เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่8703/2553 
กรมสรรพากรโจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดจันทร์สวัสดิ์เดินรถกับพวกจำเลย
เรื่อง ความรับผิดของผู้ชำระบัญชี
กฎหมายที่เกี่ยวข้องประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1250 และ 1269

กรมสรรพากรเป็นโจทก์ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดจันทร์ ส.จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล ประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเลิกห้างฯ เมื่อวันที่5 สิงหาคม 2546 และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2546 โดยมีจำเลยที่ 3ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยที่ 1 ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีเมษายน พฤษภาคม กรกฎาคม 2540 และเดือนภาษีมีนาคม และมิถุนายน 2541 เกินกำหนดเวลาตามกฎหมาย และชำระภาษีอากรให้โจทก์ไว้ไม่ครบถ้วน
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จึงมีหน้าที่ชำระสะสางการงานของจำเลยที่ 1 ให้เสร็จไป กับจัดการใช้หนี้เงินและแจกจ่ายทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 1250 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อจำเลยที่ 3 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ทั้งก่อนที่จำเลยที่ 1 จะจดทะเบียนเลิกห้างเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2546 และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2546 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการเคยผ่อนชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อโจทก์ตามแบบขอชำระภาษีอากร คงค้างสำหรับเดือนภาษีเมษายน 2540 เดือนภาษีพฤษภาคม 2540 เดือนภาษีกรกฎาคม 2540 เดือนภาษีมีนาคม 2541 และเดือนภาษีมิถุนายน 2541 โดยการผ่อนชำระค่าภาษีดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มกราคม 2545 ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2546 จึงเป็นข้อบ่งชี้ว่า จำเลยที่ 3 ทราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยที่ 1 ค้างชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามฟ้องต่อโจทก์ตั้งแต่ก่อนจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเลิกห้าง เมื่อปรากฏตามงบดุล หมายเหตุประกอบงบการเงิน ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2546 และรายงานการชำระบัญชีว่า ในการชำระ บัญชีของจำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินเป็นเงินสดคงเหลือ 1,400,000. – บาท และมีการแบ่งคืนทรัพย์สินไปแล้ว ซึ่งจำเลยที่ 3 จะแบ่งคืนเงินจำนวนนี้ให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้แต่เพียงเท่าที่ไม่ต้องเอาไว้ใช้ในการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 เท่านั้น ตามมาตรา 1269 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่จำเลยที่ 3 แบ่งเงินจำนวนดังกล่าวเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยไม่นำไปชำระหนี้ภาษีอากรค้างให้แก่โจทก์ จึงเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ชำระบัญชีโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดในหนี้ภาษีอากรที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระโจทก์จำนวน 961,681.80 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่เกินกว่าเงินสดคงเหลือจำนวน 1,400,000. - บาท ที่จำเลยที่ 3 แบ่งคืนให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนไป ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ชำระบัญชีร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระหนี้ภาษีอากรค้างจำนวน 961,681.80 บาท และค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ปรับปรุงล่าสุด: 13-02-2021