เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่2100/2553 
กรมสรรพากรโจทก์
นายประวิทย์ วณิชชานนท์ กับพวกจำเลย
เรื่อง งดเบี้ยปรับ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องประมวลรัษฎากร มาตรา 30 (2)
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 มาตรา 29

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า มีเหตุอันควรงดหรือลดเบี้ยปรับแก่จำเลยทั้งสี่หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เดิมจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการคณะบุคคลเคยอุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง โดยฟ้องโจทก์เป็นจำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ การที่ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ถอนฟ้องย่อมเป็นการลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้องและกระทำให้คู่ความกลับคืนเข้าสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลยตามมาตรา 176 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประกอบมาตรา 17 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 เท่ากับว่าจำเลยที่ 1 มิได้ใช้สิทธิโต้แย้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 30 (2) แห่งประมวลรัษฎากร หนี้ภาษีอากรค้างตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นอันยุติ จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการคณะบุคคลดังกล่าว และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ในฐานะทายาทผู้สืบสิทธิในกองมรดกของพันเอก บ. ย่อมไม่มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ไม่ว่าโดยวิธีฟ้องหรือให้การต่อสู้ในศาลเพื่อขอให้งดหรือลดเบี้ยปรับตามการประเมินได้ คดีจึงไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุอันสมควรงดหรือลดเบี้ยปรับแก่จำเลยทั้งสี่หรือไม่ การที่ศาลภาษีอากรกลางพิจารณางดเบี้ยปรับตามหนังสือแจ้งการประเมินจึงไม่ชอบ

ปรับปรุงล่าสุด: 13-02-2021