เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่8561/2552 
นางกาญจนา พินธุโสภณ หรือสุพรรณานุโยคโจทก์
กรมสรรพากรจำเลย
เรื่องอำนาจฟ้อง
กฎหมายที่เกี่ยวข้องพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

โจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลภาษีอากรกลางขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยมิให้ถือจำนวนเงินตามเช็คที่เรียกเก็บไม่ได้อีก 16 ฉบับ จำนวนเงิน 2,254,000.- บาท เป็นเงินได้พึงประเมินของโจทก์ในปีภาษี 2534 จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา และศาลฎีกาพิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2548 ต่อมาจำเลยมีหนังสือคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2534 ใหม่ และคำนวณภาษีการค้าใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกาโดยลดเงินได้พึงประเมิน และรายรับจากการขายที่ดินลงจำนวน 2,254,000.- บาท และมีหนังสือเตือนให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระ
คดีนี้ข้ออ้างที่เป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์คือ จำเลยมีหนังสือเตือนให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระ ซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยไม่มีสิทธิคิดคำนวณจำนวนเงินภาษีอากรใหม่และเรียกเก็บค่าภาษีอากรจากโจทก์ได้ เพราะสิทธิเรียกร้องในการเรียกเก็บภาษีอากรค้างชำระของจำเลยขาดอายุความ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า เหตุที่จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์เตือนให้จำเลยนำเงินค่าภาษีอากรค้างไปชำระดังกล่าว เนื่องมาจากศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1690/2548 ให้โจทก์ชำระค่าภาษีอากรโดยมิให้ถือจำนวนเงินตามเช็คที่เรียกเก็บไม่ได้อีก 16 ฉบับ จำนวน 2,254,000.- บาท เป็นเงินได้พึงประเมินของโจทก์ในปีภาษี 2534 จำเลยจึงคิดคำนวณภาษีอากรใหม่ โดยหักจำนวนเงินภาษีอากรที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้แก้ไขนั้นออก จึงเป็นการเตือนให้โจทก์ปฏิบัติ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถึงที่สุดแล้วเท่านั้น แม้ตามหนังสือแจ้งเตือนจะระบุการคำนวณภาษีการค้าใหม่มาด้วยก็เป็นผลเนื่องมาจากการที่ศาลฎีกาให้ลดเงินได้พึงประเมินจากการขายที่ดินลงจำนวน 2,254,000.- บาท จำเลยจึงปรับปรุงยอดรายรับที่ต้องเสียภาษีการค้าให้ด้วย นับว่าเป็นประโยชน์แก่โจทก์ให้เสียภาษีอากรน้อยลง โจทก์ก็ไม่ได้โต้แย้งว่าจำนวนค่าภาษีอากรค้างชำระตามที่จำเลยคำนวณใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวไม่ถูกต้องแต่อย่างใด เพียงแต่กล่าวอ้างว่าจำเลยไม่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีอากรค้างชำระเพราะขาดอายุความ จำเลยหาได้กระทำการใด อันจะถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ในทางแพ่งของโจทก์ ตามมาตรา 55 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประกอบมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ประเด็นตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยเรื่องฟ้องซ้ำไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ปรับปรุงล่าสุด: 13-02-2021