีค่าตอบแทนแต่อย่างใด ทั้งปรากฏตามโจทก์นำสืบ ว่าที่ดินดังกล่าวติดต่อเป็นผืนเดียวกันและอยู่ติดกับที่ดินที่ตั้งวัดใหม่กระทุ่ม ล้ม ปัจจุบันได้ใช้ในการจัดกิจกรรมของวัดและเป็นลานกีฬาของชุมชน อันแสดงให้เห็นถึงเจตนาของโจทก์ที่ ต้องการบริจาคที่ดินเพื่อเป็นการ กุศล ให้ใช้ เป็นสถานที่ทางศาสนาและสาธารณประโยชน์ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ในทางการค้าหรือหากำไรเกี่ยวข้องอย่างแท้จริง การโอนที่ดินดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่ จำต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันคืนเงินภาษีและ ดอกเบี้ย แก่โจทก์

 

ปรับปรุงล่าสุด: 13-02-2021